1. Home
  2. สาระน่ารู้
  3. ดึงหน้า ราคาเท่าไหร่? พร้อมแนะนำวิธีเลือกเทคนิค

ดึงหน้า ราคาเท่าไหร่? พร้อมแนะนำวิธีเลือกเทคนิค

การตัดสินใจเข้ารับการศัลยกรรมดึงหน้าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการวางแผนทั้งด้านงบประมาณและข้อมูลสุขภาพอย่างถี่ถ้วน หากคนไข้กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับราคาดึงหน้า Face Lift ปี 2026 หรือต้องการทำความเข้าใจเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าของตัวเอง 

ดึงหน้า (Face Lift) คืออะไร

Face Lift คือการศัลยกรรมเพื่อยกกระชับเนื้อเยื่อผิวหนังและกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับ โดยศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเอาผิวหนังส่วนเกินออกและปรับโครงสร้างชั้นกล้ามเนื้อให้เข้ารูป เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า

ในทางการแพทย์ถือเป็นหัตถการผ่าตัดใหญ่ที่ให้ผลลัพธ์ถาวรและมีความชัดเจนกว่าวิธีอื่น โดยจะเน้นแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม ร่องแก้ม และกรอบหน้าเป็นหลัก การเข้าใจกลไกของการผ่าตัดรวมถึงการเปรียบเทียบราคาจะช่วยให้คนไข้มีความพร้อมและคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างสมเหตุสมผลกับเงินที่จ่ายไป 

เทคนิคการดึงหน้า ราคาเท่าไหร่บ้าง? 

[รูป info]

เทคนิคการดึงหน้ามีความหลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาของคนไข้แต่ละรายที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละเทคนิคจะมีค่าใช้จ่ายและราคาที่แตกต่างกันออกไปตามลำดับความยาก ดังนี้

  • SMAS Lift (Superficial Musculoaponeurotic System) เป็นการผ่าตัดดึงชั้นกล้ามเนื้อระดับกลางที่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่ากับราคา เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก ให้ผลลัพธ์ที่เนียนตาและอยู่ได้นานหลายปี
  • Deep-plane Face Lift เป็นเทคนิคที่ศัลยแพทย์จะยกชั้นกล้ามเนื้อและไขมันในระดับลึก ซึ่งมักจะมีราคาสูงกว่าเทคนิคอื่นเพราะต้องใช้ความละเอียดสูง ช่วยแก้ปัญหาแก้มห้อยและร่องแก้มลึกได้ดีเยี่ยม
  • Mini Face Lift การผ่าตัดขนาดเล็กโดยเน้นเฉพาะจุดที่มีปัญหา ทำให้มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าการดึงหน้าแบบเต็มใบหน้า เหมาะกับผู้ที่มีอายุยังน้อยหรือมีปัญหาความหย่อนคล้อยเริ่มต้น
  • Temporal Lift (Mid-Face Lift) เน้นการยกกระชับช่วงกลางใบหน้า บริเวณโหนกแก้มและหางตา มีช่วงราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูสดใสขึ้นโดยมีแผลผ่าตัดขนาดเล็กบริเวณขมับ

ทำไมคนไข้ถึงให้ความสนใจการดึงหน้าในปี 2026

ความสนใจในการทำ Face Lift ในปีนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเทคโนโลยีศัลยกรรมมีการพัฒนาไปมาก ทำให้เกิดแผลผ่าตัดที่ซ่อนรอยเย็บได้ดีขึ้นและให้ความบวมช้ำน้อยกว่าในอดีต รวมถึงคนไข้หันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในภาพลักษณ์ที่ส่งผลดีต่อบุคลิกภาพในระยะยาว

นอกจากนี้ การเข้าถึงข้อมูลรีวิวในโลกออนไลน์ยังช่วยให้คนไข้เห็นภาพผลลัพธ์จริงที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึงเหมือนการทำศัลยกรรมยุคเก่า ทำให้ความกังวลใจลดน้อยลง และหันมาเลือกการดึงหน้าเป็นทางเลือกหลักในการย้อนวัยแทนการฉีดสารเติมเต็มที่ต้องทำซ้ำบ่อยครั้ง

ดึงหน้า ราคาเท่าไหร่? ราคาดึงหน้า Face Lift ปี 2026

[รูป info]

ราคาดึงหน้าในปี 2026 มีความหลากหลายตามเทคนิคที่เลือกและชื่อเสียงของสถานพยาบาล โดยปกติราคาจะเริ่มต้นตั้งแต่หลักแสนกลางไปจนถึงหลายแสนบาท ขึ้นอยู่กับขอบเขตของการผ่าตัดว่าเป็นการดึงหน้าส่วนใดบ้าง หรือเป็นการดึงหน้าแบบเต็มใบหน้า (Full Face Lift)

หากคนไข้สนใจและต้องการขอคำปรึกษาพร้อมประเมินราคาเฉพาะเคส สามารถส่งรูปภาพมาให้ประเมินได้ที่ LINE ID: https://page.line.me/fxl6554w

ใครบ้างที่เหมาะกับการดึงหน้า

คนไข้ที่มองหาการแก้ไขปัญหาใบหน้าแบบเบ็ดเสร็จควรสำรวจตัวเองว่าเข้าข่ายกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้หรือไม่ เพื่อการตัดสินใจที่ตรงจุด

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยมากจนการทำหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัดไม่สามารถแก้ไขได้
  • ผู้ที่มีร่องแก้มลึกชัดเจนและกรอบหน้าไม่คมชัดอันเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ในการย้อนวัยที่ยาวนานและไม่ต้องการกลับมาทำหัตถการซ้ำบ่อยครั้ง
  • ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและไม่มีโรคประจำตัวที่ขัดขวางต่อการผ่าตัด

กลุ่มที่ไม่เหมาะกับการดึงหน้า

เพื่อให้การตัดสินใจของคนไข้เป็นไปอย่างรอบคอบ ควรทราบถึงกลุ่มที่อาจไม่เหมาะกับการดึงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์

  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพรุนแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคเบาหวานที่ส่งผลต่อการหายของแผล
  • ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์ที่เกินจริงหรือต้องการใบหน้าที่ดูเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง
  • ผู้ที่เพิ่งผ่านการทำหัตถการดึงหน้าหรือการทำศัลยกรรมใบหน้าอื่น ๆ มาในระยะเวลาอันใกล้
  • ผู้ที่มีสภาวะจิตใจไม่พร้อมหรือมีความกังวลเกี่ยวกับการผ่าตัดสูงเกินกว่าปกติ

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

[รูป info]

เพื่อให้การผ่าตัดดำเนินไปอย่างราบรื่น คนไข้ควรเตรียมตัวให้พร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยศัลยแพทย์จะมีข้อแนะนำที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • งดการรับประทานอาหารเสริม วิตามิน และยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันผ่าตัด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ล่วงหน้า 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงแผลได้ดีและลดโอกาสการเกิดเนื้อตาย
  • แจ้งข้อมูลโรคประจำตัว ยาที่ใช้เป็นประจำ และประวัติการแพ้ยาให้ศัลยแพทย์ทราบอย่างละเอียด
  • เตรียมตัวลางานเพื่อพักฟื้นร่างกายในช่วงแรกหลังการผ่าตัดอย่างน้อย 7-14 วันเพื่อให้ร่างกายมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ

ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า

กระบวนการผ่าตัดดึงหน้าเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน ซึ่งศัลยแพทย์จะดำเนินการตามลำดับเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

  • ศัลยแพทย์จะเริ่มจากการวางแผนแนวการผ่าตัด โดยมักซ่อนรอยแผลไว้บริเวณไรผมหรือหน้าใบหูเพื่อให้รอยแผลสังเกตเห็นได้ยาก
  • หลังจากวางยาสลบหรือฉีดยาชาเฉพาะที่ ศัลยแพทย์จะเปิดแผลตามตำแหน่งที่กำหนดไว้และทำการแยกชั้นผิวหนังออกจากชั้นกล้ามเนื้ออย่างประณีต
  • ศัลยแพทย์จะทำการดึงและยกชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ให้ตึงขึ้น จากนั้นจะตัดผิวหนังส่วนเกินออกและเย็บปิดแผลด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อให้แผลเรียบเนียนที่สุด

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

หลังการผ่าตัดดึงหน้า การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูดีและลดระยะเวลาการพักฟื้นได้เป็นอย่างดี

  • ประคบเย็นบริเวณใบหน้าในช่วง 48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดอาการบวมและอักเสบ ตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างใกล้ชิด
  • หนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าระดับหัวใจในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อช่วยลดอาการบวมและลดแรงดันเลือดที่ใบหน้า
  • รับประทานยาตามที่ศัลยแพทย์สั่งให้ครบถ้วน รวมถึงทำความสะอาดแผลตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการก้มหน้าหรือยกของหนักในช่วงเดือนแรก เพื่อป้องกันแรงดันในใบหน้าซึ่งอาจส่งผลต่อแผลผ่าตัดได้

ข้อดีและข้อเสีย/ผลข้างเคียง

การทำความเข้าใจทั้งด้านบวกและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจะช่วยให้คนไข้เตรียมใจและวางแผนการใช้ชีวิตหลังผ่าตัดได้ดีขึ้น

  • ข้อดี: ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ช่วยคืนความมั่นใจให้กับคนไข้และทำให้ใบหน้าดูเด็กลงหลายปี
  • ข้อเสีย/ผลข้างเคียง: อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือความรู้สึกตึงบริเวณใบหน้าในช่วงแรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะค่อย ๆ หายไปเองตามกาลเวลา
  • ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น: การเกิดแผลเป็นที่ไม่จางลง หรือความรู้สึกชาบริเวณใบหน้า ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้โดยการเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง

ดึงหน้าที่ไหนดี? ทำไมต้องไว้วางใจให้ SR Surgery เอเจนซี่ดูแลคุณ

[รูป info]

ที่ SR Surgery ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อคนไข้ แต่เราคือที่ปรึกษาส่วนตัวที่คัดกรองทุกรายละเอียดด้วยมาตรฐาน

1. คัดศัลยแพทย์

เราเชื่อว่าฝีมือหมอคือหัวใจสำคัญ ผลลัพธ์จะสวยแค่ไหนขึ้นอยู่กับมือที่ลงมีด

  • Plastic Surgery Specialist: หมอทุกคนต้องได้รับใบประกอบวิชาชีพจากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศเกาหลีเท่านั้น
  • Expertise in Anti-Aging: เราเลือกเฉพาะหมอที่เชี่ยวชาญด้าน Facelift โดยตรง ไม่ใช่หมอทั่วไป เพื่อเทคนิคการดึงที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำ
  • Proven Track Record: เราคัดกรองรีวิว “Before & After” จากเคสจริงจำนวนมาก เพื่อช่วยคุณเลือกคุณหมอที่มีลายเส้นและสไตล์การดึงหน้าที่ตรงใจคุณที่สุด

2. เทคนิคเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

ไปกับ SR Surgery คุณจะเข้าถึงนวัตกรรมล่าสุดที่ทำให้หน้าดูเด็กลงโดยไม่ดูปลอม หรือตึงจนแข็ง

  • Deep Plane & High SMAS: เทคนิคการยกกระชับจากชั้นกล้ามเนื้อลึก เพื่อความหย่อนคล้อยที่ต้นเหตุ ผลลัพธ์จึงอยู่ได้นานและดูละมุนเป็นธรรมชาติ
  • Endoscopic Surgery: การผ่าตัดผ่านกล้องช่วยให้แผลมีขนาดเล็กมาก ลดการกระทบกระเทือนของเนื้อเยื่อ บวมช้ำน้อย และฟื้นตัวไวอย่างน่าทึ่ง

3. มาตรฐานระดับพรีเมียม (International Safety Standard)

ความปลอดภัยคือสิ่งที่ SR Surgery ไม่ยอมประนีประนอม เราดูแลคุณเหมือนคนในครอบครัว

  • Full-time Anesthesiologist: การันตีวิสัญญีแพทย์ดูแลแบบ 1:1 ประกบติดทุกนาทีตลอดการผ่าตัด
  • State-of-the-art Equipment: โรงพยาบาลพันธมิตรต้องมีระบบกู้ชีพและสำรองไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานสากล
  • Exclusive Post-op Care: เราประสานงานดูแลหลังผ่าตัดระดับ VIP ทั้งเลเซอร์ลดบวม และการทำ Hyperbaric Chamber (ห้องอบออกซิเจนความดันสูง) เพื่อสมานแผลให้หายเร็วขึ้น

4. บริการดูแลแบบ Exclusive โดย SR Surgery

  • Medical Translator: ล่ามเฉพาะทางที่เชี่ยวชาญศัพท์ศัลยกรรมโดยตรง คอยแปลภาษาใจให้ตรงกันทุกการปรึกษา
  • All-in-one Concierge: จัดการให้ครบตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถรับ-ส่งสนามบิน จนถึงการติดตามผลเมื่อกลับถึงไทย
  • After-care Support: เราเป็นตัวกลางประสานงานกับโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราไม่เคยทิ้งเคส

รีวิว…..

[รูปรีวิว]

[รูปรีวิว]

[รูปรีวิว]

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. ดึงหน้าแล้วต้องทำซ้ำอีกเมื่อไหร่?

ผลลัพธ์การดึงหน้าโดยทั่วไปอยู่ได้นาน 7-15 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวพรรณและการใช้ชีวิตของคนไข้ การบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องจะช่วยยืดอายุผลลัพธ์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น

2. แผลผ่าตัดดึงหน้าจะหายมองไม่เห็นเลยไหม?

แผลจะค่อย ๆ จางลงตามลำดับ ศัลยแพทย์จะวางตำแหน่งแผลไว้ในจุดที่แนบเนียนกับไรผมและใบหู ทำให้หลังจากแผลหายดีแล้ว การสังเกตเห็นแผลจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก

3. การดึงหน้าช่วยเรื่องถุงใต้ตาได้ด้วยหรือไม่?

การดึงหน้าจะช่วยดึงเนื้อเยื่อบริเวณแก้มและกรอบหน้าให้ยกขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อร่องใต้ตาเล็กน้อย แต่หากคนไข้มีปัญหาถุงใต้ตาชัดเจน อาจต้องพิจารณาทำศัลยกรรมแก้ไขถุงใต้ตาควบคู่กันไปด้วย

4. ถ้ามีรอยเหี่ยวย่นที่คอ สามารถทำพร้อมกับการดึงหน้าได้ไหม?

สามารถทำได้ โดยศัลยแพทย์มักแนะนำให้ทำ Neck Lift ร่วมกับการดึงหน้าเพื่อผลลัพธ์ที่สอดคล้องกันทั้งใบหน้าและลำคอ ทำให้ภาพรวมดูอ่อนเยาว์ลงอย่างสมดุล

สรุป

การดึงหน้าในปี 2026 ต้องเลือกเทคนิคที่เหมาะกับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ หากคนไข้กำลังพิจารณาทางเลือกในการเดินทางไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ การเลือกใช้บริการกับ SR Surgery จะช่วยให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายและการดูแลที่ครบวงจร เริ่มต้นการวางแผนย้อนวัยให้ตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้เพื่อผลลัพธ์ที่พึงพอใจ

เอกสารอ้างอิง

1. Facelift (Rhytidectomy). (2021, August 8). https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/11023-facelift 

2. Facelift Surgery Rhytidectomy. (n.d.). https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/facelift 

3. Facelift (rhytidectomy). (n.d.). https://www.nhs.uk/tests-and-treatments/cosmetic-procedures/cosmetic-surgery/facelift/ 

แอดไลน์รับโปรศัลยกรรมเกาหลี-กับ-SR