1. Home
  2. สาระน่ารู้
  3. ดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี ผ่าตัดยกกระชับย้อนวัยเทคนิคเกาหลี

ดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี ผ่าตัดยกกระชับย้อนวัยเทคนิคเกาหลี

เมื่อสัญญาณแห่งวัยเริ่มปรากฏชัดเจนบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นรอยเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อยของผิว หรือกรอบหน้าที่ไม่ชัดเจนเหมือนเก่า การมองหาวิธีแก้ไขที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและยาวนานจึงเป็นสิ่งที่คนไข้หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะการผ่าตัดดึงหน้าซึ่งเป็นทางออกยอดนิยมสำหรับการย้อนวัยให้กลับไปดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง 

บทความนี้จะพาไปดูเทคนิคการผ่าตัดที่ก้าวหน้าในประเทศเกาหลีใต้ และเหตุผลที่ทำไมการเลือกทำศัลยกรรมผ่านเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์อย่าง SR Surgery ถึงเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและตรงใจ

ดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี ผลลัพธ์ความอ่อนเยาว์ยาวนานแค่ไหน

[รูป info]

การดึงหน้าโดยทั่วไปสามารถรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานประมาณ 7 – 15 ปี ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และสภาพผิวเดิมของคนไข้ หากเป็นการดึงหน้าชั้นลึก (Deep Plane Facelift) ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานกว่าการดึงเฉพาะผิวหนังชั้นบน เพราะเป็นการแก้ไขที่โครงสร้างกล้ามเนื้อโดยตรง นอกจากนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดยังมีส่วนสำคัญที่ช่วยยืดอายุความเต่งตึงให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาความสวย

แม้ว่าศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ระยะเวลาที่ใบหน้าจะคงความตึงกระชับนั้นมีตัวแปรที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนี้

  • เทคนิคการผ่าตัดที่เลือกใช้ การดึงหน้าในชั้น SMAS หรือการดึงหน้าชั้นลึกจะให้ผลลัพธ์ที่คงทนกว่าการตัดแต่งผิวหนังเพียงอย่างเดียว
  • ช่วงอายุของคนไข้ขณะทำ คนไข้ที่ทำในช่วงอายุ 40 – 50 ปี มักมีสภาพผิวที่ยืดหยุ่นและฟื้นฟูได้ดีกว่า ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าการทำในวัยที่อายุมากแล้ว
  • การดูแลผิวพรรณอย่างต่อเนื่อง การปกป้องผิวจากแสงแดดและการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนมีส่วนช่วยรักษาความกระชับของผิวหลังผ่าตัด
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต การงดสูบบุหรี่และการรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ช่วยลดโอกาสที่ผิวจะกลับมาหย่อนคล้อยซ้ำได้เร็วขึ้น

ศัลยกรรมดึงหน้าคืออะไร

[รูป info]

การศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) คือกระบวนการผ่าตัดเพื่อยกกระชับเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมทั้งกำจัดผิวหนังส่วนเกินออกไป ช่วยลดเลือนริ้วรอยลึกและปรับรูปหน้าให้ดูสดใสขึ้น โดยการทำที่เกาหลีจะเน้นความเป็นธรรมชาติเป็นหลัก ไม่ดึงจนตึงเกินไปจนเสียบุคลิก

องค์ประกอบของการปรับโครงสร้างใบหน้า

ในการผ่าตัดดึงหน้า ศัลยแพทย์จะพิจารณาการแก้ไขปัญหาในหลายส่วนร่วมกันเพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างมีมิติ โดยประกอบไปด้วยส่วนสำคัญดังนี้

  • ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เป็นชั้นกล้ามเนื้อส่วนบนที่สำคัญที่สุดในการดึงหน้าเพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน
  • แนวกรีดแผล ศัลยแพทย์เกาหลีจะใช้เทคนิคการซ่อนแผลไว้ตามไรผมและรอยพับหน้าหู เพื่อให้เห็นรอยแผลน้อยที่สุดหลังการรักษา
  • การจัดการไขมันส่วนเกิน ในบางรายอาจมีการดูดไขมันบริเวณเหนียงหรือกรอบหน้าร่วมด้วย เพื่อให้เห็นแนวกรามที่ชัดเจนและดูคมชัดขึ้น

ดึงหน้าชั้นลึก (Deep Plane Facelift) ลักษณะเป็นอย่างไร

การดึงหน้าชั้นลึกเป็นเทคนิคขั้นสูงที่ศัลยแพทย์จะทำการเลาะลงไปใต้ชั้น SMAS เพื่อคลายเส้นเอ็นที่ยึดติดอยู่ ทำให้สามารถยกกระชับโครงสร้างใบหน้าได้ทั้งหมดโดยไม่มีแรงดึงที่ผิวหนังมากเกินไป ลักษณะของผลลัพธ์ที่ได้จะดูละมุน ไม่ดูแข็ง หรือหลอกตา และช่วยแก้ไขปัญหาร่องแก้มลึกได้ดีกว่าเทคนิคแบบเดิม

จุดเด่นของเทคนิค Deep Plane

[รูป info]

การเลือกทำเทคนิคชั้นลึกมีข้อดีที่โดดเด่นและแตกต่างจากการดึงหน้าทั่วไป ซึ่งช่วยให้คนไข้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้

  • ลดแรงตึงที่ผิวหนังชั้นนอก ทำให้รอยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก เรียบเนียน และไม่ขยายกว้างในอนาคต
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า เพราะเป็นการปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อจากภายในที่มีความแข็งแรง ไม่ใช่เพียงการดึงผิวหนังให้ตึง
  • ความเป็นธรรมชาติสูง รูปทรงของปากและดวงตาจะไม่ถูกดึงจนผิดรูปไปจากเดิม ทำให้ใบหน้าดูสดใสเหมือนลดอายุลงไปหลายปี

ใครที่เหมาะกับการดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้าเหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจน ซึ่งมักจะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการร้อยไหมหรือการใช้เครื่องมือยกกระชับทั่วไป โดยกลุ่มคนไข้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดมีดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มและร่องน้ำหมากลึก ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนตัวลงของไขมันบริเวณแก้ม
  • ผู้ที่มีผิวหนังบริเวณกรอบหน้าหย่อนคล้อย จนทำให้แนวกรามดูไม่ชัดเจนและมีเนื้อห้อยบริเวณคอ
  • ผู้ที่เคยผ่านการยกกระชับด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานหลายปีในการทำครั้งเดียว
  • ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ และไม่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลกระทบต่อการแข็งตัวของเลือดหรือการหายของแผล

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำศัลยกรรมดึงหน้า

ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้าได้ทันที เนื่องจากความปลอดภัยของคนไข้เป็นสิ่งที่ศัลยแพทย์ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก โดยกลุ่มที่ไม่แนะนำให้ทำมีดังนี้

  • คนไข้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรง เช่น โรคหัวใจ หรือโรคความดันโลหิตสูงที่ยังไม่สามารถควบคุมอาการได้
  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัดและไม่สามารถหยุดได้ เพราะนิโคตินจะส่งผลเสียต่อการไหลเวียนเลือดและทำให้แผลเน่าเสียหรือหายช้าลง
  • ผู้ที่มีความคาดหวังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่น ต้องการให้ใบหน้าตึงเรียบสนิทเหมือนเด็กอายุ 20 ปี ซึ่งอาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็นคีลอยด์ได้ง่าย อาจต้องมีการปรึกษาและประเมินอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการซ่อนแผล

ราคาค่าใช้จ่ายในการดึงหน้า

ราคาของการผ่าตัดดึงหน้ามีความหลากหลายขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของศัลยแพทย์ เทคนิคที่เลือกใช้ และความซับซ้อนของแต่ละเคส การไปทำที่เกาหลีผ่านเอเจนซี่จะช่วยให้คนไข้สามารถควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้น เพราะมีการแจ้งราคาที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นไว้อย่างชัดเจน

หากใครสนใจและต้องการขอคำปรึกษาพร้อมประเมินราคาเฉพาะเคส สามารถส่งรูปภาพมาให้ประเมินได้ที่ LINE ID: https://page.line.me/fxl6554w

ดึงหน้าที่ไหนดี? ทำไมต้องไปกับ SR Surgery เอเจนซี่

[รูป info]

การตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ในต่างประเทศอาจสร้างความกังวลใจให้กับคนไข้ได้ แต่การมีผู้ช่วยที่เป็นมืออาชีพจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ซึ่ง SR Surgery มีจุดเด่นที่ทำให้คนไข้มั่นใจได้ดังนี้

  • คัดกรองเฉพาะโรงพยาบาลคุณภาพ เราเลือกเฉพาะสถานพยาบาลที่ได้รับการยอมรับและมีผลลัพธ์ที่เป็นจริงมาอย่างยาวนาน
  • มีล่ามศัลยกรรมมืออาชีพคอยดูแล เพื่อให้การสื่อสารระหว่างคนไข้และศัลยแพทย์เป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ ไม่ตกหล่นในรายละเอียดสำคัญ
  • การดูแลแบบครบวงจร (One Stop Service) ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถรับส่งสนามบิน จนถึงการดูแลพาไปทำแผลที่โรงพยาบาล
  • ที่ปรึกษาส่วนตัวตลอดการเดินทาง คนไข้จะไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะมีทีมงานคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือทุกขั้นตอนในเกาหลี

รีวิวการดึงหน้า

[รูปรีวิว]

[รูปรีวิว]

[รูปรีวิว]

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. ดึงหน้าแล้วจะยิ้มได้เป็นธรรมชาติเหมือนเดิมไหม? 

หากใช้เทคนิคดึงหน้าชั้น SMAS หรือชั้นลึกโดยศัลยแพทย์ที่มีทักษะสูง ใบหน้าจะยังคงแสดงอารมณ์ได้ตามปกติและยิ้มได้สวยเป็นธรรมชาติ เนื่องจากไม่ได้เป็นการดึงเฉพาะผิวหนังให้ตึงจนเกินไป แต่เป็นการปรับตำแหน่งกล้ามเนื้อจากภายใน

2. ต้องพักฟื้นที่เกาหลีกี่วันถึงจะเดินทางกลับไทยได้? 

โดยปกติแนะนำให้คนไข้อยู่พักฟื้นที่เกาหลีประมาณ 10 – 14 วัน เพื่อให้ศัลยแพทย์ทำการตัดไหมและตรวจเช็คความเรียบร้อยของแผลก่อนเดินทางกลับ เพื่อความมั่นใจในเรื่องความสะดวกในการเดินทางและลดความเสี่ยงจากการกดอากาศบนเครื่องบิน

3. การดึงหน้าสามารถทำร่วมกับการศัลยกรรมส่วนอื่นได้หรือไม่? 

สามารถทำได้ และมักได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น การดึงหน้าร่วมกับการทำตาบน – ตาล่าง หรือการฉีดไขมันเติมเต็มใบหน้า (Fat Graft) เพื่อให้ผลลัพธ์โดยรวมดูสมบูรณ์แบบและอ่อนเยาว์ในทุกมิติ

4. รอยแผลผ่าตัดจะจางหายไปเมื่อไหร่? 

รอยแผลจะเริ่มจางลงและกลมกลืนไปกับผิวหนังโดยรอบในเวลาประมาณ 3 – 6 เดือน ซึ่งในช่วงแรกคนไข้สามารถใช้ผมปิดบังรอยแผล หรือใช้เครื่องสำอางช่วยปกปิดได้อย่างง่ายดาย

สรุป

การผ่าตัดดึงหน้าคือทางเลือกที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการหยุดเวลาความร่วงโรยของใบหน้าให้กลับมาดูสดใสอีกครั้ง แม้จะมีคำถามว่าดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี แต่คำตอบที่ชัดเจนคือการรักษาผลลัพธ์ได้ยาวนานนับทศวรรษหากเลือกเทคนิคที่ถูกต้องและการดูแลที่ดี 

การตัดสินใจไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีกับเอเจนซี่ SR Surgery จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้คนไข้ได้รับบริการที่มีคุณภาพสูง เข้าถึงศัลยแพทย์ระดับแนวหน้า และการดูแลที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ความสวยครั้งนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสร้างความสุขให้กับชีวิตในระยะยาว หากต้องการเริ่มต้นเส้นทางย้อนวัยอย่างมั่นใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทาง LINE ของเราได้ทันที

เอกสารอ้างอิง

1. Facelift (Rhytidectomy). (2021, August 8). https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/11023-facelift 

2. Facelift Surgery Rhytidectomy. (n.d.). https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/facelift 

3. Facelift (rhytidectomy). (n.d.). https://www.nhs.uk/tests-and-treatments/cosmetic-procedures/cosmetic-surgery/facelift/ 

แอดไลน์รับโปรศัลยกรรมเกาหลี-กับ-SR