Tag: ตัดกราม

หน้าเรียวด้วยฉีด VS ตัดกราม

ตัดกราม-ศัลยกรรมใบหน้า-หน้าเรียว-ศัลยกรรม โครงหน้า

   หลายคนคงประสบกับปัญหาหน้าบาน หน้ากว้าง ตื่นมาหน้ายังบวมๆ แก้ไขโดยการฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน ที่ทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าเรียวไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ซึ่งผลลัพธ์ ที่ได้คือหน้าเรียวขึ้นจริงๆค่ะ เพียงแต่ผลลัพธ์ไม่ถาวรก็เท่านั้นเอง วันนี้จะมาเล่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการฉีดสารหน้าเรียวและการตัดกรามกันค่ะ

สารที่ฉีดให้หน้าเรียว  คือการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าเกร็งและลีบลง ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น นิยมทำมากในบรรดาสาวๆที่กลัวมีดหมอ ได้ผลบ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่บุคคลไป

และใครที่ได้ผลบ้างล่ะ?

แน่นอนค่ะว่า สารนี้จัดการกับกล้ามเนื้อใบหน้า ไม่ใช่กระดูกค่ะ ถ้าคุณมีกระดูกที่ไม่ได้ใหญ่แต่มีกล้ามเนื้อที่หนา จนทำให้ใบหน้าดูใหญ่ การฉีดสารเพื่อให้กล้ามเนื้อหดตัวจะช่วยให้เรียวทันใจได้ แต่ต้องทำต่อเนื่อง เพราะโดยทั่วไป สารนี้มีฤทธิ์แค่ 6-8 เดือนเท่าเท่านั้น

เคยฉีดสารหน้าเรียวแล้ว กรามไม่เห็นลดลงเลย

กรณีที่คุณยังไม่แน่ใจ ว่าใบหน้าใหญ่เพราะกล้ามเนื้อหรือกระดูก สามารถลองฉีดสารโบทูลินั่มดูก่อนได้ค่ะ ถ้าได้ผล ใบหน้าเล็กลง ก็หมายความว่า ปัญหาของคุณอยู่ที่กล้ามเนื้อไม่ใช่กระดูก แต่ถ้าหากฉีดสารแล้วยังไม่ช่วย ต้องแก้ไขปัญหานี้ด้วยทางอื่นแล้วล่ะค่ะ

นั่นคือการตัดกรามวีไลน์ เพื่อให้ใบหน้าเรียวได้รูปคงทนและถาวร

ซึ่งแน่นอนว่า การทำศัลยกรรมตัดกราม อาจดูเป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลายคน แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดที่สุด การตัดกรามวีไลน์ จึงเป็นวิธีเดียวที่ให้ผลลัพธ์ถาวร เพราะหากคุณมีปัญหาใบหน้ากว้างเนื่องจากโครงกระดูก การฉีดสารก็เหมือนการแก้ปัญหาโดยไม่ตรงจุด แต่ในเรื่องราคาอาจจะแตกต่างกันค่อนข้างมาก และยิ่งฉีดให้หน้าเรียวบ่อยๆกล้ามเนื้อก็จะลีบลง ทำให้เห็นโครงกระดูกใบหน้าชัดกว่าเดิมอีกด้วย

ดังนั้นวิธีการทำให้หน้าเรียวอย่างปลอดภัยด้วยวิธีต่างๆ สารพัดวิธี ซึ่งปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้อย่างแน่นอน และขอแค่คุณเลือกให้ถูกวิธี เพราะปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบาน หน้าที่ไม่เข้ารูปนั้นมันมีอยู่ด้วยกันหลายกรณี ซึ่งแน่นอนว่าการรักษาก็ต้องแตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน

 ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสวยของคนเราถูกนิยามต่างกันไปค่ะ การตัดสินใจทำศัลยกรรมตัดกรามหรือแม้แต่การฉีดสารเพื่อหน้าเรียว จึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดการรักษาแก้ไข ได้ตรงตามความต้องการของคุณเองค่ะ สุดท้ายแล้ว การทำศัลยกรรมใดๆ เกี่ยวกับความงาม ต้องยึดหลักความพอใจของตัวเองสูงสุดค่ะ เพราะใบหน้าอยู่กับเราไปตลอดชีวิต  การตอบคำถามในใจตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกศัลยแพทย์ที่มีฝีมือเลยล่ะค่ะ


    ปรึกษาฟรี
    ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
    สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








    จากใจ

    ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

    กระดูกอ่อน ส่วนไหน เหมาะกับ การเสริมจมูก

    ผ่าตัดเสริมจมูก-จมูกเกาหลี-ศัลยกรรมใบหน้า-ศัลยกรรม โครงหน้า

         เชื่อว่าหากเอ่ยถึง การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน หลายๆคนก็คงนึกถึง กระดูกอ่อนหลังหูจากหลายๆคลินิก  แต่จริงๆแล้ว กระดูกอ่อนหลังใบหู ไม่ใช่กระดูกอ่อนที่ดีที่สุด ที่นำมาใช้เสริมหรือตกแต่งปลายจมูก จริงๆแล้วนั้น กระดูกอ่อนในร่างกายที่คุณหมอนิยมนำมาเสริมปลายจมูกได้ มี อยู่ 3 ชนิด นั่นคือ
    1. กระดูกอ่อนในโพรงจมูก เป็นชิ้นที่ดีที่สุด เพราะเป็นเนื้อเยื่อชนิดเดียวกันกับจมูก กระดูกอ่อนแกนกลางจมูก  (Septal cartilage)
    เหมาะสำหรับคนทำจมูกครั้งแรกหรือแก้ก็ได้ จะใช้กระดูกส่วนนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่ดีที่สุด ศัลยแพทย์เกาหลี นิยมนำมาใช้เพื่อทำปลายหยดน้ำ  มั่นใจได้ว่าโอกาสปลายทะลุแทบไม่มี ซึ่งแต่ก่อน หมอเกาหลีก็นิยมใช้กระดูกอ่อนหลังหูมาก่อนที่จะค้นพบเทคนิคกระดูกอ่อนในโพรงจมูก การผ่าตัดเพื่อใช้กระดูกอ่อนในโพรงเสริมปลาย จะเป็นการผ่าตัดโดยเทคนิคแบบโอเพน เพื่อเปิดจมูกแล้วทำการค่อยๆเลาะเอากระดูกอ่อนมาใช้  เพื่อให้ได้ปลายจมูกที่สวยงาม นอกจากนี้ ยังสามารถแยกกระดูกอ่อนปีกจมูก เพื่อตกแต่งปลายและรูจมูกให้สวยมากขึ้นด้วย  เรียกได้ว่า สวยทั้งมุมแหงน มุมหันข้าง สวยทุกมุมองศาจริงๆค่ะ
    2. กระดูกอ่อนหลังใบหู (Ear cartilage) จะเป็นทางเลือกที่สอง ที่คุณหมอจะเลือกใช้ เนื่องจากมีความแข็งมากกว่ากระดูกอ่อนในโพรงจมูก เหมาะสำหรับ ผู้ที่ผ่านการแก้จมูกมาหลายครั้ง จนไม่เหลือกระดูกอ่อนในโพรงจมูกให้ใช้แล้ว  หรือใช้ร่วมกับกระดูกอ่อนในโพรงจมูก กรณีกระดูกอ่อนในโพรงจมูกไม่เพียงพอ อย่างไรการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหูก็ต้องใช้ซิลิโคนในการช่วยเสริมช่วงสันจมูกอีกด้วย
    3. กระดูกจากซี่โครงตัวเอง (Allo cartilage) 

    เป็นทางเลือกสุดท้ายที่คุณหมอจะเลือกใช้เลยล่ะค่ะ เป็นกระดูกชิ้นที่แข็งที่สุด สามารถใช้ได้ทั้งบริเวณสันและตกแต่งปลายจมูก แต่ในอนาคตก็อาจเกิดการเบี้ยว หรือจมูกทะลุได้เหมือนกันค่ะ 

    จริงๆแล้ว กระดูกประเภทนี้ มี 2 แบบ คือ
    1. ซี่โครงตัวเอง ที่ผ่าบริเวณใต้ราวนม  ซึ่งถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่จมูกสั้น หรือสันกระดูกจมูกแหว่ง จากอบัติเหตุ
    2. ซี่โครงบริจาค  ซึ่งผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว นำมาใส่ให้เรา เพื่อประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย ในการผ่าตัด

    อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้วัสดุในการเสริมจมูกของแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจและวินิจฉัยว่าควรใช้วัสดุประเภทไหนดีที่สุดคะ  


      ปรึกษาฟรี
      ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
      สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








      จากใจ

      ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

      อาการที่เกิดขึ้นหลังการทำศัลยกรรมโครงหน้า

      ตัดโหนก-ลดโหนก-ตัดกราม-ศัลยกรรมใบหน้า-
      • มีสายระบายเลือดในวันแรก ของการผ่าตัด
      • เมื่อบ้วนปากอาจมีเลือดซึมออกทางปากอยู่บ้าง หลังการผ่าตัด  (ผ่าตัดแผลในปาก)
      • อาการบวมที่ลดลงของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นกับการดูแลตัวเอง และสภาพร่างกายก่อนการผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดตามคำแนะนำของศัลยแพทย์
      • ช่วงแรก การยุบบวมของใบหน้าทั้งสองข้างอาจจะไม่เท่ากัน อาจทำให้หน้าดูเบี้ยว ไม่ต้องกังวล เพราะอาการยุบบวมจะค่อยๆดีขึ้น ทำให้รูปหน้าเราค่อยๆชัดขึ้น
      • อาจมีอาการกรุบๆบริเวณข้างกกหู ไม่ต้องกังวลเพราะจะค่อยๆดีขึ้นเอง
      • อาการชาบริเวณปากล่างและคางจะค่อยๆดีขึ้น

      การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด

      • นอนยกหัวสูง เพื่อให้อาการบวมลดลงเร็วขึ้น
      • คนไข้ที่มีเทปปิดปลายคาง สามารถเอาออกเองได้ โดยใช้น้ำแตะๆที่เทป
      • หลังการผ่าตัดในช่วงแรก ให้ประคบเย็น เพื่อให้แผลในปากแข็งตัวได้เร็วขึ้น
      • หลังจากประคบเย็นในช่วงแรกมาแล้ว ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่น อีกประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นและทำให้อาการยุบบวมดีขึ้นด้วย
      • วันแรกให้ทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก เต้าหู้ ไข่ต้ม เพื่อลดการบดเคี้ยว ลดการทำงานของกราม
      • งดอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย
      • งดอาหารหมักดองและขบเคี้ยวของแข็ง
      • ดื่มน้ำอุ่น จะช่วยบรรเทาให้อาการบวมลดลงได้ดีขึ้น
      • หากมีเลือดติดค้างในคอหรือจมูก ให้บ้วนออกเบาๆ
      • ควรหลีกเหลี่ยงในการใช้กล้ามเนื้อบนใบหน้า เช่น การขากเสมหะแรงๆ
      • รับประทานยาตามเวลา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
      • บ้วนปากทุกๆ 2 ชั่วโมง แม้ว่าจะทานอาหารหรือไม่ก็ตาม เพื่อรักษาความสะอาดในช่องปาก ลดการติดเชื้อแบคทีเรียของแผลในช่องปาก เพราะแผลผ่าตัดอยู่ในช่องปากนั่นเอง
      • การใส่ที่รัดหน้า ควรใส่ทุกวัน 1-2 สัปดาห์ และสามารถถอดพักออกได้ 20-30 นาที
      • หลังจากตัดไหมและติดพลาสเตอร์กันน้ำสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ 
      • ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็ว ได้ในช่วง 1-2 สัปดาห์เเรก จะทำให้อาการยุบบวมดีขึ้น

      ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิด

      • ปัญหาเรื่องแผลติดเชื้อ อาจไม่รุนแรงนัก สามารถใช้ยาปฏิชีวนะธรรมดาในการรักษาได้
      • ความไม่เท่ากันของใบหน้าในระยะเเรก เนื่องจาก อาการยุบบวมของใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน
      • การผ่าตัดอาจมีผลกระทบต่อเส้นประสาท ทำให้ปากชา แต่จะเป็นแค่ชั่วขณะ อาการจะค่อยๆกับมาเป็นปกติดังเดิม

       ไม่ว่าจะอย่างไรการศัลยกรรมทุกอย่างอาจจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อย แต่ก่อนที่จะศัลยกรรมขอฝากหนุ่มๆและสาวๆทุกคน ควรศึกษาหาข้อมูลการศัลยกรรมแต่ละชนิด ข้อมูลทางการแพทย์ พูดคุยกับศัลยแพทย์ผ่าตัด และดูว่าข้อดีข้อเสีย ผลข้างเคียงเป็นอย่างไร เพื่อประเมินว่าเราสามารถรับผลที่เกิดขึ้นหลังการทำศัลยกรรมนั้นๆได้หรือไม่  แม้ว่าการทำศัลยกรรมจะทำให้เราดูดีขึ้นได้ แต่กว่าใบหน้าจะเข้าที่สวยงามได้ดั่งใจ ย่อมต้องใช้เวลาในการที่ร่างกายจะเยียวยาตัวเอง การมีทัศนคติที่ดี ยอมรับและเข้าใจผลที่เกิดขึ้น จะทำให้คนไข้ไม่วิตกกับใบหน้าของตัวเองหลังการทำศัลยกรรมมากเกินไปค่ะ 🙂
       


        ปรึกษาฟรี
        ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
        สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








         

        จากใจ

        ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

        การ ศัลยกรรม โครงหน้า เทคนิคเกาหลี เพื่อหน้าเรียวแบบองค์รวม 3 จุด

        ศัลยกรรมโครงหน้า-หน้าเรียว

        หากพิจารณาใบหน้า เพื่อการ ศัลยกรรม โครงหน้า อย่างสมบูรณ์แบบที่สุ

        พิจารณาโครงหน้า 3 จุด ซึ่งประกอบไปด้วย โหนก กราม และ คาง

        1. ศัลยกรรม ลดโหนก

        • วางยาสลบ ผ่าตัด ประมาณ 2-3 ชม. 
        • แผลในปาก และบริเวณไรผมข้างหู ประมาณ 3 มิลลิเมตร
        • นอนรพ. 1 คืนเพียงพอ หรือบางครั้งสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้เลย
        • ทุบกระดูกด้านข้างออกให้หน้าเล็กลง  
        • ส่วนกระดูกโหนกหน้าให้นูนไว้ เพื่อหน้ามีมิติ   
        • บางคนโหนกหน้าแบน คุณหมอก็จะเลื่อนกระดูกโหนกมาข้างหน้า เพื่อนูนมีมิติ

        2. วีไลน์ V-LINE  ( กราม + คาง )
        แผลในปากทั้งหมด
        การทำ V-LINE  จะเป็นการปรับแต่งโครงหน้าตั้งแต่โหนกแก้มมาจนถึงคางให้เสมอกันทั้งซ้ายและขวา เพื่อที่จะให้หน้าเรียว และเป็นรูปทรงไข่มากขึ้น การทำศัลยกรรม V-LINE จะทำให้โหนกแก้มที่ดูใหญ่ลดลง และความกว้างของใบหน้าก็จะดูเล็กลงตามไปด้วย หลังจากได้รับการผ่าตัดกระดูกบนใบหน้าก็จะดูลดต่ำลง หน้าดูมีมิติมากขึ้น
        วีไลน์ คือการตัดเหลากราม และเลื่อนกระดูกคาง T แตกต่าง กับการตัดกรามเฉยๆ เพราะการ ตัดกรามเฉยๆ ก็คือ ตัดแค่กราม  ลดมุมกราม ลดความบานของหน้า  ซึ่งจริงแล้วๆ คลินิกในไทยหลายแห่ง เรียกการ ตัดกรามเฉยๆว่า วีไลน์ (ซึ่งเป็นเทคนิคเกาหลี แต่ความจริงแล้ว การตัดกรามเฉยๆไม่ได้ทำให้หน้าเรียวสมบูรณ์เท่ากับการทำวีไลน์)  และวีไลน์ แท้จริงก็คือ การตัดกรามร่วมกับการเลื่อนกระดูกคางนั่นเองค่ะ เป็นจุดแข็งระหว่าง ศัลยกรรม โครงหน้า เกาหลี และไทยค่ะ
        3. เลื่อนกระดูกคาง T   

        • เลื่อนคางให้ยาวขึ้นหรือสั้นลงก็ได้
        • เลื่อนคางที่งุ้มเข้า ให้ยื่นออก หรือเลื่อนคางที่ยื่นเกินไปให้เข้ามากขึ้นก็ได้

        การเสริมคางหรือปรับคางให้ยาวขึ้น มี 2 แบบ
        1. เสริมซิลิโคน  ถูกแต่นานๆไปอาจเกิดพังผืด  ดูไม่เป็นธรรมชาติเป็นมาตรฐานของการศัลยกรรมความงามอย่างหนึ่งที่ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย คือการนำแท่งสิริโคนที่เหมาะสมกับคางหรืออาจจะเหลาให้เข้ากับคางเล็กน้อย มาวางไว้ที่ขอบหน้าของคาง และต่อไปก็เป็นขั้นตอนการผ่าตัดของแพทย์
        2. เลื่อนกระดูกคาง T  ค่าใช้จ่ายสูงกว่า เป็นการเลื่อนกระดูกตัวเองให้ยาวขึ้น ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการทำวีไลน์นั่นเองการเลื่อนกระดูกคาง เพื่อลดขนาดคางที่มีขนาดใหญ่เกินไป ให้ใบหน้าดูมีความเรียวสวย และเล็กลง แต่ในกรณีที่คางสั้นมาก และมีฟันที่สบกันได้ดีอยู่แล้ว ศัลยแพทย์จะดัดกระดูกคางแล้วสไลส์ไปข้างหน้า เพื่อให้คางได้มีระดับความยื่น และความยาว ของคางสมดุลกับรูปหน้าทั้งหมด แล้ว ยึดกระดูกคางและขากรรไกรล่างด้วย สกรู( Screws) และ เพลส ( Plate)
         


          ปรึกษาฟรี
          ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
          สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








           

          จากใจ

          ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

          การผ่าตัดขากรรไกร ไม่ใช่ การตัดกราม

          เหลากราม-ผ่าตัดขากรรไกร-ตัดกราม

          การผ่าตัดขากรรไกร เป็นการผ่าตัดเพื่อการรักษาความผิดปกติของกระดูกโครงหน้า  ซึ่งเป็นการศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาคางยื่น/ฟันสบผิดปกติ/หน้าเบี้ยว

          การผ่าตัดขากรรไกร  เป็น คนละ Procedure กับการผ่าตัดกราม ขากรรไกร (JAW) ทำงานเกี่ยวกับการขบเคี้ยว เป็นกระดูกส่วนที่รองรับฟันทั้งหมดของปากบน- ล่าง

          • ขากรรไกรบน เรียกว่า Maxilla บน
          • ขากรรไกรล่าง เรียกว่า Mandible ล่าง
          • ส่วนกราม เรียกว่า Angle of mandible (คือส่วนมุมของขากรรไกรล่าง)

          ผู้ที่ผ่าตัดขากรรไกร

          • ฟันสบผิดปกติ  เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด
          • ส่วนมากฟันล่างครอบฟันบน  หรือบางเคส ฟันบนครอบฟันล่าง  หน้าเบี้ยวชัดเจน 
          • ฟันยื่นมากหรือเห็นเหงือกมาก
          • ถือเป็นศัลยกรรมใหญ่ที่สุดบนใบหน้า  อายุเกิน45ปี หมอจะไม่ทำให้ เนื่องจากมีความเสี่ยง ใช้เวลาผ่าตัดมากกว่า 4 ชม.
          • บางเคส ปัญหาอยู่ที่ขากรรไกรก็จริงๆ แต่หมอพีฯ ก็ผ่าตัดแก้ไขโดยการตัดกราม ยุบโหนก เลื่อนคางได้เหมือนกัน   คุณหมอจะพิจารณาเคสบายเคส ต้องจัดฟันร่วมด้วยหลังการผ่าตัดขากรรไกร … ปัจจุบันหมอไทย จะใช้การจัดฟันให้ยื่นมากๆก่อน
          • แล้วจึงผ่าตัดขากรรไกร  ผ่าขากรรไกรเสร็จ ต้องจัดฟันต่ออีก ปัจจุบันที่มีชื่อเสียงในการผ่าตัดขากรรไกรคือ รพ.มหิดล ซึ่งจองคิวกันข้ามปี
          • ทั้งนี้ทั้งนั้น จะจัดฟันก่อนหรือหลัง คุณหมอศัลยแพทย์ต้องพิจารณาร่วมกับฟิล์มเอ็กซเรย์ฟัน+ทันตแพทย์

          อุปกรณ์เสริมหลังการผ่าตัด

          • จะมีเวเฟอร์ อุปกรณ์ครอบฟันช่วยกั้นการกระทบกันของฟันล่างและฟันบน

          การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด

          • ประคบเย็น 2-3 วันแรก เพื่อให้เลือดหยุดไหล
          • จากนั้นประคบอุ่นเพื่อลดอาการบวม (อาจทานยาลดบวมด้วยก็ได้)
          • ผ้ารัดหน้า ควรรัดต่อเนื่องช่วง 1 สัปดาห์แรก หลังจากนั้นรัดเฉพาะตอนนอนหรืออยู่บ้าน  เพื่อให้แก้มไม่ห้อยและกระดูกเข้าที่ดีขึ้น
          • 7 วันตัดไหม ข้างกกหู …ไหมในปากเป็นไหมละลาย จะหลุดเองใน 1-2 เดือน
          • แผลผ่าตัดอยู่ในปากและข้างกกหู (บางราย)  ต้องหมั่นบ้วนปาก เพื่อรักษาความสะอาดในช่องปาก ลดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย
          • งดของแข็ง เหนียว เพื่อลดการทำงานของกราม ช่วง 1 สัปดาห์แรก
          • ฝึกฝืนอ้าปากเรื่อยๆทีละนิด (หมอจะสอนเมื่อ follow up ครบ 1 สัปดาห์)  เมื่อครบ 1 เดือน ควรอ้าปากได้เต็มที่แล้ว
          • 6 เดือนหน้าเข้าที่
          • 1 -2 เดือน หลังผ่าตัดสามารถออกกำลังกายได้ปกติ

          ภาวะแทรกซ้อน

          • อาการชา มักเกิดได้เป็นประจำหลังการผ่าตัดนี้ แต่จะชาชั่วคราวบริเวณริมฝีปากและคาง
          • อาการปวด จะเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดและจะได้รับยาบรรเทาอาการปวดตามระดับ
          • เลือดออกมาก เนื่องจากเป็นการผ่าตัดกระดูกจะทำให้มีเลือดออกมาก แต่ก็จะได้รับเลือดทดแทนที่เสียไป
          • อาการบวม ช่วงอาทิตย์แรกๆจะมีการบวมมาก หลังจากนั้นอาการบวมก็จะลดลงตามลำดับ


            ปรึกษาฟรี
            ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
            สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







            จากใจ

            ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

            คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมใบหน้า

            สาวเอเชียอย่างเราๆ ปฎิเสธไม่ได้เลยล่ะค่ะ ว่าใครๆก็อยากมีใบหน้ารูปไข่กันทั้งนั้น ก็เพราะว่าใบหน้ารูปไข่ หรือหน้าวีเชฟ เป็นสัดส่วนความงามตามอุดมคติของสาวเอเชียเรานั่นเองค่ะ ที่ต้องบอกว่า สาวเอเชีย ก็เพราะว่าแต่ละชาติ จะมีความงามในแบบฉบับของตัวเองที่แตกต่างกันนั่นเองค่ะ จึงทำให้การทำศัลยกรรมโครงหน้าไม่ว่าจะเป็นการทุบโหนก ตัดกราม และการทำวีไลน์ เป็นที่นิยมของสาวๆมากขึ้น ไม่แพ้การทำจมูกหรือตาสองชั้น เลยล่ะค่ะ
            คำถามที่หลายท่านสงสัย วีไลน์คืออะไร ? เราจะมาไขข้อสงสัยกันว่า คืออะไรกันแน่?  
            เทคนิคการทำวีไลน์ (V-Line) มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี ซึ่งหมายถึงการทำให้รูปหน้าเป็นรูปตัววี (V-line) โดยการตัดกระดูกกรามและเลื่อนกระดูกคางเป็นรูปตัวที (T-Genioplasty) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบโดยรวมของใบหน้า เพื่อให้ได้รูปหน้าสวยได้สัดส่วนมากกว่า การตัดกรามเพียงอย่างเดียว
             
            vline

            การทำศัลยกรรมเจ็บมากรึเปล่า ?

            • ระหว่างทำศัลยกรรมเป็นการวางยาสลบคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บปวดระหว่างผ่าตัดแต่อย่าง

            ใช้เวลานานแค่ไหน ถึงจะยุบบวม ?

            • อาการบวมช้ำขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนบวมง่ายบางคนช้ำง่าย จากประสบการณ์คนไข้ศัลยกรรม หากคนไข้มีการดูแลตัวเองเป็นอย่างดีเช่นมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนอนพักผ่อนเพียงพอเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์อาการบวมก็หายไปโดยสิ้นเชิงโดยทั่วไปอาการยุบบวมแต่ละคนไม่เท่ากัน จำเป็นต้องดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดตามคำแนะนำของศัลยแพทย์

            ทานอาหารได้ปกติรึเปล่า ?

            • ในการทำศัลยกรรมจมูก ตาสองชั้น ฉีดไขมันใบหน้า  และเสริมหน้าอกสามารถรับประทานอาหารได้ปกติ  ควรยกเว้นอาหารหมักดอง รสเผ็ด
            • กรณีผ่าตัดกระดูกโครงหน้า มีแผลในปาก  ควรงดการขบเคี้ยวของแข็ง รสเผ็ด และควรทานอาหารอ่อนๆ เช่นโจ๊ก ข้าวต้ม ซุป น้ำฟักทองซึ่งจะทำให้อาการยุบบวมหายเร็วขึ้น ในประเทศเกาหลี น้ำฟักทองมีขายทั่วไปตามร้านขายยา แต่ในบ้านเราสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายน้ำเต้าหู้ทั่วไปซึ่งมีคุณภาพและสดใหม่กว่า

            ควรพักฟื้นกี่วัน ?

            • โดยทั่วไปในการผ่าตัดศัลยกรรมโครงหน้านอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการแล้วนัดตัดไหม ซึ่งหลังตัดไหมคนไข้สามารถใช้ชีวิตทำงานได้ตามปกติ อาจมีอาการบวมอยู่บ้างในคนไข้บางรายหากมีการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี คือ พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำให้ร่างการแข็งแรงก่อนการผ่าตัด อาการบวมลดลงเร็วมาก ไม่เหมือนคนที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดเลย รู้ตัวอีกที หน้าก็เรียวสวยแล้ว

            ควรจองคิวก่อนผ่าตัดอย่างน้อยกี่วัน ?

            • ในการจองคิวผ่าตัดกับคุณหมอ ส่งรูปถ่าย ผลเอ็กซเรย์ 3 มิติและประวัติศัลยกรรมเพื่อปรึกษากับคุณหมอและจองคิวล่วงหน้า เพื่อเช็คคิวคุณหมอ เนื่องจากศัลยแพทย์สำหรับศัลยกรรมโครงหน้าเป็นที่นิยมของสาวเอเชีย ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ตะวันออกกลาง ทำให้คิวผ่าตัดของคุณหมอแน่นมาก และมีการเปลี่ยนแปลงคิวทุกชั่วโมง เพื่อความสะดวกของทางลูกค้าและคุณหมอจึงควรนัดล่วงหน้า

            บริการและการดูแลหลังการผ่าตัด

            • หลังการผ่าตัดจะมีการทรีทเม้นท์เพื่อลดอาการบวมหลังการผ่าตัดด้วยการฉายแสง, ให้ออกซิเจนบริสุทธิ์ และบริการซุปฟักทองให้กลับไปทานที่บ้านเพื่อช่วยให้อาการบวมดีขึ้นค่ะ

             


              ปรึกษาฟรี
              ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
              สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








               

              จากใจ

              ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

              อะไรคือการเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนในโพรงจมูก

                   เชื่อว่าหากเอ่ยถึง การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน หลายๆคนก็คงนึกถึง กระดูกอ่อนหลังหูจากหลายๆคลินิก แต่จริงๆแล้ว กระดูกอ่อนหลังใบหู ไม่ใช่กระดูกอ่อนที่ดีที่สุด ที่นำมาใช้เสริมหรือตกแต่งปลายจมูก
              เสริมจมูก ด้วยกระดูกอ่อน อาจเป็นที่ใครหลายๆคนเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว เพราะไม่ได้เป็นเทคนิคใหม่แต่อย่างใด แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ไขปรับรูปทรงจมูกให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยตำแหน่งของกระดูกอ่อนจากคนไข้ที่สามารถนำมาใช้ทำศัลยกรรมเสริมจมูกได้อย่างปลอดภัย  

              กระดูกอ่อนในร่างกายที่นำมาเสริมปลายจมูกได้มีอยู่ 3 ชนิด นั่นคือ 

              1. กระดูกอ่อนที่อยู่ภายในจมูก (กระดูกข้างในจมูกตำแหน่งระหว่างรูจมูกซ้าย-ขวา)
              2. กระดูกอ่อนหลังใบหูและ
              3. กระดูกอ่อนจากซี่โครงบริเวณสีข้าง
              4. กระดูกอ่อนในโพรงจมูก เป็นชิ้นที่ดีที่สุด เพราะเป็นเนื้อเยื่อชนิดเดียวกันกับจมูก กระดูกอ่อนแกนกลางจมูก (Septal cartilage) สำหรับคนทำจมูกครั้งแรก จะใช้กระดูกส่วนนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่ดีที่สุด หมอเกาหลี นิยมนำมาใช้เพื่อทำปลายหยดน้ำ 
              ซึ่งแต่ก่อน หมอเกาหลีก็นิยมใช้กระดูกอ่อนหลังหูมาก่อนที่จะค้นพบเทคนิคกระดูกอ่อนในโพรงจมูก การผ่าตัดเพื่อใช้กระดูกอ่อนในโพรงเสริมปลาย จะเป็นการผ่าตัดโดยเทคนิคโอเพ่นเพื่อเปิดจมูกแล้วเลาะเอากระดูกอ่อนมาใช้  เพื่อให้ได้ปลายสวยงาม นอกจากนี้ หมอพีฯ จะใช้การยกกระดูกอ่อนปีกจมูก เพื่อตกแต่งปลายและรูจมูกให้สวยมากขึ้นด้วย

              การเสริมปรายจมูกด้วยกระดูกอ่อนเป็นอย่างไร  

              จุดประสงค์ของคนที่ต้องการเสริมจมูกมีหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจมูกที่แบน ไม่มีดั้ง จมูกเอียง จมูกเบี้ยว จมูกสั้น ฯลฯ จึงต้องการที่จะเสริมเพื่อให้มีทรงจมูกที่โด่งสวยขึ้น ซึ่งหลังจากการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนแล้ว หากต้องการทำให้จมูกดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สามารถเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนเพื่อแก้ปัญหาความแข็งของรูปทรงซิลิโคนได้
              หรือในคนไข้บางคนที่มีจมูกโด่งสูงอยู่แล้ว แต่ต้องการที่จะเพิ่มปลายจมูกให้โค้งมน ก็สามารถแก้ไขโดยการเสริมแค่ปลายจมูกได้ ซึ่งส่วนใหญ่การเสริมปลายจมูกให้สวยมักนิยมเสริมให้เป็นทรงหยดน้ำ (Tear drop) ซึ่งเป็นการต่อปลายจมูกให้ยาวขึ้น ช่วยเติมเต็มรูปทรงจมูกให้ได้สัดส่วนเหมาะสมกับรูปหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนหวานมากขึ้น แต่จมูกทรงหยดน้ำนี้ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน เพราะมีข้อจำกัดคือต้องมีเนื้อจมูกที่ค่อนข้างมาก
              บางคนสามารถทำได้เพราะมีเนื้อจมูกมากอยู่แล้ว  แต่สำหรับบางคนที่มีจมูกสั้น จมูกรั้น ปลายจมูกตัด จมูกเชิด เนื้อปลายจมูกบาง ไม่ว่าจะเสริมอย่างไร ก็จะไม่ได้เป็นทรงหยดน้ำที่สวยงาม ดังนั้น การทำการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนไปพร้อมๆกับการปรับแต่งเพิ่มความยาวปลายจมูก วิธีนี้จึงเป็นการแก้ไขรูปทรงจมูกให้มีความโด่งสวยเป็นธรรมชาติได้
               


                ปรึกษาฟรี
                ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
                สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








                 

                จากใจ

                ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

                เสริมจมูกเกาหลี เทคนิคโอเพ่นด้วยกระดูกอ่อนในโพรงจมูก

                ทรง จมูก-จมูก เกาหลี

                เสริมจมูกเกาหลีหลายๆคนอาจเคยได้ยินคำโฆษณาของสถาบันศัลยกรรมความงามต่างๆด้วยวิธีการเสริมจมูกแบบโอเพ่นกันมาบ้าง แต่แท้จริงแล้ว การเสริมจมูกโอเพ่น คืออะไรกันแน่และดีกว่าวิธีการเสริมจมูกแบบปกติอย่างไร ?
                แท้จริงแล้วการเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open rhinoplasty) เป็นเทคนิคต้นตำรับจากประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นการผ่าตัดเปิดแผลที่ใต้ฐานจมูก ซึ่งเป็นวิธีที่เสี่ยงจะมีแผลเป็นได้ ใช้วัสดุซิลิโคนเสริมสันจมูกร่วมกับกระดูกอ่อนในโพรงจมูก ซึ่งสามารถตกแต่งเพื่อให้ได้ปลายจมูกหยดน้ำหรือทรงบาร์บี้ไลน์ได้ตามต้องการ
                โดยส่วนมากแล้วการผ่าตัดเสริมจมูก และ การแก้ไขจมูก แบบโอเพ่นจะเหมาะสำหรับคนที่มีจมูกที่สั้น เพราะถ้าหากทำการเสริมด้วยซิลิโคนเพียงอย่างเดียวก็จะไม่สามารถทำปลายจมูกแบบหยดน้ำ หรือยืดให้จมูกยาวได้ และการเสริมด้วยซิริโคนเพียงอย่างเดียวก็อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการทำให้จมูกทะลุได้ แต่หากเสริมแบบเทคนิค โอเพ่น ซึ่งเป็นการใช้กระดูกอ่อนในโพรงจมูก และกระดูกอ่อนหลังใบหูมาเติมตรงช่วงปลายของจมูก เพื่อทำให้สันจมูกมีความยาวเพิ่มขึ้น มีหยดน้ำ ไม่เสี่ยงต่อปลายจมูกทะลุในอนาคต  และ กรณีที่จมูกคด ก็จะทำการเปิดจมูกเพื่อเข้าไปตัดแต่งโครงสร้างจมูกให้ตรง หรือจมูกโตก็จะทำการตัดแต่งเนื้อด้านในจมูก ทำให้จมูกนั้นเล็กลง และดูเรียวขึ้นได้หลังจากการเสริมจมูกด้วยเทคนิคโอเพ่นนั้น เมื่อหายสนิทแล้วจะได้จมูกที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ
                การผ่าตัดแบบโอเพ่นนี้ แพทย์ผู้ผ่าตัดจะต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ดังนั้นลูกค้าจึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลและเลือกศัลยแพทย์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเทคนิคการผ่าตัดแบบโอเพ่น เป็นเทคนิคเฉพาะของประเทศเกาหลี ในประเทศไทยยังมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ค่อนข้างน้อย จึงทำให้การผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่นนี้ราคาค่อนข้างสูงกว่าการเสริมจมูกแบบธรรมดา

                ข้อดีของการผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty) ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศเกาหลี

                • สามารถปรับแต่งจมูกได้มากกว่าการผ่าตัดแบบผ่าตัดเปิดแผลในจมูกด้านเดียว
                • สามารถเห็นถึงสรีระจมูกที่แท้จริงมากกว่า ทำให้สามารถออกแบบหรือแก้ไขทรงจมูกให้เข้ากับใบหน้าของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
                • สามารถแก้ไข จมูกสั้นให้ยาว จมูกคดให้ตรง จมูกใหญ่ให้เล็กเรียวได้
                • ได้จมูกปลายหยดน้ำที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ

                ข้อเสียของการผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty)

                • ทำยากและใช้เวลาการผ่าตัดนานกว่าเสริมจมูกแบบปิด
                • ต้องทำโดยแพทย์ผู้ที่เชี่ยวชาญซึ่งยังมีจำนวนไม่มากนัก
                • อาจจะมีอาการบวมช้ำนานกว่าเสริมจมูกแบบปิด
                • ราคาจะสูงกว่ากว่าเสริมจมูกแบบปิด

                 


                  ปรึกษาฟรี
                  ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
                  สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








                   

                  จากใจ

                  ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review