Category: news

อาการที่เกิดขึ้นหลังการทำศัลยกรรมโครงหน้า

ตัดโหนก-ลดโหนก-ตัดกราม-ศัลยกรรมใบหน้า-
  • มีสายระบายเลือดในวันแรก ของการผ่าตัด
  • เมื่อบ้วนปากอาจมีเลือดซึมออกทางปากอยู่บ้าง หลังการผ่าตัด  (ผ่าตัดแผลในปาก)
  • อาการบวมที่ลดลงของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นกับการดูแลตัวเอง และสภาพร่างกายก่อนการผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดตามคำแนะนำของศัลยแพทย์
  • ช่วงแรก การยุบบวมของใบหน้าทั้งสองข้างอาจจะไม่เท่ากัน อาจทำให้หน้าดูเบี้ยว ไม่ต้องกังวล เพราะอาการยุบบวมจะค่อยๆดีขึ้น ทำให้รูปหน้าเราค่อยๆชัดขึ้น
  • อาจมีอาการกรุบๆบริเวณข้างกกหู ไม่ต้องกังวลเพราะจะค่อยๆดีขึ้นเอง
  • อาการชาบริเวณปากล่างและคางจะค่อยๆดีขึ้น

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด

  • นอนยกหัวสูง เพื่อให้อาการบวมลดลงเร็วขึ้น
  • คนไข้ที่มีเทปปิดปลายคาง สามารถเอาออกเองได้ โดยใช้น้ำแตะๆที่เทป
  • หลังการผ่าตัดในช่วงแรก ให้ประคบเย็น เพื่อให้แผลในปากแข็งตัวได้เร็วขึ้น
  • หลังจากประคบเย็นในช่วงแรกมาแล้ว ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่น อีกประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นและทำให้อาการยุบบวมดีขึ้นด้วย
  • วันแรกให้ทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก เต้าหู้ ไข่ต้ม เพื่อลดการบดเคี้ยว ลดการทำงานของกราม
  • งดอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย
  • งดอาหารหมักดองและขบเคี้ยวของแข็ง
  • ดื่มน้ำอุ่น จะช่วยบรรเทาให้อาการบวมลดลงได้ดีขึ้น
  • หากมีเลือดติดค้างในคอหรือจมูก ให้บ้วนออกเบาๆ
  • ควรหลีกเหลี่ยงในการใช้กล้ามเนื้อบนใบหน้า เช่น การขากเสมหะแรงๆ
  • รับประทานยาตามเวลา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • บ้วนปากทุกๆ 2 ชั่วโมง แม้ว่าจะทานอาหารหรือไม่ก็ตาม เพื่อรักษาความสะอาดในช่องปาก ลดการติดเชื้อแบคทีเรียของแผลในช่องปาก เพราะแผลผ่าตัดอยู่ในช่องปากนั่นเอง
  • การใส่ที่รัดหน้า ควรใส่ทุกวัน 1-2 สัปดาห์ และสามารถถอดพักออกได้ 20-30 นาที
  • หลังจากตัดไหมและติดพลาสเตอร์กันน้ำสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ 
  • ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็ว ได้ในช่วง 1-2 สัปดาห์เเรก จะทำให้อาการยุบบวมดีขึ้น

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิด

  • ปัญหาเรื่องแผลติดเชื้อ อาจไม่รุนแรงนัก สามารถใช้ยาปฏิชีวนะธรรมดาในการรักษาได้
  • ความไม่เท่ากันของใบหน้าในระยะเเรก เนื่องจาก อาการยุบบวมของใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน
  • การผ่าตัดอาจมีผลกระทบต่อเส้นประสาท ทำให้ปากชา แต่จะเป็นแค่ชั่วขณะ อาการจะค่อยๆกับมาเป็นปกติดังเดิม

 ไม่ว่าจะอย่างไรการศัลยกรรมทุกอย่างอาจจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อย แต่ก่อนที่จะศัลยกรรมขอฝากหนุ่มๆและสาวๆทุกคน ควรศึกษาหาข้อมูลการศัลยกรรมแต่ละชนิด ข้อมูลทางการแพทย์ พูดคุยกับศัลยแพทย์ผ่าตัด และดูว่าข้อดีข้อเสีย ผลข้างเคียงเป็นอย่างไร เพื่อประเมินว่าเราสามารถรับผลที่เกิดขึ้นหลังการทำศัลยกรรมนั้นๆได้หรือไม่  แม้ว่าการทำศัลยกรรมจะทำให้เราดูดีขึ้นได้ แต่กว่าใบหน้าจะเข้าที่สวยงามได้ดั่งใจ ย่อมต้องใช้เวลาในการที่ร่างกายจะเยียวยาตัวเอง การมีทัศนคติที่ดี ยอมรับและเข้าใจผลที่เกิดขึ้น จะทำให้คนไข้ไม่วิตกกับใบหน้าของตัวเองหลังการทำศัลยกรรมมากเกินไปค่ะ 🙂
 


    ปรึกษาฟรี
    ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
    สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








     

    จากใจ

    ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

    การ ศัลยกรรม โครงหน้า เทคนิคเกาหลี เพื่อหน้าเรียวแบบองค์รวม 3 จุด

    ศัลยกรรมโครงหน้า-หน้าเรียว

    หากพิจารณาใบหน้า เพื่อการ ศัลยกรรม โครงหน้า อย่างสมบูรณ์แบบที่สุ

    พิจารณาโครงหน้า 3 จุด ซึ่งประกอบไปด้วย โหนก กราม และ คาง

    1. ศัลยกรรม ลดโหนก

    • วางยาสลบ ผ่าตัด ประมาณ 2-3 ชม. 
    • แผลในปาก และบริเวณไรผมข้างหู ประมาณ 3 มิลลิเมตร
    • นอนรพ. 1 คืนเพียงพอ หรือบางครั้งสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้เลย
    • ทุบกระดูกด้านข้างออกให้หน้าเล็กลง  
    • ส่วนกระดูกโหนกหน้าให้นูนไว้ เพื่อหน้ามีมิติ   
    • บางคนโหนกหน้าแบน คุณหมอก็จะเลื่อนกระดูกโหนกมาข้างหน้า เพื่อนูนมีมิติ

    2. วีไลน์ V-LINE  ( กราม + คาง )
    แผลในปากทั้งหมด
    การทำ V-LINE  จะเป็นการปรับแต่งโครงหน้าตั้งแต่โหนกแก้มมาจนถึงคางให้เสมอกันทั้งซ้ายและขวา เพื่อที่จะให้หน้าเรียว และเป็นรูปทรงไข่มากขึ้น การทำศัลยกรรม V-LINE จะทำให้โหนกแก้มที่ดูใหญ่ลดลง และความกว้างของใบหน้าก็จะดูเล็กลงตามไปด้วย หลังจากได้รับการผ่าตัดกระดูกบนใบหน้าก็จะดูลดต่ำลง หน้าดูมีมิติมากขึ้น
    วีไลน์ คือการตัดเหลากราม และเลื่อนกระดูกคาง T แตกต่าง กับการตัดกรามเฉยๆ เพราะการ ตัดกรามเฉยๆ ก็คือ ตัดแค่กราม  ลดมุมกราม ลดความบานของหน้า  ซึ่งจริงแล้วๆ คลินิกในไทยหลายแห่ง เรียกการ ตัดกรามเฉยๆว่า วีไลน์ (ซึ่งเป็นเทคนิคเกาหลี แต่ความจริงแล้ว การตัดกรามเฉยๆไม่ได้ทำให้หน้าเรียวสมบูรณ์เท่ากับการทำวีไลน์)  และวีไลน์ แท้จริงก็คือ การตัดกรามร่วมกับการเลื่อนกระดูกคางนั่นเองค่ะ เป็นจุดแข็งระหว่าง ศัลยกรรม โครงหน้า เกาหลี และไทยค่ะ
    3. เลื่อนกระดูกคาง T   

    • เลื่อนคางให้ยาวขึ้นหรือสั้นลงก็ได้
    • เลื่อนคางที่งุ้มเข้า ให้ยื่นออก หรือเลื่อนคางที่ยื่นเกินไปให้เข้ามากขึ้นก็ได้

    การเสริมคางหรือปรับคางให้ยาวขึ้น มี 2 แบบ
    1. เสริมซิลิโคน  ถูกแต่นานๆไปอาจเกิดพังผืด  ดูไม่เป็นธรรมชาติเป็นมาตรฐานของการศัลยกรรมความงามอย่างหนึ่งที่ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย คือการนำแท่งสิริโคนที่เหมาะสมกับคางหรืออาจจะเหลาให้เข้ากับคางเล็กน้อย มาวางไว้ที่ขอบหน้าของคาง และต่อไปก็เป็นขั้นตอนการผ่าตัดของแพทย์
    2. เลื่อนกระดูกคาง T  ค่าใช้จ่ายสูงกว่า เป็นการเลื่อนกระดูกตัวเองให้ยาวขึ้น ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการทำวีไลน์นั่นเองการเลื่อนกระดูกคาง เพื่อลดขนาดคางที่มีขนาดใหญ่เกินไป ให้ใบหน้าดูมีความเรียวสวย และเล็กลง แต่ในกรณีที่คางสั้นมาก และมีฟันที่สบกันได้ดีอยู่แล้ว ศัลยแพทย์จะดัดกระดูกคางแล้วสไลส์ไปข้างหน้า เพื่อให้คางได้มีระดับความยื่น และความยาว ของคางสมดุลกับรูปหน้าทั้งหมด แล้ว ยึดกระดูกคางและขากรรไกรล่างด้วย สกรู( Screws) และ เพลส ( Plate)
     


      ปรึกษาฟรี
      ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
      สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








       

      จากใจ

      ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

      การผ่าตัดขากรรไกร ไม่ใช่ การตัดกราม

      เหลากราม-ผ่าตัดขากรรไกร-ตัดกราม

      การผ่าตัดขากรรไกร เป็นการผ่าตัดเพื่อการรักษาความผิดปกติของกระดูกโครงหน้า  ซึ่งเป็นการศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาคางยื่น/ฟันสบผิดปกติ/หน้าเบี้ยว

      การผ่าตัดขากรรไกร  เป็น คนละ Procedure กับการผ่าตัดกราม ขากรรไกร (JAW) ทำงานเกี่ยวกับการขบเคี้ยว เป็นกระดูกส่วนที่รองรับฟันทั้งหมดของปากบน- ล่าง

      • ขากรรไกรบน เรียกว่า Maxilla บน
      • ขากรรไกรล่าง เรียกว่า Mandible ล่าง
      • ส่วนกราม เรียกว่า Angle of mandible (คือส่วนมุมของขากรรไกรล่าง)

      ผู้ที่ผ่าตัดขากรรไกร

      • ฟันสบผิดปกติ  เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด
      • ส่วนมากฟันล่างครอบฟันบน  หรือบางเคส ฟันบนครอบฟันล่าง  หน้าเบี้ยวชัดเจน 
      • ฟันยื่นมากหรือเห็นเหงือกมาก
      • ถือเป็นศัลยกรรมใหญ่ที่สุดบนใบหน้า  อายุเกิน45ปี หมอจะไม่ทำให้ เนื่องจากมีความเสี่ยง ใช้เวลาผ่าตัดมากกว่า 4 ชม.
      • บางเคส ปัญหาอยู่ที่ขากรรไกรก็จริงๆ แต่หมอพีฯ ก็ผ่าตัดแก้ไขโดยการตัดกราม ยุบโหนก เลื่อนคางได้เหมือนกัน   คุณหมอจะพิจารณาเคสบายเคส ต้องจัดฟันร่วมด้วยหลังการผ่าตัดขากรรไกร … ปัจจุบันหมอไทย จะใช้การจัดฟันให้ยื่นมากๆก่อน
      • แล้วจึงผ่าตัดขากรรไกร  ผ่าขากรรไกรเสร็จ ต้องจัดฟันต่ออีก ปัจจุบันที่มีชื่อเสียงในการผ่าตัดขากรรไกรคือ รพ.มหิดล ซึ่งจองคิวกันข้ามปี
      • ทั้งนี้ทั้งนั้น จะจัดฟันก่อนหรือหลัง คุณหมอศัลยแพทย์ต้องพิจารณาร่วมกับฟิล์มเอ็กซเรย์ฟัน+ทันตแพทย์

      อุปกรณ์เสริมหลังการผ่าตัด

      • จะมีเวเฟอร์ อุปกรณ์ครอบฟันช่วยกั้นการกระทบกันของฟันล่างและฟันบน

      การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด

      • ประคบเย็น 2-3 วันแรก เพื่อให้เลือดหยุดไหล
      • จากนั้นประคบอุ่นเพื่อลดอาการบวม (อาจทานยาลดบวมด้วยก็ได้)
      • ผ้ารัดหน้า ควรรัดต่อเนื่องช่วง 1 สัปดาห์แรก หลังจากนั้นรัดเฉพาะตอนนอนหรืออยู่บ้าน  เพื่อให้แก้มไม่ห้อยและกระดูกเข้าที่ดีขึ้น
      • 7 วันตัดไหม ข้างกกหู …ไหมในปากเป็นไหมละลาย จะหลุดเองใน 1-2 เดือน
      • แผลผ่าตัดอยู่ในปากและข้างกกหู (บางราย)  ต้องหมั่นบ้วนปาก เพื่อรักษาความสะอาดในช่องปาก ลดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย
      • งดของแข็ง เหนียว เพื่อลดการทำงานของกราม ช่วง 1 สัปดาห์แรก
      • ฝึกฝืนอ้าปากเรื่อยๆทีละนิด (หมอจะสอนเมื่อ follow up ครบ 1 สัปดาห์)  เมื่อครบ 1 เดือน ควรอ้าปากได้เต็มที่แล้ว
      • 6 เดือนหน้าเข้าที่
      • 1 -2 เดือน หลังผ่าตัดสามารถออกกำลังกายได้ปกติ

      ภาวะแทรกซ้อน

      • อาการชา มักเกิดได้เป็นประจำหลังการผ่าตัดนี้ แต่จะชาชั่วคราวบริเวณริมฝีปากและคาง
      • อาการปวด จะเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดและจะได้รับยาบรรเทาอาการปวดตามระดับ
      • เลือดออกมาก เนื่องจากเป็นการผ่าตัดกระดูกจะทำให้มีเลือดออกมาก แต่ก็จะได้รับเลือดทดแทนที่เสียไป
      • อาการบวม ช่วงอาทิตย์แรกๆจะมีการบวมมาก หลังจากนั้นอาการบวมก็จะลดลงตามลำดับ


        ปรึกษาฟรี
        ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
        สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







        จากใจ

        ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

        คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมใบหน้า

        สาวเอเชียอย่างเราๆ ปฎิเสธไม่ได้เลยล่ะค่ะ ว่าใครๆก็อยากมีใบหน้ารูปไข่กันทั้งนั้น ก็เพราะว่าใบหน้ารูปไข่ หรือหน้าวีเชฟ เป็นสัดส่วนความงามตามอุดมคติของสาวเอเชียเรานั่นเองค่ะ ที่ต้องบอกว่า สาวเอเชีย ก็เพราะว่าแต่ละชาติ จะมีความงามในแบบฉบับของตัวเองที่แตกต่างกันนั่นเองค่ะ จึงทำให้การทำศัลยกรรมโครงหน้าไม่ว่าจะเป็นการทุบโหนก ตัดกราม และการทำวีไลน์ เป็นที่นิยมของสาวๆมากขึ้น ไม่แพ้การทำจมูกหรือตาสองชั้น เลยล่ะค่ะ
        คำถามที่หลายท่านสงสัย วีไลน์คืออะไร ? เราจะมาไขข้อสงสัยกันว่า คืออะไรกันแน่?  
        เทคนิคการทำวีไลน์ (V-Line) มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี ซึ่งหมายถึงการทำให้รูปหน้าเป็นรูปตัววี (V-line) โดยการตัดกระดูกกรามและเลื่อนกระดูกคางเป็นรูปตัวที (T-Genioplasty) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบโดยรวมของใบหน้า เพื่อให้ได้รูปหน้าสวยได้สัดส่วนมากกว่า การตัดกรามเพียงอย่างเดียว
         
        vline

        การทำศัลยกรรมเจ็บมากรึเปล่า ?

        • ระหว่างทำศัลยกรรมเป็นการวางยาสลบคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บปวดระหว่างผ่าตัดแต่อย่าง

        ใช้เวลานานแค่ไหน ถึงจะยุบบวม ?

        • อาการบวมช้ำขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนบวมง่ายบางคนช้ำง่าย จากประสบการณ์คนไข้ศัลยกรรม หากคนไข้มีการดูแลตัวเองเป็นอย่างดีเช่นมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนอนพักผ่อนเพียงพอเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์อาการบวมก็หายไปโดยสิ้นเชิงโดยทั่วไปอาการยุบบวมแต่ละคนไม่เท่ากัน จำเป็นต้องดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดตามคำแนะนำของศัลยแพทย์

        ทานอาหารได้ปกติรึเปล่า ?

        • ในการทำศัลยกรรมจมูก ตาสองชั้น ฉีดไขมันใบหน้า  และเสริมหน้าอกสามารถรับประทานอาหารได้ปกติ  ควรยกเว้นอาหารหมักดอง รสเผ็ด
        • กรณีผ่าตัดกระดูกโครงหน้า มีแผลในปาก  ควรงดการขบเคี้ยวของแข็ง รสเผ็ด และควรทานอาหารอ่อนๆ เช่นโจ๊ก ข้าวต้ม ซุป น้ำฟักทองซึ่งจะทำให้อาการยุบบวมหายเร็วขึ้น ในประเทศเกาหลี น้ำฟักทองมีขายทั่วไปตามร้านขายยา แต่ในบ้านเราสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายน้ำเต้าหู้ทั่วไปซึ่งมีคุณภาพและสดใหม่กว่า

        ควรพักฟื้นกี่วัน ?

        • โดยทั่วไปในการผ่าตัดศัลยกรรมโครงหน้านอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการแล้วนัดตัดไหม ซึ่งหลังตัดไหมคนไข้สามารถใช้ชีวิตทำงานได้ตามปกติ อาจมีอาการบวมอยู่บ้างในคนไข้บางรายหากมีการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี คือ พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำให้ร่างการแข็งแรงก่อนการผ่าตัด อาการบวมลดลงเร็วมาก ไม่เหมือนคนที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดเลย รู้ตัวอีกที หน้าก็เรียวสวยแล้ว

        ควรจองคิวก่อนผ่าตัดอย่างน้อยกี่วัน ?

        • ในการจองคิวผ่าตัดกับคุณหมอ ส่งรูปถ่าย ผลเอ็กซเรย์ 3 มิติและประวัติศัลยกรรมเพื่อปรึกษากับคุณหมอและจองคิวล่วงหน้า เพื่อเช็คคิวคุณหมอ เนื่องจากศัลยแพทย์สำหรับศัลยกรรมโครงหน้าเป็นที่นิยมของสาวเอเชีย ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ตะวันออกกลาง ทำให้คิวผ่าตัดของคุณหมอแน่นมาก และมีการเปลี่ยนแปลงคิวทุกชั่วโมง เพื่อความสะดวกของทางลูกค้าและคุณหมอจึงควรนัดล่วงหน้า

        บริการและการดูแลหลังการผ่าตัด

        • หลังการผ่าตัดจะมีการทรีทเม้นท์เพื่อลดอาการบวมหลังการผ่าตัดด้วยการฉายแสง, ให้ออกซิเจนบริสุทธิ์ และบริการซุปฟักทองให้กลับไปทานที่บ้านเพื่อช่วยให้อาการบวมดีขึ้นค่ะ

         


          ปรึกษาฟรี
          ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
          สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








           

          จากใจ

          ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

          อะไรคือการเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนในโพรงจมูก

               เชื่อว่าหากเอ่ยถึง การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน หลายๆคนก็คงนึกถึง กระดูกอ่อนหลังหูจากหลายๆคลินิก แต่จริงๆแล้ว กระดูกอ่อนหลังใบหู ไม่ใช่กระดูกอ่อนที่ดีที่สุด ที่นำมาใช้เสริมหรือตกแต่งปลายจมูก
          เสริมจมูก ด้วยกระดูกอ่อน อาจเป็นที่ใครหลายๆคนเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว เพราะไม่ได้เป็นเทคนิคใหม่แต่อย่างใด แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ไขปรับรูปทรงจมูกให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยตำแหน่งของกระดูกอ่อนจากคนไข้ที่สามารถนำมาใช้ทำศัลยกรรมเสริมจมูกได้อย่างปลอดภัย  

          กระดูกอ่อนในร่างกายที่นำมาเสริมปลายจมูกได้มีอยู่ 3 ชนิด นั่นคือ 

          1. กระดูกอ่อนที่อยู่ภายในจมูก (กระดูกข้างในจมูกตำแหน่งระหว่างรูจมูกซ้าย-ขวา)
          2. กระดูกอ่อนหลังใบหูและ
          3. กระดูกอ่อนจากซี่โครงบริเวณสีข้าง
          4. กระดูกอ่อนในโพรงจมูก เป็นชิ้นที่ดีที่สุด เพราะเป็นเนื้อเยื่อชนิดเดียวกันกับจมูก กระดูกอ่อนแกนกลางจมูก (Septal cartilage) สำหรับคนทำจมูกครั้งแรก จะใช้กระดูกส่วนนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่ดีที่สุด หมอเกาหลี นิยมนำมาใช้เพื่อทำปลายหยดน้ำ 
          ซึ่งแต่ก่อน หมอเกาหลีก็นิยมใช้กระดูกอ่อนหลังหูมาก่อนที่จะค้นพบเทคนิคกระดูกอ่อนในโพรงจมูก การผ่าตัดเพื่อใช้กระดูกอ่อนในโพรงเสริมปลาย จะเป็นการผ่าตัดโดยเทคนิคโอเพ่นเพื่อเปิดจมูกแล้วเลาะเอากระดูกอ่อนมาใช้  เพื่อให้ได้ปลายสวยงาม นอกจากนี้ หมอพีฯ จะใช้การยกกระดูกอ่อนปีกจมูก เพื่อตกแต่งปลายและรูจมูกให้สวยมากขึ้นด้วย

          การเสริมปรายจมูกด้วยกระดูกอ่อนเป็นอย่างไร  

          จุดประสงค์ของคนที่ต้องการเสริมจมูกมีหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจมูกที่แบน ไม่มีดั้ง จมูกเอียง จมูกเบี้ยว จมูกสั้น ฯลฯ จึงต้องการที่จะเสริมเพื่อให้มีทรงจมูกที่โด่งสวยขึ้น ซึ่งหลังจากการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนแล้ว หากต้องการทำให้จมูกดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สามารถเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนเพื่อแก้ปัญหาความแข็งของรูปทรงซิลิโคนได้
          หรือในคนไข้บางคนที่มีจมูกโด่งสูงอยู่แล้ว แต่ต้องการที่จะเพิ่มปลายจมูกให้โค้งมน ก็สามารถแก้ไขโดยการเสริมแค่ปลายจมูกได้ ซึ่งส่วนใหญ่การเสริมปลายจมูกให้สวยมักนิยมเสริมให้เป็นทรงหยดน้ำ (Tear drop) ซึ่งเป็นการต่อปลายจมูกให้ยาวขึ้น ช่วยเติมเต็มรูปทรงจมูกให้ได้สัดส่วนเหมาะสมกับรูปหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนหวานมากขึ้น แต่จมูกทรงหยดน้ำนี้ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน เพราะมีข้อจำกัดคือต้องมีเนื้อจมูกที่ค่อนข้างมาก
          บางคนสามารถทำได้เพราะมีเนื้อจมูกมากอยู่แล้ว  แต่สำหรับบางคนที่มีจมูกสั้น จมูกรั้น ปลายจมูกตัด จมูกเชิด เนื้อปลายจมูกบาง ไม่ว่าจะเสริมอย่างไร ก็จะไม่ได้เป็นทรงหยดน้ำที่สวยงาม ดังนั้น การทำการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนไปพร้อมๆกับการปรับแต่งเพิ่มความยาวปลายจมูก วิธีนี้จึงเป็นการแก้ไขรูปทรงจมูกให้มีความโด่งสวยเป็นธรรมชาติได้
           


            ปรึกษาฟรี
            ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
            สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








             

            จากใจ

            ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

            เสริมจมูกเกาหลี เทคนิคโอเพ่นด้วยกระดูกอ่อนในโพรงจมูก

            ทรง จมูก-จมูก เกาหลี

            เสริมจมูกเกาหลีหลายๆคนอาจเคยได้ยินคำโฆษณาของสถาบันศัลยกรรมความงามต่างๆด้วยวิธีการเสริมจมูกแบบโอเพ่นกันมาบ้าง แต่แท้จริงแล้ว การเสริมจมูกโอเพ่น คืออะไรกันแน่และดีกว่าวิธีการเสริมจมูกแบบปกติอย่างไร ?
            แท้จริงแล้วการเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open rhinoplasty) เป็นเทคนิคต้นตำรับจากประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นการผ่าตัดเปิดแผลที่ใต้ฐานจมูก ซึ่งเป็นวิธีที่เสี่ยงจะมีแผลเป็นได้ ใช้วัสดุซิลิโคนเสริมสันจมูกร่วมกับกระดูกอ่อนในโพรงจมูก ซึ่งสามารถตกแต่งเพื่อให้ได้ปลายจมูกหยดน้ำหรือทรงบาร์บี้ไลน์ได้ตามต้องการ
            โดยส่วนมากแล้วการผ่าตัดเสริมจมูก และ การแก้ไขจมูก แบบโอเพ่นจะเหมาะสำหรับคนที่มีจมูกที่สั้น เพราะถ้าหากทำการเสริมด้วยซิลิโคนเพียงอย่างเดียวก็จะไม่สามารถทำปลายจมูกแบบหยดน้ำ หรือยืดให้จมูกยาวได้ และการเสริมด้วยซิริโคนเพียงอย่างเดียวก็อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการทำให้จมูกทะลุได้ แต่หากเสริมแบบเทคนิค โอเพ่น ซึ่งเป็นการใช้กระดูกอ่อนในโพรงจมูก และกระดูกอ่อนหลังใบหูมาเติมตรงช่วงปลายของจมูก เพื่อทำให้สันจมูกมีความยาวเพิ่มขึ้น มีหยดน้ำ ไม่เสี่ยงต่อปลายจมูกทะลุในอนาคต  และ กรณีที่จมูกคด ก็จะทำการเปิดจมูกเพื่อเข้าไปตัดแต่งโครงสร้างจมูกให้ตรง หรือจมูกโตก็จะทำการตัดแต่งเนื้อด้านในจมูก ทำให้จมูกนั้นเล็กลง และดูเรียวขึ้นได้หลังจากการเสริมจมูกด้วยเทคนิคโอเพ่นนั้น เมื่อหายสนิทแล้วจะได้จมูกที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ
            การผ่าตัดแบบโอเพ่นนี้ แพทย์ผู้ผ่าตัดจะต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ดังนั้นลูกค้าจึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลและเลือกศัลยแพทย์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเทคนิคการผ่าตัดแบบโอเพ่น เป็นเทคนิคเฉพาะของประเทศเกาหลี ในประเทศไทยยังมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ค่อนข้างน้อย จึงทำให้การผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่นนี้ราคาค่อนข้างสูงกว่าการเสริมจมูกแบบธรรมดา

            ข้อดีของการผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty) ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศเกาหลี

            • สามารถปรับแต่งจมูกได้มากกว่าการผ่าตัดแบบผ่าตัดเปิดแผลในจมูกด้านเดียว
            • สามารถเห็นถึงสรีระจมูกที่แท้จริงมากกว่า ทำให้สามารถออกแบบหรือแก้ไขทรงจมูกให้เข้ากับใบหน้าของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
            • สามารถแก้ไข จมูกสั้นให้ยาว จมูกคดให้ตรง จมูกใหญ่ให้เล็กเรียวได้
            • ได้จมูกปลายหยดน้ำที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ

            ข้อเสียของการผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty)

            • ทำยากและใช้เวลาการผ่าตัดนานกว่าเสริมจมูกแบบปิด
            • ต้องทำโดยแพทย์ผู้ที่เชี่ยวชาญซึ่งยังมีจำนวนไม่มากนัก
            • อาจจะมีอาการบวมช้ำนานกว่าเสริมจมูกแบบปิด
            • ราคาจะสูงกว่ากว่าเสริมจมูกแบบปิด

             


              ปรึกษาฟรี
              ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
              สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








               

              จากใจ

              ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

              ศัลยกรรมตัดกรามอย่างเดียวไม่ได้ทำให้หน้าเรียว ?

              หากพูดถึงการศัลยกรรมหน้าเรียวแล้ว หลายๆคนก็อาจจะเคยได้ยินคำโฆษณาที่เกี่ยวกับการ ทำหน้า V-shape , V-line, หรือการฉีดสารหน้าเรียววีไลน์ กันมาบ้างแล้ว ซึ่งหากถามที่คลินิกหรือรพ.หลายๆแห่ง ก็อาจให้คำตอบว่าการทำ วีไลน์ คือ การตัดกราม แต่แท้จริงแล้ว การทำวีไลน์คืออะไรกันแน่ ? และ การตัดกรามทำให้หน้าเรียวได้จริงหรือ ?
              จริงๆแล้วการทำศัลยกรรมวีไลน์ หรือการผ่าตัดปรับแต่งรูปหน้า สามารถทำให้หน้าเป็นรูปไข่หรือรูปตัววี โดยการเหลากรามและการเลื่อนตัดกระดูกคาง ซึ่งเป็นศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการทำศัลยกรรมปรับรูปหน้า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของกระดูกโครงหน้าและให้ได้ใบหน้าที่ดูเรียวสวยได้รูป การผ่าตัดปรับโครงหน้านี้ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ เพราะเป็นการปรับโหนกแก้มที่มีขนาดใหญ่ให้เล็กลง จึงจำเป็นจะต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและใช้ทักษะทางการแพทย์ขั้นสูง จึงทำให้ลูกค้าต้องบินไปทำการผ่าตัดไกลถึงเกาหลี
               หลักการผ่าตัดนั้นคือต้องทำให้คางเดิมของคนไข้ดูเล็กลงโดยการตัดกระดูกบริเวณคางที่มีความหนาออก และปรับโครงหน้าให้ดูเรียวเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อมองจากด้านหน้าจะเห็นว่าหลังจากคนไข้ได้รับการผ่าการศัลยกรรมหน้าเรียวด้วยวิธีนี้ คนไข้จะมีใบหน้าเป็นรูปทรงเรียวไข่ และโหนกแก้มทั้งสองข้าง (ซ้าย-ขวา) ต้องมีความเท่ากัน จึงจะดูสวยธรรมชาติเหมือนสาวเกาหลีเลยทีเดียว

              รูปแบบการศัลยกรรมวีไลน์ ( V-Line )

              1. ผ่าตัดกระดูกรูปตัว T เพื่อการแก้ไขขากรรไกรกว้างและแคบ
              2. ผ่าตัดรูป V คว่ำ เหมาะสำกรับการรักษารูปคางเดิมเอาไว้
              3. ผ่าตัดแนวระนาบ เพื่อการแก้ไขปัญหาของใบหน้าที่ยาวเกินไป
              4. การเคลื่อนย้าย Pogonion (จุดกึ่งกลางของคาง) เพื่อารลดความยาว และ ความกว้างของคาง

              การทำศัลยกรรมวีไลน์ สามารถแก้ไขปัญหาโครงหน้าได้ดังนี้

              • แก้ไขรูปหน้าเหลี่ยม
              • แก้ไขรูปหน้ากว้างและบาน
              • แก้ไขกล้ามเนื้อใบหน้าที่หนาเกินไป
              • แก้ไขรูปหน้าที่ยาวเกินไป
              • แก้ไขรูปหน้าที่สั้นเกินไป
              • แก้ไขรูปหน้าที่ไม่สมมาตร

              การที่มีโหนกแก้มที่เล็กลงจะทำให้โครงหน้าโดยรวมมีความโดเด่นขึ้นมีมิติขึ้น ที่สำคัญจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย และจะทำให้เห็นเส้นเว้าเส้นโค้งของใบหน้าที่ชัดเจนสวยงามขึ้นอีกด้วย ส่งผลทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเรียวเล็ก ทำให้จมูก ตา และส่วนอื่นๆของใบหน้ามีความโดเด่นขึ้นอีกด้วย หลังการผ่าตัด ทุกคนจะมีอาการบวมช้ำ และอาการบวมช้ำเหล่านั้น จะค่อยๆหายไป ทั้งนี้อาการเหล่านั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละบุคคลหรือขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ที่แตกต่างกันออกไป
               


                ปรึกษาฟรี
                ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
                สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








                 

                จากใจ

                ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review

                ศัลยกรรมไทย vs ศัลยกรรมเกาหลี อันไหนดีกว่า ?

                ศัลยกรรมไทย-เกาหลี

                     ศัลยกรรม จริงๆแล้วทั้งไทยและเกาหลี การศัลยกรรมโครงหน้า จะมีข้อแตกต่างกันอยู่บ้างในเรื่องของเทคนิค  ซึ่งคลินิกศัลยกรรม หรือ คุณหมอในประเทศไทยเอง มีเพียงไม่กี่ท่านที่สามารถผ่าตัดเทคนิคได้แบบเกาหลี ไม่ใช่เพียงแค่บินไปดูงานหรือร่วมเวิร์คชอปกับรพ.ชั้นนำในเกาหลีเท่านั้น  แต่ยังเรียนจบด้านศัลยกรรมพลาสติกจากมหาลัยชางเกิง ซึ่งเป็นมหาลัยที่หมอศัลย์ทุกคนทราบดีว่า เป็น มหาลัยแพทย์ที่ดีที่สุดในโลกด้านศัลยกรรมพลาสติก อันดับหนึ่งของโลก ในส่วนของใบหน้า

                ศัลยกรรมไทย-เกาหลี

                เพียงแต่ เกาหลีเป็นประเทศอุตสาหกรรมหลักคือธุรกิจศัลยกรรมเกาหลี ทำให้การตลาดแน่นมาก  รวมถึงประสบการณ์ของหมอเกาหลีบางท่านเองก็มีเยอะกว่าหมอไทย (ย้ำว่าบางท่าน) เพราะ ดีกรีศัลยแพทย์ทั้งไทยและเกาหลี ก็มีแพทย์ระดับปรมาจารย์ เหมือนในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่ง Surgery Review จะพาคนไทยไปทำศัลยกรรมกับศัลยแพทย์ระดับอาจารย์หมอเท่านั้น  เพื่อให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปให้มากที่สุด
                การไปเกาหลี เราปรึกษาผ่านรูปถ่ายประกอบกับภาพ CT scan 3 มิติ ให้คุณหมอดูอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาผ่าตัด เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของใบหน้า  ซึ่ง Surgery Review จะให้คำปรึกษาคนไข้ โดยศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดเท่านั้น ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ คนไข้สามารถตรวจสอบได้จากข้อความที่ทางทีมงานคุยตรงกับคุณหมอ เมื่อบินไปถึงเกาหลี คนไข้จะได้ปรึกษากับคุณหมอเกาหลีโดยตรงอีกรอบหนึ่ง เพื่อวางแผนการผ่าตัดอย่างถูกต้องและแม่นยำที่สุด ซึ่งเราจะมีล่ามของทางบริษัทดูแลลูกค้า มั่นใจได้ว่า การแปลภาษาจะเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและรักษาผลประโยชน์ลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ศัลยกรรมที่คนไข้บินไปทำที่เกาหลี ได้แก่ ศัลยกรรมโครงหน้า  ลดโหนก ตัดกราม จมูกเกาหลี เป็นต้น
                ศัลยกรรมบางประเภท เราก็จะแนะนำให้ลูกค้าทำเมืองไทยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก แปลงเพศ ดูดไขมัน หัตถการ ทำเมืองไทยได้เลย ผลลัพธ์ดีไม่แพ้เกาหลี และประหยัดเงินในกระเป๋าไปมากกว่าครึ่ง  รวมถึงการผ่าตัดโครงหน้าบางกรณี หากคุณลูกค้ามีความประสงค์อยากเซฟค่าใช้จ่ายและไม่มีเวลามากพอที่จะเดินทางไปเกาหลี ทางเราก็มีอาจารย์หมอด้านโครงหน้าให้ผ่าตัดที่เมืองไทยเช่นกัน
                Surgery Review หมั่นอัพเดทความรู้ทางการแพทย์เสมอ เพราะเรามีคอนเนคชั่นระดับอาจารย์หมอในทั้งประเทศไทยและเกาหลี สิ่งใดว่าดี เราก็ยินดีแนะนำลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง   แต่ละที่ไม่ว่าจะไทยและเกาหลี ต่างมีจุดดี จุดแข็งและจุดอ่อน แตกต่างกันไป ซึ่ง Surgery Review จะให้ข้อมูลแก่ลูกค้าอย่างตรงไปตรงมาที่สุดเพื่อประกอบการตัดสินใจทำศัลยกรรม
                 


                  ปรึกษาฟรี
                  ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
                  สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








                   

                  จากใจ

                  ทีมงานผู้บริหาร Surgery Review