Category: news

4 คลินิกฉีดไขมันหน้าเด็ก ยอดนิยมที่ฮิตสุดๆ ในเกาหลี

คลินิกฉีดไขมัน-หน้าเด็ก-ยอดนิยม

การฉีดไขมันตัวเองถือเป็นการทำศัลยกรรมอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีและกำลังได้รับความนิยมมากในตอนนี้ คลินิกฉีดไขมันยอดนิยม เพราะเหมือนเป็นการปรับรูปหน้าอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ใบหน้าของคุณดูสวยงามและดูมีมิติมากขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วการฉีดไขมันปรับรูปหน้านี้มีมานานแล้วที่ประเทศเกาหลี และยังเป็นการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากปันอันดับต้นๆของการทำศัลยกรรมของที่เกาหลีอีกด้วย
 

คลินิกฉีดไขมัน-หน้าเด็ก-ยอดนิยม

 
ฉีดไขมันหน้าผากที่ไหนที่ได้รับความนิยมดีมากในเกาหลี สาเหตุที่ได้รับความนิยมเพราะ การศัลยกรรมใบหน้าด้วยการฉีดไขมันตัวเอง จะมีความเจ็บปวดจากการรักษา และ มีอาการบวมน้อยมาก หลังการผ่าตัดจะไม่เห็นรอยฟกช้ำ ไม่ทำให้ผิวหนังขรุขระเป็นคลื่น และการฉีดไขมันตัวเองไม่มีผลข้างเคียงใดๆ หลังจากการรักษา เมื่อเวลาผ่านไปจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นให้เห็น
 
อีกทั้งการฉีดไขมันในตำแหน่งต่างๆบนใบหน้ายังเป็นการกำจัดริ้วรอย ยกกระชับใบหน้าที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก ขั้นตอนการผ่าตัดจะใช้แค่ยาชาฉีดเฉพาะส่วนที่ต้องการฉีดไขมันข้าไปเท่านั้น จึงทำให้คนไข้ไม่จำเป็นจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาล และที่สำคัญการฉีดเสริมใบหน้าด้วยไขมัน สามารถช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยแห่งวัยบริเวณหางตา ถุงใต้ตา หัวคิ้ว หางคิ้วให้ดีขึ้นและประสิทธิภาพของมันทำให้ผิวมีความกระจ่างใสและดูอ่อนกว่าวัยได้อีกด้วย
 
ดังนั้นจึงทำให้วิธีนี้เป็นที่นิยมมากในวงการศัลยกรรมที่เกาหลี ลองสังเกตกันดูดีๆสิคะ ว่าสาวๆหนุ่มๆเกาหลีหน้าเด็กกันขนาดไหน ไหนๆก็ไหนแล้ว วันนี้เรามาแนะนำสถานเสริมความงามฉีดไขมันหน้าผากที่คนเกาหลีนิยมไปทำ ศัลยกรรมฉีดไขมันหน้าผากที่ไหนดี กันเลยดีกว่าค่ะ เผื่อจะมีสาวๆหนุ่มๆคนไหนสนใจจะไปทำบ้าง
 

แนะนำ 4 คลินิกฉีดไขมัน ยอดนิยมที่ฮิตสุดๆ ในเกาหลี

 

1. Gyalumhan

 

คลินิกฉีดไขมัน-ยอดนิยม-เกาหลี-Gyalumhan

 

หลายๆคนที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องการทำศัลยกรรมคงจะพอคุ้นชื่อกันบ้าง แต่สำหรับคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อ ก็ไม่ต้องแปลกใจค่ะ เพราะที่ Gyalumhan มีชื่อเสียงที่เกาหลีแต่ไม่ได้ทำการตลาดในบ้านเรา จึงทำให้คนไทยส่วนมากไม่ค่อยรู้จักกันมากเท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของผลงานการทำศัลยกรรมแล้วรับลองเลยว่าที่นี่เป็น คลินิกฉีดไขมันยอดนิยม และไม่เป็นสองรองใครแน่นอนค่ะ

 


 

2. Banobaki

 

คลินิกฉีดไขมัน-ยอดนิยม-เกาหลี-banobagi

 

ซึ่งศัลยแพทย์ที่นี่ต้องยอมรับเลยว่าเป็นศัลยแพทย์ที่มีคุณภาพมากๆและเป็น คลินิกฉีดไขมันยอดนิยม ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากในเกาหลีอีกด้วย เพราะที่นี่คิดแต่แพทย์ที่จบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงและมีผลงานที่โดดเด่นเป็นการการันตีคุณภาพอีกด้วยค่ะ

 


3. GNG

 

คลินิกฉีดไขมัน-ยอดนิยม-เกาหลี-gng

 

ถือเป็นสถานเสริมความงามแบบครบวงจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอีกที่หนึ่งของเกาหลีเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านไว้คอยแนะนำให้คำปรึกษา และผ่าตัดทำศัลยกรรมให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ต้องยอมรับเลยค่ะว่าผู้ที่เข้ามาใช้บริการที่นี่มีจำนวนมากจริงๆ

 


 

4. Hanabi

 

คลินิกฉีดไขมัน-ยอดนิยม-เกาหลี-hanabi

 

สถานเสริมความงามที่ได้รับความไว้วางใจจากคนเกาหลีเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำศัลยกรรมจมูก การแก้ไขจมูก และยังเป็น คลินิกฉีดไขมันยอดนิยม ที่ดีอีกที่หนึ่งก็ว่าได้

 


 

การฉีดไขมันที่เกาหลีจะแบ่งออกเป็น 2 แบบค่ะ คือ

1. ฉีดแบบ รอบเดียว
2. ฉีดแบบ 2 รอบ (รอบที่2 เป็นไขมันที่เอาไปแช่แข็งไว้) เป็นไขมันของเราเองที่นำไปแช่แข็งไว้
ซึ่งประสิทธิภาพของไขมันที่ถูกแช่แข็งนี้จะไม่ได้ดีเท่ากับรอบแรกเพราะ รอบแรกจะเป็นไขมันที่สด และ สเต็มเซลล์ยังไม่ตาย
 


    ปรึกษาฟรี
    ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
    สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







    คำถามยอดฮิตที่พบบ่อย ก่อนทำศัลยกรรม สไตล์ไทย – เกาหลี 2017

    Q&A ศัลยกรรม 2017

    ถ้าหากให้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง ศัลยกรรมเกาหลีและศัลยกรรมในประเทศไทย 2017 ในไม่ใช่ว่าศัลยกรรมเกาหลีจะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้ทั้งหมด บางรายการศัลยกรรมเช่นการศัลยกรรมการผ่าตัดแปลงเพศ ศัลยกรรมเสริมหน้าอก ดูดไขมันกระชับสัดส่วน การผ่าตัดแก้ไขปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งเป็นการศัลยกรรมไม่เพียงแต่เพื่อความสวยงามแต่ยังเป็นการรักษาโรคอีกด้วย สามารถทำในประเทศไทยได้
    เพราะประเทศไทยเราเองมีความก้าวหน้าทางการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำศัลยกรรมบนเรือนร่าง ในแต่ละปีคนไข้จากทั่วโลกไม่ว่าจะมาจากยุโรป อเมริกาหรือแม้แต่ทางฝั่งเกาหลี จีน ญี่ปุ่นเอง ต่างก็บินมาประเทศไทยเพื่อทำศัลยกรรมดังกล่าวไม่น้อยเลย รวมถึงศัลยแพทย์จากทั่วโลกก็บินมาดูงานเรียนรู้การผ่าตัดกับศัลยแพทย์ไทยอีกด้วย
    ในประเทศเกาหลีศัลยกรรมที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกหนีไม่พ้นศัลยกรรมพลาสติกบนใบหน้าของเรานั่นเอง คนไข้หลายท่านถามว่าทำ ศัลยกรรมเกาหลีต่างจากทำศัลยกรรมในไทยหรือไม่ ? ขอตอบเลยว่ามีความแตกต่างกันอยู่บ้างค่ะแม้ว่าศัลยแพทย์ไทยของเราจะพยายามใช้เทคนิคต่างๆเหมือนกับศัลยแพทย์เกาหลีแล้วก็ตาม เราจะมาเปรียบเทียบให้ทีละข้อกันเลยค่ะ
     

    Q&A ศัลยกรรม 2017

    คำถามยอดฮิตที่พบบ่อย ก่อนทำศัลยกรรม สไตล์ไทย – เกาหลี 2017?

    0. เริ่มจากคำถามสุดพีค ยอดฮิต ” ศัลยกรรมการผ่าตัดโครงหน้าที่เกาหลีต่างกับผ่าที่ไทยหรือเปล่าคะ

    จะให้ตอบว่าเหมือนกันเลยซะทีเดียว ก็เป็นคำตอบที่ไม่จริงนะคะเราขอตอบตามตรงเลยว่า แตกต่างอยู่บ้างค่ะ เช่น รูปทรงของใบหน้าผ่าตัดที่ไทยช่วงคางจะค่อนข้างยาวกว่าผ่าตัดที่เกาหลี


    0. ชั่วโมงผ่าตัดมากหรือน้อยมีผลอย่างไร ?

    ชั่วโมงการผ่าตัดที่เกาหลี โดยเฉลี่ยจะผ่าตัดเร็วกว่าไทย ประมาณ 1-1.30 ชั่วโมง การผ่าตัดที่เร็วกว่า ช่วลดความเสี่ยงติดเชื้อในห้องผ่าตัด


    0. ทรงหน้าแบบไหน จึงจะเหมาะกับเราค่ะ ?

    ความสวยเป็นความรู้สึกที่นานาจิตตัง คุณหมอจะมีเครื่องมือวัดสัดส่วนใบหน้า ซึ่งจะเป็นตัวเลขวัดความกว้าง : ความยาวของใบหน้า ให้ได้ตัวเลขอันเป็นสัดส่วนความงาม และการเอ็กซเรย์ 2-3 มิติ เพื่อออกแบบประเมินการผ่าตัด ให้ใบหน้าของเราออกมาเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ


    0. พักฟื้นกี่วันค่ะ ?

    สำหรับที่ไทย : เรามีแพกเกจนอนโรงพยาบาล 2 คืน และ 7 วันตัดไหมตรงข้างกกหู ส่วนไหมในปากรอหลุดเองใน 1-2 เดือน
    สำหรับที่เกาหลี : แนะนำพักฟื้นที่เกาหลี 2 สัปดาห์ อย่างต่ำสุด 10 วันตัดไหม ส่วนไหมในปาก จะตัดออกให้บางส่วนเมื่อครบ 14 วันค่ะ


    0. มีคอร์สลดบวมมั้ยค่ะ ?

    ที่ไทย ตอนนี้ยังไม่มีคอร์สลดบวมนะคะ แต่เรากำลังเพิ่มแพกเกจคอร์สลดบวมให้ในเร็วๆนี้ค่ะ เพราะในไทยมีเพียงโรงพยาบาลไม่กี่แห่งที่มีเครื่องเลเซอร์ลดบวม และ เครื่องออกซิเจนบริสุทธิ์ลดบวม คือ ในเกาหลี แต่ละโรงพยาบาลหรือแม้แต่คลินิก จะมีเครื่องเลเซอร์, เครื่องออกซิเจนไว้คอยบริการคนไข้หลังการผ่าตัดอยู่แล้วค่ะ บางแห่งยังมีบริการสระผมให้ด้วยค่ะ


    0. อาหารการกิน มีคนคอยดูแลเรามั้ยค่ะ ?

    ช่วงแรกหลังการผ่าตัดสามารถทานได้ทุกอย่างเลยค่ะ ยกเว้น อาหารหมักดอง แอลกอฮอล์ กรณีผ่าโครงหน้างดอาหารแข็ง เหนียว ทานได้แต่อาหารอ่อนๆ บางคนอาจเตรียมโจ๊กซองจากไทยไปก็สะดวกดีค่ะ ตามร้านสะดวกซื้อที่เกาหลีจะมีข้าวต้มสำเร็จรูป รสชาติถูกปากคนไทยเลยล่ะค่ะ


    0. มีโรงแรมที่พัก ราคาเท่าไหร่บ้างค่ะ ?

    นโยบายของ Surgery Review จะไม่ได้ให้ลูกค้าหลายๆท่านที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนอนรวมกัน เพราะ ความส่วนตัวจะน้อย และที่สำคัญมีความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อหลังการผ่าตัดค่ะ ที่พักจะมีให้เลือกหลายแบบค่ะ ตั้งแต่ 3 ดาว จนถึง 6 ดาว (เราแนะนำให้พัก 3 ดาวเป็นอย่างต่ำ) คำนึงถึงความสะอาด และความสะดวกเป็นหลักค่ะ


    0. มีคนดูแลเรามั้ยค่ะ ?

    ทางเรามีล่ามดูแล ตลอดที่อยุ่เกาหลีค่ะ เป็นทีมงานของเราเอง จะคอยติดตาม พาไปล้างแผล และช่วยเหลือยามฉุกเฉินค่ะ


    0. การจ่ายเงินเป็นยังไง ?

    จ่ายเงิน 30% เพื่อจองคิวศัลยกรรม
    จ่ายเงินส่วนที่เหลือก่อนเดินทางอย่างน้อย 7 วันค่ะ


    0. จะติดด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีมั้ยค่ะ ? เห็นข่าวคนไทยถูกส่งตัวกลับเยอะเลย

    จะมีจดหมาย Confirmation letter ให้กับคนไข้และผู้ติดตามทุกคนค่ะ กรณีเจ้าหน้าที่ถาท สามารถยื่นให้ดูได้เลย ในจดหมายจะระบุ สถานที่ที่ทำ สถานที่พักรักษา เบอร์ติดต่อกลับชัดเจน ไม่มีปัญหาถูกส่งตัวกลับไทยแน่นอนค่ะ


    0. ขาออกประเทศเกาหลีกลับไทย หน้าเราเปลี่ยนจะผ่าน ตม. มั้ยค่ะ ?

    มีใบรับรองแพทย์ให้กับคนไข้ทุกท่านค่ะ ไม่มีปัญหาแน่นอน


     

    GNG ร่วมกับ SR ทุ่มงบลงทุนกว่า 1 ล้านบาท โมเดลศัลยกรรมน้องเมย์

    makeover-น้องเมย์-ก่อน-หลัง

    สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อเมย์ ได้สมัครเข้าร่วมในโครงการ Makeover Project เฟ้นหาโมเดลสาวไทยไปทำศัลยกรรมฟรีกับโรงพยาบาลศัลยกรรม GNG ที่ประเทศเกาหลีใต้ ตอนที่ทราบผลว่าได้รับคัดเลือกให้ไปทำศัลยกรรมฟรีกับทางโรงพยาบาล รู้สึกดีใจมากและตื่นเต้นมากค่ะ เพราะเดิมทีเป็นคนไม่เคยผ่านการศัลยกรรมมาก่อน
    วันเดินทาง คือ วันที่ 21 มกราคม 2560 ไปถึงสนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เวลาประมาณ 9 โมงเช้า วันนี้มีหิมะตกโปรยปราย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับหิมะจริงๆ ตื่นเต้นมากและอากาศก็หนาวมาก พอถึงสนามบินจะมีทีมงานของทางโรงพยาบาลมารอต้อนรับอย่างอบอุ่นค่ะ จากนั้นก็นั่งรถที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้ไปยัง โรงพยาบาลศัลยกรรม GNG เพื่อเข้าพบและปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
    จากสนามบินอินชอนมายังโรงพยาบาล ซึ่งตั้งอยู่ย่านกังนัมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พอถึงโรงพยาบาล สิ่งแรกที่เห็นคือ โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นตึกสูง มีทั้งหมด 10 ชั้น พอเข้าไปข้างในตัวอาคารจะพบกับคาเฟ่ ซึ่งเปิดให้บริการทั้งกาแฟ เครื่องดื่มและขนมต่างๆ มีให้เลือกซื้อได้ตามสะดวก
    สถานที่ภายในโรงพยาบาลนั้นดูสะอาด มีที่นั่งรอตรวจและมุมเครื่องดื่ม เช่น กาแฟและน้ำดื่มไว้คอยให้บริการฟรี จากนั้นเราก็เข้าไปติดต่อกับพยาบาลที่เค้าเตอร์ เพื่อกรอกข้อมูลและประวัติส่วนตัวอย่างละเอียด เสร็จแล้วจึงมี

    การตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด

    • การตรวจเอ็กซเรย์กระดูกโครงหน้า (CT Scan)
    • การตรวจเอ็กซเรย์ปอด
    • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
    • การตรวจเลือดและมีการถ่ายรูปก่อนผ่าตัด

    จากนั้นจึงพบกับที่ปรึกษาทางด้านความงามและศัลยกรรมก่อน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการการแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้า ก่อนที่จะเข้าพบคุณหมอ สำหรับเรื่องภาษานั้นไม่ต้องกังวลว่าจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง หรือไม่เข้าใจ เพราะมีล่ามไว้คอยดูแลอยู่แล้ว
    หลังจากนั้นก็ได้เข้าพบกับคุณหมอเพื่อประเมินใบหน้าดูว่ามีวิธีการแก้ไขจุดบกพร่องอย่างไร เนื่องจากว่าช่วงที่ไปผ่าตัดศัลยกรรมนั้นเป็นช่วงหน้าหนาว ซึ่งอาจทำให้ป่วยได้ง่าย เพราะว่าถ้าเราป่วย มีไข้ เราจะไม่ได้เข้ารับการผ่าตัดอย่างแน่นอน เพราะอาจทำให้มีความเสี่ยงในการผ่าตัดอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นก่อนผ่าตัดเราควรเตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรงและเตรียมเสื้อผ้าที่หนาเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นจะได้ไม่ป่วย แต่กรณีในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ เช่น แพ้อากาศ ก็สามารถทำผ่าตัดได้ 

    เมย์ ต้อง Makeover ปรับจุดไหนบนใบหน้าบ้าง

    • เป็นคนที่มีโหนกแก้มสูง
    • หน้าผากแคบและสั้น
    • ขมับตอบ ทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมและแข็ง มีรูปให้ดูค่ะ

     

    makeover-น้องเมย์

     

    ปัญหาดังกล่าว ส่งผลอย่างไรบ้างต่อใบหน้า ของน้องเมย์

    • มีคนเคยทักว่าหน้าดูแข็งและดุ
    • หน้าดูไม่สวยไม่หวาน
    • บางคนก็บอกว่าเห็นหน้ากันตอนแรกนึกว่าเป็นคนอีสาน
    • ทำให้เรารู้สึกขาดความมั่นใจไปเลย

    นอกจากปัญหาดังที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ยังมีปัญหาเรื่องหน้าสองข้างไม่เท่ากัน โหนกแก้มยื่นออกมาด้านข้าง, คางตัดทำให้คางดูกว้างเหมือนคนไม่มีคาง, จมูกมีลักษณะเป็นจมูกสั้น, สันจมูกกว้าง, สันโด่งใหญ่, ปลายจมูกกลมและปีกจมูกบานค่ะ สำหรับดิฉันได้รับการแก้ไขกระดูกโครงหน้า โดยการผ่าตัดกรามวีไลน์ (V Line Square Jaw Sugery) การลดขนาดโหนกแก้ม (Cheekbone Reduction) การฉีดไขมันบนใบหน้า (Facial Fat Graft) และการทำจมูก (3D Rhinoplasty) ก็ได้เข้าพบคุณหมอทั้งหมด 3 ท่าน โดยมีหมอที่ดูแลในเรื่องของกระดูกโครงหน้า, เรื่องของการฉีดไขมันบนใบหน้าและเรื่องของการทำจมูก
    หลังจากพูดคุยกับคุณหมอเสร็จได้นัดผ่าตัดคือ วันที่ 23 มกราคม 2560 และพยาบาลก็ได้แจ้งเรื่องการงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด เนื่องจากเป็นการผ่าตัดใหญ่ ใช้เวลานานจึงต้องมีการดมยาสลบ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากการสำลักอาหารเข้าปอด จึงจำเป็นต้องงดน้ำและอาหารเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง คือหลังเที่ยงคืนของวันก่อนผ่าตัดต้องงดน้ำและอาหารเลยและมีการใส่ท่อสวนปัสสาวะด้วย เพื่อความปลอดภัยของเรา เมื่อพูดคุยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มีรถที่ทางโรงพยาบาลจัดไปส่งยังโรงแรมที่พัก เพื่อเช็คอินและพักผ่อนเพื่อรอวันนัดผ่าตัด
     

    เมย์-ก่อนผ่าตัด

     

    และแล้ว วันผ่าตัดก็มาถึง วันนี้มีนัด 9 โมงเช้า ตื่นเช้ามารู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะว่าวันนี้จะต้องผ่าตัดแล้ว เมื่อคืนนี้ก็นอนหลับสบายดีค่ะ

    ก่อนการผ่าตัดควรทำอย่างไรบ้าง ?

    • พักผ่อนให้เต็มที่
    • งดน้ำงดอาหารทุกอย่างหลังเที่ยงคืนมาแล้วเรียบร้อยค่ะ

    จากนั้นก็อาบน้ำ สระผม แปรงฟันและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางโดยรถแท็กซี่ค่ะ ใช้เวลาไม่นานประมาณ 20 นาทีก็ถึงโรงพยาบาล พอมาถึงที่โรงพยาบาลจะมีพี่ล่ามมารออยู่แล้ว จากนั้นก็พาเราไปพบพยาบาล เพื่อแจ้งชื่อและพาไปยังห้องพักฟื้นผู้ป่วย ซึ่งเป็นห้องที่เราจะต้องมานอนพักฟื้นหลังผ่าตัดเสร็จ แล้วจึงทำการเปลี่ยนเสื้อผ้า รองเท้าที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้และล้างทำความสะอาดใบหน้าอีกครั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงได้เข้าพบคุณหมออีกครั้งหนึ่ง เพื่อพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการรักษาและทำความเข้าใจกันก่อนเข้ารับการผ่าตัด

    จากนั้นพยาบาลก็พาไปยังห้องผ่าตัด ซึ่งก่อนเข้าห้องผ่าตัด ผมที่รวบอยู่จะต้องปล่อยออก แล้วก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัดต้องผ่านเครื่องเป่าลมเพื่อกำจัดฝุ่นและเชื้อโรคที่ติดตามตัวและเสื้อผ้าออกก่อนจึงจะเข้าไปในห้องผ่าตัดได้ ตอนที่เข้าไปยังห้องผ่าตัดก็สังเกตเห็นว่ามีเครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตหลายชนิดอยู่ในห้องผ่าตัด จึงรู้สึกมั่นใจได้ว่ามีมาตรฐานและมีความปลอดภัย จากนั้นก็ขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัด ซึ่งเตียงผ่าตัดจะเป็นเตียงเล็กๆ ที่ขนาดไม่ใหญ่มากใหญ่กว่าเราเล็กน้อย

    แล้วมีหมอและพยาบาลวิสัญญีอยู่ประมาณ 5 คน ซึ่งพยาบาลแต่ละคนก็จะช่วยกันเตรียมคนไข้ โดยนำที่วัดความดันมารัดไว้ที่ต้นแขนและนำสายตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจมาติดให้บริเวณหน้าอกและตัว จากนั้นหมอดมยาก็ถามเราว่าฟังภาษาอังกฤษได้ไหม เราก็ตอบไปว่าฟังได้

    หมอจึงพูดอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นการพูดคุยและบอกขั้นตอนคร่าวๆ ว่าหมอจะทำอะไรกับเราบ้าง จากนั้นหมอก็บอกว่าจะให้หลับแล้วนะ ซึ่งตอนนั้นพยาบาลจะฉีดยาที่บริเวณข้อพับแขน พร้อมกับที่หมอทำการดมยาสลบ ซึ่งเป็นที่ครอบจมูกต่อออกจากเครื่องดมยามาครอบที่จมูกและให้เราหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็หลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในห้องพักฟื้นนอกห้องผ่าตัด โดยมีพยาบาลอยู่ข้างๆ เตียงคอยปลุกเรา

    อาการหลังจากตื่นจากการผ่าตัด เป็นยังไงบ้าง ?

    เนื่องจากตอนนั้นยังมีอาการเมายาสลบ แต่ว่ารู้สึกตัวแล้ว แต่ยังมึนๆ งงๆ แล้วพี่ล่ามก็บอกให้เราหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อที่จะไล่ยาสลบออกให้หมด ตอนนั้นได้ถอดท่อช่วยหายใจออกแล้ว พอเราตื่น ฟื้นคืนสติได้ดี ก็ลุกจากเตียงมานั่งที่รถเข็นเพื่อย้ายไปที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วยต่อไป โดย ใช้เวลาผ่าตัดและอยู่ในห้องพักฟื้นของวิสัญญีทั้งหมดประมาณ 10 ชั่วโมง

     

    น้องเมย์-ออกจากห้องผ่าตัด

     

    หลังจากที่พยาบาลเข็นรถนั่งมาส่งที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วยเป็นที่เรียบร้อย

    ซึ่งมีห้องพักฟื้นของผู้ป่วยอยู่หลายห้อง หน้าห้องพักฟื้นจะมีเค้าเตอร์พยาบาลอยู่ ซึ่งจะมีพยาบาลเวรคอยดูแลผู้ป่วยอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงและต้องนอนพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 คืน ความรู้สึกหลังผ่าตัดเสร็จ ถ้าถามว่าเจ็บไหม จะบอกว่าไม่เจ็บก็คงเป็นไปไม่ได้ ต้องบอกว่ารู้สึกเจ็บมาก รู้สึกหนักๆ ตึงๆ ปวดหน้า แต่ก็เจ็บในระดับดับที่พอทนได้ โดยพยาบาลจะฉีดยาแก้ปวดให้ทุก 6 ชั่วโมงและคอยดูแลการสารน้ำต่างๆ มีอาการเจ็บคอ คอแห้งอยู่บ้าง

    แล้วบริเวณจมูกที่เพิ่งทำมาก็ยังมีเฝือกดามจมูกด้านนอกอยู่และมีผ้าก๊อซรองใต้จมูกด้วย เลือดก็ยังไหลอยู่เป็นระยะ อ้าวแล้วแบบนี้จะหายใจทางจมูกได้ไหม บอกเลยว่าไม่ได้ ให้หายใจทางปากได้อย่างเดียวจนกว่าจะถึงวันนัดตัดไหม ต้องบอกเลยว่าลำบากมาก

    นอกจากจะต้องหายใจทางปากแล้ว ด้วยอากาศที่เย็นจึงทำให้บนเพดานเหงือกของเราแห้งและรู้สึกเจ็บ ก็จะอาศัยการจิบน้ำเป็นระยะเพื่อช่วยให้เพดานเหงือกชุ่มชื้น ลดอาการเจ็บลงได้ ซึ่งก็ไม่ได้มีผ้าก๊อซซับเลือดภายนอกจมูกเพียงอย่างเดียว ภายในรูจมูกนั้นก็มีผ้าก๊อซซับห้ามเลือดด้วย นอกจากนั้นยังมีเฝือกดามจมูกอุดค้ำรูจมูกไว้ด้านในอีก จึงทำให้ไม่สามารถหายใจทางจมูกได้ แต่เพื่อความสวยแล้วนั้นเราต้องอดทนอย่างเดียวค่ะ ต้องสู้ๆ

    หลังจากที่ผ่าตัดเสร็จเราสามารถจิบน้ำได้ โดยพยาบาลจะนำน้ำดื่มและน้ำมะละกอกระป๋องมาไว้ให้ดื่มด้วย

    โดยใช้หลอดฉีดยาที่ต่อสายยางตรงปลายเพื่อดูดน้ำดื่ม ซึ่งยังอ้าปากไม่ได้ เนื่องจากมีสายระบายเลือดที่อยู่ในปากและมีผ้าพันหน้าด้วย หลังผ่าตัดวันแรกก็ยังรู้สึกเจ็บและปวดแผลอยู่ แต่จะเจ็บน้อยลงและดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ส่วนอาการเจ็บคอและคอแห้งก็ดีขึ้น เนื่องจากจิบน้ำช่วย แต่พอหลังจากผ่าตัดวันที่สอง ก็ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บแผลแล้ว

     

    ตรวจอาการ-น้องเมย์-หลังผ่าตัด

     

    หลังผ่าตัดวันที่หนึ่ง ในช่วงเช้าคุณหมอที่ทำการฉีดไขมันบนใบหน้าได้เข้ามาตรวจเยี่ยมอาการ

    จากนั้นพยาบาลก็จะนำท่อสายสวนปัสสาวะออกให้และเนื่องจากมีแผลผ่าตัดในปาก พยาบาลจึงนำน้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อมาให้สำหรับใช้บ้วนปาก ซึ่งต้องบ้วนปากบ่อยๆ เพื่อลดการติดเชื้อของแผลในปากและไม่ต้องกังวลเรื่องการตัดไหม เพราะหมอใช้ไหมละลาย ซึ่งไหมนั้นจะละลายหายไปเองและนำซุปฟักทองมาให้ทานด้วย ช่วงเที่ยงคุณหมอที่ทำการผ่าตัดโครงหน้าให้ก็เข้ามาตรวจเยี่ยมและได้นำผ้าพันหน้าและสายระบายเลือดออกให้

    ต้องบอกว่าตอนแรกรู้สึกกังวลใจว่าตอนดึงสายออกจะเจ็บไหม แต่พอหมอดึงสายระบายเลือดออกให้นั้นขอบอกว่าไม่รู้สึกเจ็บเลย ค่อยโล่งใจหน่อย แต่จะเหลือเฝือกที่ติดรอบใต้คางไว้ ซึ่งหมอยังไม่ให้เอาออก พร้อมทั้งนำกระดูกโครงหน้าที่ผ่าตัดออกไปแล้วมาให้ดูอีกด้วย ได้มีทักทายพูดคุยกัน ขอบอกเลยว่าคุณหมอน่ารักและใจดีมาก พูดให้กำลังใจดีมากๆ ค่ะ

    วิธีการใช้ผ้ารัดหน้า หลังการผ่าตัดโครงหน้า

    • ต้องรัดหน้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง สลับกับคลายผ้ารัดหน้าอีก 1 ชั่วโมง ค่อยกลับมารัดใหม่
    • ทำแบบนี้สลับกันไปทั้งวันจนถึงก่อนนอน แต่ในช่วงนอนหลับนั้นไม่ต้องรัดผ้า แต่ต้องบอกก่อนว่าในช่วงแรกนี้เราอาจจะรัดผ้าในแต่ละครั้งได้ไม่นานตามเวลาที่พยาบาลกำหนด เพราะว่าเราปวดกระดูกช่วงบริเวณจอนผมมากก็เลยไม่ฝืนตัวเอง รัดเท่าที่ไหว แต่ก็พยายามรัดคลายผ้าทั้งวันนะ

    การใช้ผ้ารัดหน้าหลังการผ่าตัดช่วยอะไรได้บ้าง ?

    • ผ้ารัดนี้ช่วยลดอาการบวม
    • ป้องกันไม่ให้แก้มห้อย

     

    หลังจากผ่าตัด-วันที่-2

     

    หลังผ่าตัดวันที่สอง ในช่วงเช้าคุณหมอคนเดิมที่ทำการผ่าตัดโครงหน้าให้นั้นก็มาตรวจเยี่ยมอาการพร้อมกับพูดปลอบใจและให้กำลังใจทำให้เรารู้สึกดี มีกำลังใจมากยิ่งขึ้น ส่วนช่วงเย็นนั้นพยาบาลจะพาเราไปล้างแผลที่จมูก, แผลบริเวณหน้าหู (บริเวณจอนผม), แผลบริเวณที่ฉีดไขมันบนใบหน้าและแผลที่สะดือ ซึ่งการทำจมูกนี้จะเป็นการผ่าตัดแบบเปิด (Open Rhinoplasty) จะมีแผลที่บริเวณขอบกั้นกลางจมูก และได้รับการผ่าตัดปีกจมูกด้วยก็จะมีแผลขอบปีกจมูก

    พยาบาลก็จะทำการล้างแผลในรูจมูก โดยดึงผ้าก๊อซที่อุดห้ามเลือดไว้ออก แล้วนำผ้าก๊อซชุบน้ำยาฆ่าเชื้ออันใหม่เข้าไปแทนที่พักไว้อย่างนั้นก่อน เช็ดแผลบริเวณขอบกั้นกลางจมูก, ขอบปีกจมูก, แผลบริเวณหน้าหู (บริเวณจอนผม) และทายาตรงแผลบริเวณที่มีไหมทุกจุดจนครบ แล้วติดพลาสเตอร์อันใหม่ที่แผลบริเวณหน้าหู (บริเวณจอนผม) ในการฉีดไขมันบนใบหน้านั้นจะมีแผลตามจุดที่ฉีดและมีแผลที่สะดือด้วย เนื่องจากคุณหมอได้นำไขมันจากหน้าท้องมาฉีดให้

    ส่วนแผลบริเวณที่ฉีดไขมันก็จะดึงพลาสเตอร์อันเก่าออก เช็ดแผล แล้วติดพลาสเตอร์อันใหม่ให้ แล้วพยาบาลก็จะให้ผ้าก๊อซมาไว้จำนวนหนึ่งเพื่อซับเลือดที่ไหลออกมาจากจมูก จากนั้นช่วงค่ำพยาบาลก็จะถอดสายน้ำเกลือที่แขนออกให้

     

    วันที่-3-ของการผ่าตัด

     

    พอเช้าวันที่สาม เป็นวันที่ได้กลับไปพักฟื้นต่อที่โรงแรม ก็จะมีพยาบาลนำเอกสารการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด, ผ้าก๊อซ, หน้ากากอนามัย, Gel Pack, น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อ, ยากินและยาทามาให้ อธิบายรายละเอียดวิธีการปฏิบัติตัวและข้อห้ามต่างๆ ให้ฟังและนัดมาตัดไหมอีก 5 วัน โดยผ่านทางพี่ล่ามและพี่ล่ามก็เขียนแปลเป็นภาษาไทยให้ในเอกสารนั้นอย่างชัดเจนอีกด้วย อ้อลืมบอกพี่ล่ามที่คอยดูแลเราเขาเป็นคนเกาหลีนะ น่ารักมาก ใส่ใจ ดูแลเราดีมากๆ

    จากนั้นทีมงานของทางโรงพยาบาลและพี่ล่ามก็พาเราไปที่ร้านสระผม รู้สึกดีมากๆ เลยล่ะ ไม่ได้สระผมมาสองวัน อ่อถ้าสระผมเองคงจะลำบากมากๆ เพราะว่าแผลนี้ห้ามโดนน้ำเด็ดขาด เพื่อให้แผลแห้งและป้องกันการติดเชื้อ จากนั้นทีมงานก็นั่งรถที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้มาส่งยังโรงแรมที่พักและกลับมาพักฟื้นต่อ

     

    วันที่-8-ตัดไหม

     
    ถึงวันนัดตัดไหม วันที่ 8 นับจากวันที่ผ่าตัด ซึ่งก็ครบเจ็ดวันพอดี ก็เดินทางมายังโรงพยาบาล โดยรถแท็กซี่อีกเช่นเคย มีพี่ล่ามมารออยู่แล้ว อ้อวันนี้เป็นล่ามคนไทยค่ะ เวลานัดเป็นช่วงเช้า มาถึงก่อนเวลาก็มานั่งรอก่อนเข้าพบคุณหมอที่ทำจมูก จากนั้นพยาบาลก็จะพาเข้าไปที่ห้องเพื่อทำการตัดไหมรอบขอบกั้นกลางจมูกและปีกจมูก, ไหมบริเวณหน้าหู (บริเวณจอนผม) และบริเวณสะดือ แล้วก็เช็ดทำความสะอาดแผลให้ทุกจุด รวมทั้งแผลบริเวณที่ฉีดไขมันและติดพลาสเตอร์กันน้ำไว้ให้ที่บริเวณหน้าหู (บริเวณจอนผม), บริเวณที่ฉีดไขมันและบริเวณสะดือ
    หลังจากนี้แผลห้ามโดนน้ำอีก 3 วัน แล้วจึงเข้าพบคุณหมอที่ทำจมูกให้ คุณหมอก็จะดึงผ้าก๊อซที่อยู่ในรูจมูกออกมาและเอาเฝือกดามจมูกด้านนอกออก แล้วตรวจเช็คแผลในรูจมูก จากนั้นใช้ท่อดูด (Suction) ดูดเอาเลือด,น้ำเหลืองและสารคัดหลั่งที่ติดค้างในรูจมูกออกให้ ขอบอกว่าขั้นตอนนี้จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมากๆ เลย รู้สึกจมูกสะอาด จากนั้นหมอจึงดึงเอาเฝือกดามจมูกที่อุดค้ำรูจมูกไว้ด้านในออกมา ทีนี้ล่ะรู้สึกฟินสุดๆ เพราะจมูกโล่ง สบาย หายใจสะดวกมาก เย้ หายใจทางจมูกได้แล้ว
    หลังจากนั้นคุณหมอก็ตรวจเช็คดูโครงสร้างจมูกภายนอกว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะในช่วงนี้จมูกยังบวมและจมูกยังไม่เข้ารูป ซิลิโคนที่เสริมยังไม่ยึดเกาะกับเนื้อเยื่อของจมูก อาจเกิดการเบี้ยวได้ แล้วคุณหมอก็ใช้มือกดๆ ที่สันจมูก แล้วถามว่าเจ็บไหม เราตอบว่าเจ็บค่ะ

    วิธีการนวดจมูก หลังการผ่าตัดเสริมจมูก

    คุณหมอเลยกดสันจมูกและนวดเบาๆ ให้ดูแล้วบอกให้เราทำแบบนี้ ทำทุกเช้า วันละ 1 ครั้ง จากนั้นหมอก็นัดมาตรวจอีก 3 วัน นัดพร้อมกับคุณหมออีกสองท่านเพื่อตรวจเช็คก่อนที่จะกลับเมืองไทย
     

    ตรวจอีกครั้ง-ก่อนกลับไทย

     
    ถึงวันนัดพบคุณหมอ เพื่อตรวจเช็คก่อนที่จะกลับเมืองไทย นัดไว้ช่วงบ่ายโมง วันนี้เดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที อากาศก็ยังคงหนาวอยู่ แต่ได้เจอหิมะตกแค่สองวัน คือวันวันแรกที่มาถึงเกาหลีและวันที่สองเท่านั้น ไปโรงพยาบาลก่อนเวลานัดหมาย ก็ไปที่ร้านคาเฟ่ของโรงพยาบาล สั่งกาแฟมานั่งดื่ม เพื่อคลายหนาว 1 แก้ว ราคากันเองมาก ไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านข้างนอก จากนั้นพี่ล่ามคนไทยก็ตามมาจึงพากันไปที่เค้าเตอร์พยาบาลแล้วรอเข้าพบคุณหมอ ก่อนเข้าพบคุณหมอนั้น
    วันนี้ได้มีการการตรวจเอ็กซเรย์กระดูกโครงหน้า (CT Scan) และถ่ายรูปหลังผ่าตัดเสร็จแล้ว จึงได้เข้าพบคุณหมอที่ทำการผ่าตัดโครงหน้า คุณหมอก็ได้พูดคุยถึงผลการรักษาและผ่าตัดว่าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี พร้อมทั้งให้ดูภาพถ่ายเอ็กซเรย์กระดูกโครงหน้าเปรียบเทียบกันก่อน-หลังผ่าตัดว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ซึ่งขอบอกได้เลยว่าคุณหมอนั้นเก่งและฝีมือดีจริงๆ สิ่งที่เราเป็นกังวลนั่นคือ ในเรื่องของเส้นประสาท ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ที่คุณหมอเปิดให้ดูยืนยันได้ว่าคุณหมอนั้นไม่ได้ตัดโดนเส้นประสาท ยังคงอยู่ที่เดิม รู้สึกโล่งใจและคลายกังวลไปได้มากทีเดียว
    จากนั้นได้เข้าพบคุณหมอที่ทำจมูก คุณหมอทำการตรวจเช็คแผลในรูจมูก จากนั้นใช้ท่อดูด (Suction) ดูดเอาเลือด,น้ำเหลืองและสารคัดหลั่งที่ติดค้างในรูจมูกออกให้ แล้วก็ตรวจเช็คดูโครงสร้างจมูกภายนอกว่าเป็นอย่างไร โดยใช้มือกดๆ ที่สันจมูก แล้วถามว่าเจ็บไหม เราตอบว่าไม่เจ็บค่ะ คุณหมอเลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นไม่ต้องนวดจมูกแล้ว ทุกอย่างดีแล้ว แอบดีใจและโล่งใจที่ผ่านไปได้ด้วยดี แล้วก็พบคุณหมอที่ทำการการฉีดไขมันบนใบหน้า
    คุณหมอก็ตรวจดูใบหน้าทุกอย่างเรียบร้อยดี แล้วคุณหมอก็บอกว่าไขมันจะถูกดูดซึมหรือสลายไป ซึ่งร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สลายมากน้อยขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล แต่ถ้าไขมันยุบลงเยอะก็สามารถมาเติมเพิ่มได้ เพราะทางคุณหมอได้เก็บไขมันอีกส่วนหนึ่งของเราไว้แล้ว พอเข้าพบคุณหมอจนครบทุกท่าน จากนั้นจึงเดินทางกลับโรงแรมที่พัก เพื่อเตรียมตัวกลับประเทศไทย
     

    ผ้ารัดหน้า-ลดบวม

     

    รูปวันนัดพบคุณหมอก่อนกลับเมืองไทยและวันที่เดินทางกลัประเทศไทย ซึ่งก็ พยายามใส่ผ้ารัดหน้า เพื่อลดบวมด้วย

     

    ศัลยกรรม-ครบ2สัปดาห์

     

    หลังจากกลับมาจากเกาหลี ก็สามารถไปทำงานได้ตามปกติ วันนี้เป็นการทำงานวันแรก ครบ 2 สัปดาห์พอดี

     

    ผ่าตัดครบ-1-เดือน

     

    รูปผ่าตัดครบ 1 เดือนพอดี รูปที่เห็นอยู่ ณ ตอนนี้อาจจะยังไม่ยุบบวม เหลือรอยเขียวช้ำใต้ตาอยู่เล็กน้อย

     

    ผ่าตัดครบ-1-เดือนครึ่ง

     

    ตอนนี้ครบ 1 เดือนครึ่ง หน้ายังดูไม่เข้าที่สักเท่าไหร่ คงต้องรอให้ยุบบวมลงกว่านี้อีก มารอดูกันว่าอีกสามเดือนจะเป็นอย่างไหร่ โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

     


     


      ปรึกษาฟรี
      ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
      สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







      Makeover ศัลยกรรมเกาหลี กับ Beauty-Blogger ภาพพิมพ์

      หน้าปก-before-after-ภาพพิม์

      สวัสดีค่า สาวๆ หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินว่า ถ้าจะศัลยกรรม ต้องไปศัลยกรรมที่เกาหลี จะดีจริง มั้ย วันนี้พิมพ์จะมารีวิวค่ะ พิมพ์ได้มีโอกาสไปศัลยกรรมแบบ Makeover ที่โรงพยาบาล GNG ย่านกังนัม ซึ่งเป็น ย่างที่แพงและไฮโซมากของเกาหลีเลย ซึ่งโรงพยาบาลนี้ ถือได้ว่าเป็น ร.พ.ที่คนเกาหลีนิยม มาทำกัน

      กำหนดวันศัลยกรรมของพิมพ์คือวันที่ 24 มกราคม 2560 ตื่นเต้นมากกกก ก่อนจะออกบินก็ต้องมา เตรียมของให้เรียบร้อย ซึ่งหลักๆ เลยควรเตรียมน้ำเกลือ สำลี ไม้ปั่นหูเอาไว้ด้วย เพราะเราอาจจะต้อง ดูแลแผลเอง และเช็คสภาพอากาศ
       

      รีวิว-ศัลยกรรมเกาหลี-ภาพพิมพ์

       
           ช่วงที่พิมพ์ได้มีโอกาสทำก็เป็นช่วงหน้าหนาวพอดี หนาวสุดๆ ของ เกาหลีเลย -13 องศา เตรียมโค้ทไปด่วยนะคะ ถ้าเกิดไม่สบายขึ้นมาละก็ คุณหมอจะไม่ให้ทำค่าา เอาล่ะ ออกบินก็นอนหลับไปยาวๆ 5-6 ชม. รอบบินไปเครื่องบินพิมพ์ต้องแวะพักที่ กัวลาลัมเปอร์ก่อน ก็นั่งรอประมาณ 3 ชม. เริ่มเห็นคนเกาหลีกันแล้ว เค้าแฟชันจ๋ามากกก พอเครื่อง บินมาถึง เราก็นั่งไปต่อประมาณ 3 ชม. ถีงที่หมายแล้วจะมีรถจากโรงพยาบาลมารับ แต่ เคสของพิมพ์ เป็นเคสรีวิว รถเลยเป็นของทีมช่างภาพ ก็จะมีการสัมภาษณ์คร่าวๆ ก่อนค่ะ
       

      ถนน-โรงพยาบาล-GNG

       

      มาถึงโรงพยาบาล ประทับใจมาก เพราะดูสะอาด ทันสมัย ชั้น 1 เป็นชั้นกาแฟด้วยค่ะ พี่เคท เอ เจนซี่จากเพจ Surgery Review ก็เลี้ยงขนมและกาแฟเราด้วย ลืมบอกไปนะคะ พิมพ์ไปกับพี่อีก คนที่ Makeover เหมือนกัน ชื่อพี่เมย์ค่ะ

       

      ศัลยกรรมเกาหลี-วันแรก

      วันแรก จะเป็นวันซักถามประวัติ วัดความดันวัดคลื่นหัวใจ X-ray เรียกได้ว่าอุปกรณ์ครบ และทันสมัยมากๆ วันนี้ก็จะได้เจอคุณหมอ 2 คนท่าน คือหมอจมูกกับโครงหน้า สำหรับจมูก พิมพ์ได้ทำกับคุณหมอซัน จมูกเดิมพิมพ์ทำมา 1 ปีกว่าๆ ใส่กระดูกอ่อนหลังหูมา แต่แพทย์ไทยทำไม่โอเคเลย

      กระดูกอ่อนเลยสลายหมด ทำให้ปลายบาง เริ่มเจ็บ คุณหมอซันก็จะแก้ให้ ใส่กระดูกอ่อนหลังหูใหม่ ทำแบบ Open ปลายจะไม่บางและไม่ทะลุ ยุบฐานจมูก (ส่วนใหญ่คนไทย ฐานกว้างค่ะ) และหุบปีกจมูกโดยการใช้ไหมดึง ไม่มีแผลรอบนอก ซึ่งคุณหมอซัน ก็จะเป็นคุณหมอที่ ฉีดไขมันให้พิมพ์ด้วยค่ะ ก็จะมีที่ร่องน้ำตา รองแก้ม หน้าก็จะละมุนขึ้น ส่วนโครงหน้า พิมพ์ได้ทำกับคุณหมอชเว แต่เดิมพิมพ์ทำคางที่ไทยมาประมาณ 1 ปี ผลข้าง เคียงคือคางชาถาวร จากการที่พิมพ์ถามหมอมานะ

      ทำคางครั้งแรกคุณหมอที่ไทยใส่เบี้ยว ให้รออีก 3 เดือนค่อยมาแก้ พอ 3 เดือนปุ๊ป พิมพ์ก็มาแก้ ปรากฏว่าคางช้ำมาก แทบกินข้าวไม่ได้เลยเป็นเดือนๆ ฝากคนที่อ่านรีวิวนี้ด้วยนะคะว่า อย่าเชื่อรีวิวเยอะ ผลสุดท้ายคือคางชาถาวรประมาณ 1 เหรียญบาท จับแล้วไม่รู้สึก จิกแล้วก็ไม่รู้สึกเจ็บ ก็นอยด์ๆ ไปหลายเดือน

      ณ จุดนี้พิมพ์ก็ถามหมอชเวว่า คางจะหายชามั้ยคะ ซึ่งคุณหมอก็เปิดดู CT สแกนให้ดูนะว่า อาจจะไม่หาย ก็ทำใจไว้แล้วค่า ดีกว่าปากเบี้ยวเนอะ หมอชเวก็แนะนำว่า เอาซิลิโคนคางออกไปเลยดี กว่า เพราะมันใหญ่ ไม่สมส่วนกับใบหน้า แล้วก็ยุบโหนกแก้มข้างหูประมาณ 1 cm เลื่อนกระดูกคาง จริง คางที่ได้เป็นคางของเราเองเลย ยุบมุมกราม 1 cm แล้วก็เก็บรายละเอียดหน้าที่เบี้ยวทั้ง 2 ข้าง โดยรวมหน้าก็ไม่ค่อยเปลี่ยนมาก และคางเล็กลงแบบธรรมชาติ


      ศัลยกรรม-เมย์-ภาพพิมพ์

      วันที่ 2  ได้มีโอกาสไปเที่ยว ทำงาน ถ่ายวิดีโอนิดหน่อยที่ห้างดังใกล้ๆ กับโรง พยาบาล ชื่อว่าห้าง Coex Mall มีอวาเรียมด้วย วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ เหนื่อยเพราะเดินเยอะแต่ สนุกดี 5555 ต่อมาพี่เมย์ก็เข้าผ่าตัดก่อนพิมพ์วันนึง วันที่ 23 มกราค่ะ เพราะของพี่เมย์ตัดกระดูกเยอะกว่า พิมพ์ ก็ต้องใช้เวลารักษาตัวนานกว่าพิมพ์ มาถึงวันที่ 24 แล้ว พิมพ์ก็อดน้ำอดข้าวตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 23 เพราะเข้าห้องผ่าตัดต้องดม ยาสลบ อาจจะสำลักได้ ก็อดๆ ไป หิวน้ำมากกกก ตื่นเต้นมากด้วยค่ะ ไม่เคยผ่าตัดใหญ่เลย
      มาวันนี้ก็จะ ได้ปรึกษาคุณหมอก่อนเข้าห้องผ่าอีกทีนึง เพื่อความแน่ใจ 5555 คุณหมอก็บอกว่าคนไข้ ไม่เหนื่อย หรอก นอนสบายๆ หมอต่างหากที่เหนื่อย 5555 เข้าห้องผ่า ก็ดมยาสลบ พี่พยาบาลก็พูดภาษาอังกฤษ เค้าก็ถามเราว่าจะเอากระดูกอ่อนหูข้างไหน พิมพ์ก็บอกข้างซ้าย yes yes 55555 เค้าก็เอาผ้ามาพันปิดหูข้างขวา หมอจะไม่เข้าใจผิดค่า หลัง จากนั้นฉีดยาสลบ แสบนิดนึง แล้วก็วูบไปเลย งงมาก วูบจริง
      ตื่นมามึนหัวมาก ทรมานมาก เพราะหนาวมากกกกกกกๆ ก.ไก่ล้านตัว หนาวจนสั่นแบบชักๆ เพราะในห้องผ่าเป็นห้องปลอดเชื้อ อุณหภูมิจะต่ำมากกก พี่พยาบาลก็ช่วยอุ้ม มีล่ามคอยบอกว่า ลืมตา ไว้ๆ หายใจทางปากๆ เค้าก็อุ้มมาจนถึงห้องพักค่ะ ใกล้ๆ กับห้องน้ำเลย สะดวกดี ก็จะมีเตียงร้อน ทีก็ สบายละ แต่ยังหลับไม่ได้นะ พิมพ์หลับไม่ลงด้วยแหล่ะ เพราะหนักหัวมาก
      หลังจากนั้นไม่กี่ชม. พยาบาลก็ให้เรากินน้ำได้แล้วค่ะ ณ จุดนี้คือโล่งมากกก ขึ้นสวรรค์มาก เพราะคอแห้งมีเสมหะ จริงๆ พิมพ์แทบลุกไม่ขึ้นเลยเพราะหัวหนักมาก พี่พยาบาลก็หมุนเตียงขึ้นให้อยู่ ในท่านั่งนอน กินน้ำได้แล้ว กินอาหารกระป๋องที่เป็นน้ำวิตามินจากโรงพยาบาลได้แล้วค่ะ เวลากินก็กิน ทางหลอดดูดๆ เหมือนหลอดฉีดยาแต่มีสายยาง ขอบอกเลยว่าอร่อย
      ถ้าใครจะอ้วกแล้วสงสัยว่าไม่ได้ เกิดจากยาสลบ พิมพ์บอกเลยว่าพิมพ์มึนหัวจะอ้วกเพราะหิว 55555 หิวมากจริงๆ ซัดไป 2 กระป๋อง เกือบหลับ หลับไม่ลงอีกเพราะปวดก้น ใครจะไปศัลควรหาหมอนนิ่มๆ มารองก้นนั่งนะจริงๆ หลังจากซัดอาหารไป ยาชาเริ่มหมดฤทธฺ์ อยากจะกรี้ดมากกกกกกกก โอวมายก๊อด เจ็บนรกมาก กกกกกกกกกก เจ็บแบบน้ำตาไหลไม่รู้ตัวอ่ะ
      โครงหน้าพิมพ์ไม่ค่อยเจ็บนะ เจ็บจมูก โอ้วววววว แก้จมูก มันเจ็บกว่าทำรอบแรกเยอะ รู้ตัวเลย ก็ขอพวก Painkiller จากพี่พยาบาลได้ เค้าจะมีปุ่มกดข้างเตียง จริงๆ เค้าให้ทุก 6 ชม.อยู่แล้ว แต่พิมพ์กดก่อน เค้าก็ให้ทุก 4-5 ชม.แทน เวลาจะเข้าห้องน้ำก็ต้องเอา สายน้ำเกลือไปด้วยนะ ลากๆ ไป ช่วง 3 วันนี้ก็ไม่ได้ถ่ายรูปเลยเพราะเจ็บ 55555 เป็นประสบกาณ์ที่ เจ็บๆ ดี


      4-5-วัน-หลังทำศัลยกรรมเกาหลี

      วันที่ 4  หลังจากอยู่ในห้องที่ ร.พ. ก็ออกจากร.พ.ได้ จะมีรถตู้ไปส่งที่โรงแรมค่ะ หมอก็ ให้พวกอาหารนิ่มๆ มา พร้อมน้ำฟักทอง กินได้ประมาณ 3-4 วัน พร้อมที่รัดหน้า รัดทุก 1 ชม. เว้น 1 ชม. แต่พิมพ์รัดบ้างไม่รัดบ้างเพราะปวดคาง ตอนนี้ก็จะได้เจอพี่เมย์ที่ห้องแล้ว คือดีนะ มีคนพักเป็น เพื่อน มีอะไรได้ช่วยเหลือกัน ไปซื้อของพร้อมกัน พี่เมย์หน้าหายบวมเร็วมาก พิมพ์ก็เป็นพวกบวมง่าย บวมนานด้วยสิ รูปประมาณ 5 วันหลังจากศัลยกรรมค่ะ ช่วงนี้ก็จะลำบากเวลากิน เคี้ยว พูด เพราะมีสำลีอุด จมูก เวลานอนก็ต้องนอนหายใจทางปาก ซึ่งพิมพ์หายใจไม่เป็น ก็นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่


      ครบ-1อาทิตย์-ภาพพิมพ์

      ครบ 1 อาทิตย์ 

      ก็ไปเอาเฝือกออก ตัดไหมพร้อมเอาสำลีออก บอกเลยว่าเจ็บมากกกกกกกกก กกกกกก เพราะสำลีใหญ่ด้วย ตัดไหมไม่ค่อยเจ็บ คุณหมอก็บอกว่ามันบวมนะ อาจจะดูใหญ


      ครบ10วัน-ภาพพิมพ์

      ครบ 10 วัน จมูกพิมพ์ดูงุ้ม เพราะมันบวม ตอนแรกก็จิตตกนะ แต่ก็คิดว่าไม่ใช่ทรงนี้หรอก เพราะทรงเกาหลีไม่ใช่ทรงนี้ 55555


      วันที่13-ศัลยกรรม

      วันที่ 13 ค่ะ

      ยังต้องใส่ผ้ารัดหน้าอยู่ พร้อมฝึกอ้าปากด้วยนะ ขากรรไกรจะได้ไม่ยึด ช่วงนี้ก็กิน ของแข็งๆ ได้นิดหน่อย อย่างผลไม้เชื่อม พยายามกินวิตามินเยอะๆ นะคะ พิมพ์หายช้าเพราะนอนไม่ หลับด้วย ปวดก้นจากการที่นั่งนอนติดต่อกัน 3 วันที่โรงพยาบาล


      ภาพพิมพ์-กลับจากศัลยกรรมที่เกาหลี

      กลับไทยแล้วค่า แอบซื้อสตอเบอร์นี่กับลูกพลับไปฝากครอบครัวกับเพื่อนๆ ด้วยของดีของ เกาหลีเลย


      ภาพพิมพ์-วันที่16-ของการศัลยกรรม

      วันที่ 16 แล้วค่ะ

      แอบแต่งหน้าแล้ว แต่หน้ายังบวมอยุ่มาก ไม่เจ็บแล้วค่ะ ไหมที่จมูกยังไม่หลุด ก็ เลยมีอาการอักเสบนิดหน่อย รูจมุกยังไม่เท่ากัน อาจเป็นเพราะบวมค่ะ


      เจ็บรูจมูก-ภาพพิมพ์

      รูจมูก 22 วัน

      ใครแผลยังไม่แห้งก็เช็ดน้ำเกลือเช้า-เย็นนะคะ อย่าให้มีน้ำมูกไหลมาโดนแผล


      Blogger-ภาพพิมพ์

      วันนี้ก็เริ่มถ่าย คลิปแต่งหน้า แล้วค่ะ

      ( อาชีพพิมพ์เป็น Beauty Blogger )


      เกือบ1เดือน-การศัลยกรรม

      เกือบ 1 เดือนแล้วค่า 

      เพื่อนทักว่าเหมือนฝรั่ง 5555


      ครบ1เดือน-ศัลยกรรม-ภาพพิมพ์

      1 เดือน 1 วันค่ะ

      ปลายจมูกยังบวมดูงุ้มอยู่นะคะ


      แผลดูดไขมัน

      ผลจากการดูดไขมันที่ต้นขามาใส่หน้าค่ะ

      ก็จะมีรอยพังผืด คัน แล้วก็นูน ต้องคอยนวดจนกว่าจะ หายค่ะ


      รูจมูก-1-เดือน-10-วัน

      รูจมูก 1 เดือน 10 วันค่ะ

      ตอนนี้ก็หวังให้มันเท่ากันเรื่อยๆ ค่ะและหายโย้


      แก้ชั้นตา-ฉีดไขมัน

      ตอนนี้ก็ทำงานได้สบายแล้วค่ะ เหลือแต่ชั้นตา อาจจะต้องบินไปทำชั้นตาเพิ่ม ส่วนฉีดไขมัน ตอนนี้ที่ร่องน้ำตาเริ่มสลายแล้ว ร่องแก้มเริ่มมาเหมือนกัน อาจจะต้องไปฉีดเพิ่มค่ะ ภายใน 3 เดือนฉีด เติมได้ฟรีค่ะ โดยรวมชอบมากกกกก ชอบคางที่ทำให้หน้าดูหวานขึ้น ปลายจมูกที่ไม่ตึงไม่บางไม่ทะลุ อีกต่อไป


      before-after-ภาพพิมพ์

      ฝากติดตาม ภาพพิมพ์ Beauty Blogger หรือ กดไลท์กดแชร์กัน ได้ที่นี่นะค่ะ

      IG : pimphappim
      FB : Phappim
      YouTube : Pim Phappim


        ปรึกษาฟรี
        ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
        สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







        วงการศัลยกรรมเกาหลี ใช้ O2 Hyperbaric Chamber ออกซิเจนบริสุทธิ์

        O2-Hyperbaric-Chamber-ออกซิเจนบริสุทธิ์

        หลายคนคงทราบดีว่าออกซิเจนมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต และ มีความสำคัญต่อเซลล์อวัยวะต่างๆในร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอหรือขาดออกซิเจน ก็อาจจะทำให้เซลล์ต่างๆภายในร่างกายของเราตายได้ นอกจากนี้ออกซิเจนยังเป็นตัวช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค และยังสามารถช่วยให้ร่างกายการสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อการทำหน้าที่ในการต่อต้านแบคที่เรียในร่างกาย ซึ่งถือเป็นการป้องกันการเจ็บป่วยได้ดีอีกด้วยค่ะ ในช่วงแรกที่มีการนำเครื่อง O2  Hyperbaric Chamber หรือ ออกซิเจนบริสุทธิ์ มาใช้

        O2-Hyperbaric-Chamber-ออกซิเจนบริสุทธิ์

        เริ่มจากการใช้กับนักดำน้ำซะส่วนใหญ่ เพราะนักดำน้ำจะได้รับก๊าซไนโตรเจนมากเกินไป จนทำให้ไปอุดตันที่เส้นเลือด
        ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ค่อยดีนัก หรือเรียกกันง่ายๆว่าสมองตาย สาเหตุเกิดจากบางครั้งนักดำน้ำอาจดำน้ำเร็วเกินไป เวลาที่ขึ้นมาจึงทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเป็นอัมพาตได้ ดังนั้นจึงต้องมีการช่วยด้วยเครื่องนี้เพื่อที่ให้นักดำน้ำได้รับออกซิเจนบริสุทธิ์ที่แทรกซึมแบบฟองอากาศผ่านเข้าสู่เส้นเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีมากขึ้น
        หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน จึงได้มีการวิจัยและทดลองและพบว่าเครื่อง O2  Hyperbaric Chamber นี้ สามารถช่วยรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคหรือเกิดจากอาการบาดเจ็บขั้นรุ่นแรงได้ จากนั้นจึงเป็นที่มาของการรักษาคนไข้ที่ได้รับการบาดเจ็บขั้นรุนแรง หรือคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัด โดยแพทย์ได้นำเครื่องนี้มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยตามโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย เครื่อง O2  Hyperbaric Chamber จะมีลัษณะคล้ายแคปซูล เป็นเครื่องมือในการช่วยบำบัดอาการป่วยของคนไข้ด้วย ออกซิเจนบริสุทธิ์ เพราะจากการวิจัยพบว่าออกซิเจนที่บริสุทธิ์สามารถช่วยทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นจากการรักษาอาการบาดเจ็บ หรือหลังจากการผ่าตัดอย่างเห็นได้ชัด
        โดยปกติแล้วในประเทศไทยจะใช้เครื่อง O2 Hyperbaric Chamber นี้เพื่อรักษาผู้ป่วยหลังจากการผ่าตัดหัวเข่า และการผ่าตัดอื่นๆ เช่นการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยที่มีแผลจากการเกิดอุบัติเหตุอย่างรุ่นแรง แผลเกิดจากโรคเบาหวาน หรือเนื้อเยื่อมีการติดเชื้อขั้นรุนแรง เพราะเครื่อง O2 Hyperbaric Chamber จะช่วยให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีการฟื้นตัวของเซลล์ต่างๆภายในร่างกายได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกทำลายได้อีกด้วย เนื่องจากการได้รับออกซิเจนบริสุทธิ์จากเครื่องนี้
        แต่สำหรับที่ประเทศเกาหลีจะนิยมใช้กันใน วงการศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี เพราะ O2 Hyperbaric Chamber หรือออกซิเจนบริสุทธิ์เครื่องนี้จะถูกนำมาใช้กับผู้ป่วยในช่วงพักพื้นหลังจากการทำหลังศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมปรับโครงหน้าและศัลยกรรมจมูก หรือแม้แต่การทำศัลยกรรมส่วนอื่นๆของร่างกาย ก็สามารถใช้เครื่องนี้ได้ โดยจะให้คนไข้เข้าไปนอนในเครื่องนี้ประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชม. เพื่อให้คนไข้ได้รับออกซิเจนบริสุทธิ์ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยฟื้นฟูแผลหลังการผ่าตัดของคนไข้ให้หายได้เร็วขึ้น และยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ในร่างกายรวมทั้งอาการบวมช้ำต่างๆจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้มีเครื่องนี้เครื่องเดียวนะคะที่สามารถช่วยในการลดอาการบวมของคนไข้หลังการผ่าตัดได้ เพราะยังมี Laser mask ลดอาการบวม กับ การฉายแสงลดบวม ซึ่งมีความแตกต่างกันตรงที่ Laser mask จะเป็นหน้ากากที่สามารถใส่แล้วทำกิจกรรมได้ตามปกติ ระยะเวลาในการใส่ก็จะประมาณ 1 ชั่วโมง แต่สำหรับการฉายแสงลดบวม จะต้องนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ไม่สามารถลุกไปไหนได้ แต่ก็สามารถช่วยในการลดบวมได้เช่นกัน
        Laser-mask-ลดหน้าบวม
        ฉายแเสง-ลดหน้าบวม

        วิธีการในการรักษาด้วยเจ้าเครื่อง O2 Hyperbaric Chamber

        ไม่ได้มีความซับซ้อนหรือยุ่งยากมากนัก วิธีการคือให้คนไข้เข้าไปนอนไม่ว่าจะเป็นคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคหรือคนไข้หลังการทำการศัลยกรรม ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายตัวเองให้ดีขึ้น แล้วแพทย์จะทำการปล่อยออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไป ระยะเวลาและความดันของอากาศก็ขึ้นอยู่กับว่าอาการและความต้องการของคนไข้ มากน้อยอย่างไรจะมีความแตกต่างกันของอาการค่ะ และก่อนที่จะได้รับการรักษาด้วยเครื่องนี้ แพทย์จะทำการวัดระดับความดันในหูก่อนว่าเป็นอย่างไร และหากคนไข้มีความรู้สึกตลอดเวลาก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ เพราะสามารถบอกความรู้สึกกับแพทย์ได้ ถ้าคนไข้กลัวนอนในเครื่องนี้แล้วเบื่อก็สามารถหาหนังสือเข้าไปอ่านได้เช่นกันค่ะ

        เครื่องมือการผ่าตัด-hanabi

        ประโยชน์ของเครื่อง O2 Hyperbaric Chamber ( ออกซิเจนบริสุทธิ์ )

        1. ลดอาการบวมหลังการศัลยกรรม
        2. ทำให้สมองและร่างกายได้รับออกซิเจนที่บริสุทธิ์
        3. ช่วยต่อต้านการติดเชื้อโรคบางชนิด
        4. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว
        5. ช่วยลดอากาศของเนื้อเยื่อในหลอดเลือด

        เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย สำหรับเครื่อง Hyperbaric Chamber เครื่องนี้ที่ไม่ใช่เป็นแค่การช่วยฟื้นตัวในการรักษาจากโรคเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องที่สามารถช่วยลดอาการบวมหลังการศัลยกรรมได้อีกด้วย หรือรวมไปถึงแผลผ่าตัดอื่นที่ต้องการช่วยให้อาการบวมหายเร็วขึ้นค่ะ แค่เครื่องนี้เครื่องเดียวก็ช่วยได้หลายอย่างเลยที่เดียวค่ะ
         


          ปรึกษาฟรี
          ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
          สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








           

          ความลับของการทำศัลยกรรม วีไลน์ หน้าเรียว ขึ้นได้อย่างไร ?

          วีไลน์=หน้าเรียว

          ปัจจุบันเราอยู่ในยุคสมัยที่การทำศัลยกรรมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะเทคโนโลยีการสื่อการที่ทันสมัยขึ้น ความรวดเร็วของข่าวสารต่างๆ จึงทำให้เรารู้จักการทำศัลยกรรมกันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังหาข้อมูลของการทำศัลยกรรมได้ง่ายขึ้น อีกด้วย ถ้าพูดถึงการทำ

          ศัลยกรรมแล้วบางคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า การทำศัลยกรรมวีไลน์กันมาบ้างแล้วว่าคืออะไร แต่สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นหูกับคำว่า วีไลน์ หน้าเรียว  แล้วอยากรู้ว่าการทำวีไลน์ หน้าเรียวคืออะไร

          วันนี้เรามีข้อมูลของการทำวีไลน์หน้าเรียว มาฝากกันค่ะ การทำวีไลน์หน้าเรียว คือ การปรับโครงหน้าส่วนล่างทำให้ใบหน้าเรียวดูเล็กลง เพื่อให้มีใบหน้าที่ได้สัดส่วนมากขึ้น การทำวีไลน์เหมาะสำหรับคนที่มีกระดูกกรามหนา กรามกว้าง หรือใหญ่ รวมถึงคนที่มีคางสั้น คางป้าน คางบุ๋มตรงกลาง 

          ขั้นตอนการทำวีไลน์

          1. การทำศัลยกรรมกระดูกบริเวณกราม โดยการตัดกระดูกกรามที่เป็นส่วนเกินออกไป และตะไบกระดูกกรามให้เรียบเนียน

          2. เลื่อนคาง ทำโดยการตัดกระดูกคางเป็นรูปตัว T แล้วเอากระดูกส่วนกลางออก หลังจากนั้นเลื่อนกระดูกทั้ง 2 ข้างมาชิดกันแล้วยึดติดด้วยสกรู ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำจากไทเทเนี่ยมมีความปลอดภัย สามารถเข้าเครื่องเอ็กซ์เรย์ และเครื่องสแกนที่สนามบินได้สบายมากค่ะ

          วิธีนี้จะทำให้เรามีใบหน้าที่เรียวสวย และทำให้หน้าเรียวสวยดูเป็นธรรมชาติ อีกทั้งวิธีนี้ยังสามารถยืดคางให้ยาวขึ้นด้วยการต่อคางโดยใช้กระดูกของตนเอง ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เวลามองจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการเสริมคางด้วยซิลิโคน
          วีไลน์คืออะไร
          การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดวีไลน์

          • ประคบเย็นในช่วง 2 – 3 วันแรก เพื่อให้เลือดภายในหยุดไหล
          • เริ่มประคบอุ่นในช่วงวันที่ 3 – 4 วัน เพื่อช่วยลดอาการบวม
          • ระยะเวลา 1 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดให้รัดหน้าตลอดเวลา เพื่อไม่ให้แก้มห้อย
          • หมั่นบ้วนปากบ่อยๆ เพื่อรักษาความสะอาดในช่องปาก ลดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย
          • งดการเคี้ยวของแข็ง ของเหนียว ให้ทานอาหารอ่อนๆ
          • หลังการผ่าตัด 1 – 2 เดือนจึงจะสามารถออกกำลังกายได้ปกติ

          เกร็ดความรู้อาการบวม : อาจหายช้าหรือเร็วต่างกัน ขึ้นกับการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดและสภาพร่างกายเดิมของแต่ละคน โดยเฉลี่ยประมาณ 2-4 สัปดาห์

          หน้าเรียวคืออะไร

          คำถามที่พบบ่อย หลังการทำศัลยกรรม วีไลน์ หน้าเรียว

          1. หลังการทำศัลยกรรมวีไลน์แล้ว คนไข้มักกังวลกลัวว่าหน้าของตัวเองจะไม่เท่ากัน

          อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาค่ะที่อาจจะมีความกังวล แต่ก็อย่าเพิ่งกังวลมากไปถึงขึ้นวิตกจริตนะคะ เพราะการผ่าตัดทำศัลยกรรมวีไลน์ในช่วงแรกๆ การบวมช้ำของแต่ละข้างไม่เท่ากันถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ

          เนื่องจากการตัดกระดูกในแต่ละข้างออกนั้นอาจมากน้อยแตกต่างกัน หรืออาจมีการดึงรั้งในระหว่างการผ่าตัดในแต่ละที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงทำให้หน้าแต่ละข้างบวมช้ำไม่เท่ากันนั่นเองค่ะ อาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นและหายสนิทในระยะเวลา 3-6 เดือน หน้าเรียวเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลค่ะ

          2. หลังการทำศัลยกรรมวีไลน์ จะบวมมากหรือน้อยแค่ไหน แล้วใช้เวลากี่วันถึงจะหาย

          อันนี้ขอตอบตรงๆเลยค่ะว่าไม่ทราบ เพราะเนื่องจากสภาพร่างกายของคนเราไม่เหมือนกัน การบวมช้ำมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลค่ะ บางคนบวมมาก บางคนบวมน้อย บางคนมีการช้ำเป็นสีเขียว

          บางคนช้ำเป็นสีเหลือง บางคนหนักหน่อยเป็นสีม่วงเลยก็มีค่ะ แต่เรายังพอมีวิธีที่จะทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไว นั่นคือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และ การพักผ่อนให้เพียงพอก่อนการผ่าตัด นั่นเองค่ะ

          ส่วนใช้เวลากี่วันถึงจะหายนั้น ก็ขึ้นอยู่กับร่างกายและการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดนั่นเองค่ะ เช่น การประคบเย็นอย่างสม่ำเสมอในช่วง2-3วันแรก และหลังจากนั้นประคบอุ่น  การปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ เท่านี้ก็จะช่วยให้อาการบวมช้ำดีขึ้นได้ค่ะ

          3. ทำวีไลน์ หน้าเรียว แล้วแก้มห้อยหรือเปล่า

          อันนี้มีวิธีช่วยโดยการรัดหน้าให้กล้ามเนื้อแนบชิดกันตลอดเวลาหลังการผ่าตัดในช่วง 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้กล้ามเนื้อผสานกันให้เป็นเนื้อเดียวกัน จะช่วยทำให้แก้มไม่ห้อยค่ะ ต้องปฏิบัติตามด้วยนะคะ

          4. หลังการผ่าตัด ต้องเอาวัสดุที่ใช้ยึดติดกระดูกออกหรือไม่

          วัสดุที่ใช้ในการยึดกระดูกเป็นวัสดุที่ทำจากไทเทเนียม ซึ่งมีความปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สามารถอยู่ในร่างกายของเราได้ตลอดโดยที่ไม่ต้องเอาออก อีกทั้งยังสามารถเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ และเครื่องสแกนที่สนามบินได้โดยที่ไม่มีปัญหาค่ะ

          5. หลังการผ่าตัดคนไข้ส่วนมากมักจะกังวลว่า ทำแล้วนอนตะแคงได้มั้ย โดนกระแทกได้หรือเปล่า

          สามารถนอนตะแคงได้ค่ะ แต่ให้ผ่านช่วง 1-2 สัปดาห์แรกไปก่อน ไม่ใช่เพราะกลัวกระดูกมีการเคลื่อนตัวหรืออะไรนะคะ คุณหมอยึดติดกระดูกไว้ให้แข็งแรงดีค่ะ แต่เป็นเพราะช่วงแรกยังมีอาการบวมช้ำที่ชัดเจนอยู่

          และในช่วงแรกแผลด้านในยังหายไม่สนิทจึงกลัวว่าถ้าหากมีการกระแทกหรือการทับจะทำให้มีเลือดออกที่แผลด้านในได้  ส่วนการกระแทกนั้น ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะหลังจากผ่านไป 6 สัปดาห์แล้วกระดูกของเราจะเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าหากไม่ได้ประสบอุบัติอย่างร้ายแรงก็หายห่วงได้เลยค่ะ

          6. หลังผ่าตัดแปลงฟันได้ไหม

          แนะนำให้แปลงฟันหลังจากผ่านช่วงสัปดาห์แรกไปก่อนค่ะ เนื่องจากการผ่าตัดแผลส่วนมากจะอยู่ในช่องปากของคนไข้จะทำให้แปลงฟันได้ลำบาก

          ในช่วงแรกให้รักษาความสะอาดด้วยการบ้วนปากบ่อยๆ ด้วยน้ำเปล่า น้ำยาป้วนปากที่ได้จากโรงพยาบาล หรือบ้วนปากด้วยน้ำเกลือบริสุทธิ์ แต่ถ้าในช่วงแรกบ้วนปากแล้วมีเลือดไหลออกมาด้วยไม่ต้องตกใจนะคะ เป็นเรื่องปกติของการผ่าตัดวีไลน์ค่ะ จะค่อยๆหายไปเอง

          7. ทำไมหลังการผ่าตัดแล้ว มีอาการชาที่ปาก แก้ม และคาง

          อาการเหล่านี้เกิดจากการบาดเจ็บของเส้นประสาท เนื่องจากการดึงรั้งในขณะผ่าตัด อาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นภายใน 1-3 เดือนหลังการผ่าตัดค่ะ

          8. ทำวีไลน์แล้วหน้าเรียวขึ้นจริงหรือไม่?

          การทำวีไลน์ ทำให้หน้าเรียวได้จริงๆค่ะ เนื่องจากได้มีการผ่าตัดเอากระดูส่วนเกินของใบหน้าออกไป มีการเลื่อนคางให้แคบลงและยืดคางให้ยาวด้วย ดังนั้น จึงทำให้หน้าเรียวขึ้น ดูโดยรวมมีมิติ สวยทุกองศาค่ะ

          ก่อน-หลัง-ภาพพิมพ์

          น้องภาพพิมพ์ Beauty Blogger โมเดลสาวของเราที่บินไปศัลยกรรมถึงประเทศเกาหลีเพื่อเปลี่ยนลุคเป็นหมวยอินเตอร์ น่ารักสดใสด้วยการทำศัลยกรรมปรับโครงหน้า

          รายละเอียดการทำศัลยกรรม

          • ยุบโหนก
          • ตัดกราม
          • ถอดซิลิโคนคาง
          • ขูดพังผืด
          • เลื่อนกระดูกคางวีไลน์
          • Dr.Choi Young Dal เเก้ไขจมูก เทคนิคโอเพ่น ใช้กระดูกอ่อนตัวเอง + ยกปีกจมูก
          • Dr.Son ฉีดไขมันสเต็มเซลล์ ทั่วใบหน้า เพื่อให้หน้าหวานละมุน และดูเด็กลงค่ะ

          สามารถติดตามโมเดลของเราได้ที่ IG: Pimphappim


            ปรึกษาฟรี
            ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
            สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







            ผ่าตัดขากรรไกร ก่อนแล้วจัดฟันทีหลังได้มั้ย ?

            ผ่าตัดขากรรไกรก่อนการจัดฟัน

            คนที่มีปัญหาขากรรไกรมักจะมีปัญหาคางยื่นกับฟันล่างคร่อมฟันบนมาคู่กันค่ะ  บางกรณีสามารถแก้ปัญหาการสบฟัน ให้ฟันบนกลับมาคร่อมฟันหน้าล่างได้ตามปกติ แต่ปัญหาคางยื่นจะยังคงอยู่นะคะ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเลื่อนกระดูกขากรรไกรนั่นเองค่ะ

            ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับขากรรไกรกันก่อนค่ะ เพราะหลายๆคนยังมีความเข้าใจผิดระหว่างการตัดกรามกับการ ผ่าตัดขากรรไกร อยู่มาก ขากรรไกรเป็นส่วนฐานรองกระดูกฟัน, กราม ( mandible ) ส่วนกรามคือมุมของขากรรไกร ( angle of mandible ) เรามาเช็คอาการและลักษณะของผู้ที่มีปัญหาขากรรไกรกันดีกว่าค่ะ

            ลักษณะปัญหาแบบไหนควรผ่าตัดขากรรไกร


            สำหรับผู้ที่มีปัญหาขากรรไกรจะมี 5 ลักษณะดังนี้ ซึ่งเป็นเคสพบที่เจอในกลุ่มลูกค้าจริงที่เข้ามาปรึกษาและผ่าตัดขากรรไกรกับเรา

            1. เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด / ฟันสบผิดปกติ

            หรือกัดเส้นก๋วยเตี๋ยวไม่ขาด บางท่านอาจเคยได้รับการจัดฟันมาแล้ว และทันตแพทย์เคยแนะนำให้ผ่าขากรรไกร หรือบางท่านอาจเคยจัดฟันมาแล้วแต่ฟันล่างยังครอบฟันบนอยู่หรือฟันสบไม่สนิทกัน

            2. ปากอูม หรือช่วงเหงือกบนยื่นไปด้านหน้า

            ทำให้เหมือนฟันด้านหน้ายื่นไปด้วย กรณีนี้ไม่ได้ยื่นเฉพาะฟัน ต้องผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับจัดฟัน เคสที่ยื่นเฉพาะเหงือกบน จะใช้การผ่าตัดเทคนิค ASO ร่วมกับการจัดฟัน (รายละเอียดการผ่าตัดต้องปรึกษารายบุคคลค่ะ)

            3. คางยื่น

            ซึ่งลักษณะคนไข้คางยื่น จะแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือคางยื่นจนฟันล่างครอบฟันบน แบบนี้ต้องผ่าตัดขากรรไกร ส่วนกลุ่มสองคางยื่นไปด้านหน้า แต่เคี้ยวอาหารได้ปกติอาจพิจารณาเลื่อนขากรรไกรหรือใช้การผ่าตัดเลื่อนตัดคางก็ได้ ขึ้นกับองศาคางที่ยื่นและสัดส่วนใบหน้า

            4. ใบหน้าเบี้ยวเอียงชัดเจน

            คนไข้กลุ่มนี้มักมีปัญหาการเคี้ยวอาหารร่วมด้วย ต้องผ่าตัดขากรรไกรเพื่อแก้ไขค่ะ

            5. ใบหน้ายาว

            ซึ่งหมายถึงสัดส่วนกลางหน้าที่ยาวมากกว่าส่วนอื่น ปกติใบหน้าที่สวยจะมีสัดส่วนของช่วงหน้าผาก : คิ้วถึงริมฝีปากบน : ริมฝีปากบนถึงปลายคาง เป็น 1:1:0.8 แต่กรณีคนไข้ที่มีใบหน้ายาว จะมีสัดส่วนช่วงคิ้วถึงริมฝีปากบน(กลางหน้า)ยาว ในเคสแบบนี้ถ้าต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมส่วนกัน ต้องเลื่อนขากรรไกรค่ะ

             

            ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร

            ซึ่งปัญหาเหล่านี้นอกจากจะมีปัญหาด้านความสวยงามแล้ว ยังเป็นปัญหาสุขภาพทั้งกายและใจอีกด้วย อย่างที่หลายๆท่านได้เห็นในรายการเลทมีอิน ( Let me in ) รายการศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต ซึ่งกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี โด่งดังและถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปทั่วเอเชีย และรายการนี้เองทำให้ศัลยกรรมเกาหลีเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

            รายการจะทำการคัดเลือกผู้ที่มีลีกษณะใบหน้าผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด มีปัญหาชีวิตเพราะหน้าตาที่ไม่สวย บูดเบี้ยว หลังทำศัลยกรรมแล้วชีวิตดีขึ้น มีงาน มีครอบครัวที่ดี มีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตมากขึ้นเรียกได้ว่า การทำศัลยกรรมทำให้ชีวิตเธอดีขึ้นกว่าเดิม

            เกร็ดความรู้ : ปัญหาหลักของใบหน้าที่เบี้ยว มักเกิดจากขากรรไกรที่สบกันผิดปกติ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขด้วยการจัดฟันเพียงอย่างเดียว

             

            กระดูกขากรรไกรก่อนและหลังก่อนผ่าตัด

            การผ่าตัดขากรรไกร แบ่งการวางแผนการผ่าตัดเป็น 3 รูปแบบหลักๆ  คือ


            1. จัดฟันเพื่อเตรียมผ่าตัดขากรรไกรประมาณ 3 ปีเป็นอย่างต่ำ

            แล้วผ่าตัดเพื่อเลื่อนขากรรไกรให้สบกัน หลังผ่าตัดจะทำการจัดฟันรอบสองเพื่อเก็บรายละเอียดของฟันอีกรอบหนึ่ง เป็นวิธีแบบเก่า ซึ่งใช้ระยะเวลาในการรักษายาวนานมาก ในประเทศไทยเอง โรงพยาบาลแพทย์มหิดลมีคนไข้รอคิวเพื่อเข้ารับการรักษายาวนานข้ามปีกันเลยทีเดียว

            2. ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรก่อน แล้วจัดฟันทีหลัง

            ซึ่งการจัดฟันหลังการผ่าตัดเป็นวิธีแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลี แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถรับการรักษาแบบนี้ได้ ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศัลยแพทย์ผ่าตัด ทั้งทีมหมอศัลยกรรมและทีมทันตแพทย์ วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาในการรักษาได้มาก เพราะหลังการผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรแล้ว กระดูกฟันเราจะอ่อน จัดฟันเพื่อเก็บรายละเอียดหลังผ่าตัดได้ง่าย ใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี ก็เสร็จแล้ว

            คนไข้บางรายใช้เวลาจัดฟันเพียง 3 เดือนเท่านั้นแต่ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นเช่นกัน ราคาค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดในเกาหลี ประมาณ 500,000-550,000 บาท ไม่รวมส่วนทันตกรรม ต้องกลับมาจัดฟันใน ประเทศไทยต่อ

            3. จัดฟันก่อนผ่าตัด 12 เดือน – ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร – จัดฟันหลังผ่าตัดอีก 1-2 ปี

            สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาฟันยื่น คางยื่นมากๆ ในบางเคส คุณหมอจะพิจารณาให้จัดฟันก่อน แล้วนัดผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร หลังผ่าตัดเสร็จแล้วจัดฟันต่อีกราวๆ 1-2 ปีเพื่อให้ฟันเรียงสวยงามมากขึ้น ซึ่งในแต่ละเคสคุณหมอจะพิจารณาผ่านซีทีสแกนและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมแต่ละบุคคล

            การจัดฟันทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด จัดฟันที่ไหน? จำเป็นต้องจัดฟันที่เกาหลีรึเปล่า?

            หากเป็นคนไข้ที่พำนักในเกาหลีอยู่แล้ว โรงพยาบาลศัลยกรรมขากรรไกรจะมีแผนกทันตกรรมอยู่แล้ว สามารถจัดฟันและผ่าตัดโรงพยาบาลเดิมได้เลยเพื่อง่ายต่อการวางแผนรักษาหรือจัดฟันที่ไหนก็ได้ตามสะดวก โดยศัลยแพทย์ผ่าตัดและทันตแพทย์จัดฟันจำเป็นต้องวางแผนร่วมกัน ดังนั้นหากเป็นไปได้ อยากให้จัดฟันและผ่าตัดโรงพยาบาลเดียวกันจะส่งผลดีในแง่ของการรักษาต่อเนื่องกับตัวคนไข้มากกว่า

            สำหรับคนไข้ที่พำนัก ‘นอกประเทศเกาหลี’ ทางเอเจนซี่จะประสานงานจัดฟันก่อนและหลังผ่าตัดให้ โดยหากเป็นไปได้แนะนำจัดฟันกับคลินิกที่เราประสานงานไว้ เพราะทันตแพทย์นั้นๆจะมีประสบการณ์การจัดฟันหลังผ่าตัดขากรรไกรจากเกาหลี โดยทั้งทันตแพทย์ไทยและศัลยแพทย์เกาหลีจะวางแผนการผ่าตัดร่วมกันค่ะ

             

            ผ่าตัดขากรรไกรกับหมอไหนดี ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

             

            ศัลยแพทย์เฉพาะทางโครงหน้าและขากรรไกร

            จุดเด่นของการผ่าตัดขากรรไรที่ EU

            • หลังการผ่าตัดสามารถจัดฟันที่ไทยได้ โดยไม่ต้องบินไปจัดฟันที่เกาหลี
            • ผ่าตัดกับโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกโครงหน้าและขากรรไกร
            • ผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของขากรรไกรก่อนแล้วจัดฟันทีหลัง
            • EU ใส่ใจความสวยของคนไข้ทุกองค์ศา สวยแม้กระทั่งในรูปจากฟิล์มเอ็กซเรย์กระดูก
            • นอกจากการผ่าตัดศัลยกรรมขากรรไกรที่เป็น การแก้ไขตำแหน่งกระดูกเพื่อให้ฟันสบกัน แล้วโรงพยาบาล EU ยังสามารถแก้ไขกระดูกส่วนอื่นที่ไม่สมดุล ทำให้โครงหน้าสวยขึ้น ไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย
            • เราทราบและเข้าใจถึงโครงสร้างและปัญหาของกระดูกใบหน้าเป็นอย่างดี
            • ทำการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง ที่มีประสบการณ์ยาวนานมากกว่า 8 ปี
            • เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนเกาหลี และต่างชาติ
            • เทคนิคเฉพาะ กรีดแผลเล็ก เลือดไหนน้อยในขณะผ่าตัด ทำให้คนไข้ฟื้นตัวได้ไว บวมช้ำน้อย และ ไม่มีสายเดนเลือดหลังการผ่าตัด
            • โรงพยาบาล EU เราให้ความสำคัญในการให้คำปรึกษา และ การตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด ก่อนการผ่าตัดทุกครั้ง

             

            ผ่าตัดขากรรไกรที่ รพ View plastic surgery

            Dr. Yun Chang woon หมอขากรรไกรเกาหลี

            จุดเด่นของการผ่าตัดขากรรไกรที่ รพ. View plastic surgery

            • วิวพลาสติกเซอร์เจอร์รี่ เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่เน้นการผ่าตัดโครงหน้าและขากรรไกรเป็นหลัก ประสบการณ์ศัลยแพทย์ยาวนานกว่า 15 ปีโดยเฉพาะด้านขากรรไกร ในอดีตวิวเป็นเพียงคลินิกชั้นเดียวเน้นผ่าตัดขากรรไกรเป็นหลักก่อนจะขยายเป็นตึกผ่าตัดครบวงจรค่ะ เปิดมานาน ความชำนาญสูง ครบวงจรค่ะ
            • โรงพยาบาลศัลยกรรมครบวงจร ดังนั้น ในบางเคสหากมีการผ่าตัดตา ดูดไขมันร่วมด้วยในการผ่าตัดขากรรไกร จะสามารถทำได้ครบมากกว่า
            • โรงพยาบาลมีส่วนของห้องพักคนไข้ ซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของโรงพยาบาล (ห้องพักลักษณะโรงแรม สามารถเช่าพักได้ เพื่อให้สะดวกในการพบหมอหลังผ่าตัด ทำให้คนไข้รู้สึกอุ่นใจมากๆค่ะ)
            • มีแผนกทันตกรรมภายในโรงพยาบาล คนไข้ที่พำนักในเกาหลีสามารถจัดฟันต่อได้เลย
            • หลังผ่าตัดสามารถจัดฟันต่อที่ไทยได้เช่นกัน คุณหมอคุ้นเคยกับทันตแพทย์ในไทย ทำให้การประสานงาน วางแผนการจัดฟันหลังผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น
            • เน้นการแก้ไขฟังก์ชั่นและความสวยงามของใบหน้าทำให้ผลลัพธ์ออกมาได้สวย สมบูรณ์แบบ

            เกร็ดความรู้ : การผ่าตัดขากรรไกรถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ มีความซับซ้อน ดังนั้นต้องพูดคุยกับหมอให้มีความเข้าใจตรงกันก่อนที่จะตัดสินใจรับการรักษาเสียก่อนนะคะ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นไปตามความต้องการ

             

            ผ่าตัดขากรรไกร

            เคสผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร บน-ล่าง-คนไทย

            ตัวอย่างเคสคนไทยที่ผ่าตัดขากรรไกร ที่แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

            เคสนี้เป็นคนไข้คนของเรา ที่ผ่าตัดขากรรไกร พร้อมกับปรับโครงหน้า 3 มิติ

            • ลดโหนกแก้ม 45 องศา โดยการใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบตัว L ซึ่งเทคนิคนี้ต้องใช้ทักษะของแพทย์ขั้นสูงเพราะต้องทั้งตัด+เลาะกล้ามเนื้อ+ผลักกระดูกไปข้างหน้าให้มีแก้มลูกส้ม เพื่อให้ใบหน้ามีมิติเมื่อมองจากด้านหน้าและมองจากด้านข้าง
            • วีไลน์ (ตัดกราม+เลื่อนคาง) คือ การทำศัลยกรรมกระดูกบริเวณกราม โดยการตัดกระดูกกรามที่เป็นส่วนเกินออกไป และตะไบกระดูกกรามให้เรียบเนียน และ เลื่อนคาง ทำโดยการตัดกระดูกคางเป็นรูปตัว T แล้วเอากระดูกส่วนกลางออก หลังจากนั้นเลื่อนกระดูกทั้ง 2 ข้างมาชิดกันแล้วยึดติดด้วยสกรู
            • ผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร 2 ขา ทั้งบน และ ล่าง

            อ่านรีวิวเต็มๆ ได้ต่อที่นี่ : เปิดประสบการณ์ รีวิวผ่าตัดขากรรไกร ของคุณบี มีลำดับขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง

             

            สำหรับเคสที่ผ่าตัดขากรรไกรที่เกาหลี ที่ต้องการกลับมาจัดฟันต่อที่ไทยต้องทำอย่างไร

            1. ปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดโครงหน้าและขากรรไกรจากเกาหลี (สามารถปรึกษาได้ในงานปรึกษา)
            2. ปรึกษาทันตแพทย์ที่ไทย (คุณหมอจัดฟันเพื่อการผ่าตัดขากรรไกร)
            3. ทีมงานผู้ดูแลจะประสานงานการวางผ่านผ่าตัดร่วมกันของคุณหมอจัดฟันของไทยและคุณหมอผ่าตัดของเกาหลี
            4. หลังากที่คุณหมอวางแผนร่วมกัน คุณหมอจัดฟันจะส่งรายละเอียดการรักษาให้กับศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัด พร้อมทั้งให้คนไข้เคลียช่องปากและติดเครื่องมือก่อนเดินทาง
            5. ทันตแพทย์จะมอบ Splint (อุปกรณ์ที่ใช้รองฟันมนการผ่าตัด) ให้กับคนไข้เพื่อใช้ในการผ่าตัดที่เกาหลี
            6. หลังจากการผ่าตัดเรียบร้อย 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน คนไข้ต้องกลับมาพบทันตแพทย์เพื่อให้คุณหมอจัดฟันต่อให้เสร็จ

             

            ผ่าตัดขากรรไกรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ควรทำควบคู่กับ ?

            ในกรณีที่คนไข้ จำเป็นต้องผ่าตัดขากรรไกรล่างและบน เพื่อแก้ไขปัญหาขากรรไกรยื่นและเจริญเติบโตมากเกินไป มักทำควบคู่กับการศัลยกรรมตัดมุมกราม หรือเรียกว่า วีไลน์ นั่นเอง เพื่อขยับให้ขากรรไกรได้สัดส่วน และทำให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

             

            ขั้นตอนการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดขากรรไกร

            1. ประคบเย็นในช่วง 2 – 3 วันแรก เพื่อให้เลือดภายในหยุดไหล
            2. เริ่มประคบอุ่นในช่วงวันที่ 3 – 4 วัน เพื่อช่วยลดอาการบวม
            3. ระยะเวลา 1 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดให้รัดหน้าตลอดเวลา เพื่อป้องกันแก้มห้อย
            4. บ้วนปากบ่อยๆ เพื่อรักษาความสะอาดในช่องปาก ป้องกันการติดเชื้อในช่องปาก
            5. งดการเคี้ยวของแข็ง ของเหนียว ให้ทานอาหารอ่อนๆ
            6. หลังการผ่าตัด 1 – 2 เดือนจึงจะสามารถออกกำลังกายได้ปกติ
            7. ควรทานอาหารอ่อนๆ เพื่อลดการทำงานของขากรรไกร
            8. หมั่นทำความสะอาดในช่องปาก เพื่อลดการติดเชื้อแบคทีเรี

             

            คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการผ่าตัดขากรรไกร (ที่ควรรู้) ?


            1. เคยจัดฟันมาแล้วค่ะ สามารถผ่าตัดขากรรไกรได้เลยมั้ยคะ ?

            ต้องถามกลับค่ะว่า จัดฟันแบบไหนมา ? ในประเทศไทยเอง ไม่ใช่ทันตแพทย์ทุกคนที่จะมีความรู้เฉพาะทางด้านการจัดฟันเพื่อ ผ่าตัดขากรรไกร ซึ่งแน่นอนค่ะว่า การจัดฟันเพื่อให้ฟันเรียงสวยงาม กับ จัดฟันเพื่อเตรียมผ่าตัดขากรรไกร “ต่างกัน” แนวการดึงฟันเป็นทิศทางตรงกันข้าม นั่นคือ หากจัดฟันเพื่อความสวยงาม จะดึงฟันเข้าหากันเพื่อให้ฟันสบปกติมากที่สุด

            แต่การจัดฟันเพื่อเตรียมผ่าตัด เป็นการจัดเพื่อให้ขากรรไกรยื่นออกไปให้มากที่สุด เป็นทิศทางตรงกันข้ามกัน หากคนไข้มีปัญหาขากรรไกรฟันสบผิดปกติ แต่ดันจัดฟันเพื่อความสวยงาม ดึงฟันให้เข้าหากันก็จะยากขึ้นไปอีก เพราะเท่ากับว่าต้องรื้อแนวการจัดฟันใหม่ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ หากคุณมีปัญหาขากรรไกรแล้วควรเช็คทันตแพทย์ว่ามีความเชี่ยวชาญด้านขากรรไกรหรือไม่ จะได้ไม่เสียเวลาแก้ซ้ำซ้อน


            2. ผ่าตัดขากรรไกรทำให้หน้าเรียวสวยแบบเกาหลีได้มั้ยคะ ?

            การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อรักษาโรค ทำให้ใบหน้าสมดุลมากขึ้น แก้ไขหน้าเบี้ยว คางยื่น ปากอูม ส่วนมากศัลยแพทย์จะผ่าตัดร่วมกับศัลยกรรมยุบโหนก ตัดกรามวีไลน์ เพื่อให้ได้ใบหน้าที่เรียวสวยงามมากขึ้น


            3. หลังการผ่าตัดขากรรไกร จะต้องมีอุปกรณ์ครอบฟันหลังการผ่าตัดมั้ยคะ ?

            หลังการผ่าตัดขากรรไกรจะมีอุปกรณ์ครอบฟัน เรียกว่า เวเฟอร์ (wafer) เป็อุปกรณ์ที่ช่วย retain ฟันหลังการผ่าตัดนั่นเองค่ะ


            4. ผ่าตัดขากรรไกร พักฟื้นกี่วัน ?

            โดยทั่วไปหลังการผ่าตัด ต้องนอน รพ. ประมาณ 2-3 คืน ค่ะ ระยะการบวมประมาณ 1-2 เดือนแล้วแต่บุคคล


            5. หลังการผ่าตัด มีทรีทเม้นท์ลดบวมมั้ยคะ ?

            ในประเทศเกาหลีที่ขึ้นชื่อ ประเทศผู้นำศัลยกรรมพลาสติก จะมีการฉายแสง ALPHA LED หรือ การเข้าเครื่อง O2 pressure เพื่อฟื้นฟูเซลล์ของคนไข้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว ส่วนในประเทศไทยเอง เครื่องเหล่านี้ มีไว้สำหรับผู้ป่วยอุบัติเหตุ ผ่าตัดกระดูก ยังไม่นำมาใช้ในผู้ป่วยศัลยกรรมพลาสติกมากนัก ( สามารถซื้อคอร์สเหล่านี้ได้ตามรพ.เอกชนชั้นนำ ราคาเฉลี่ยประมาณ 6,000-15,000 บาท/ครั้ง/1ชม. )


            6. ผ่าตัดขากรรไกรจำเปนต้องลดโหนก วีไลน์ร่วมด้วยมั้ย

            ไม่จำเป็น การผ่าตัดลดโหนกแก้ม วีไลน์ ไม่ใช่การผ่าตัดรักษาความผิดปกติ แต่ทำเพื่อความสวยงามของใบหน้าเพียงเท่านั้น หากคนไข้ต้องการใบหน้าที่สมดุลกันทุกส่วนคุณหมอ จึงจะแนะนำให้ทำร่วมกัน


            7. มีเคสผ่าตัดขากรรไกรแล้วไม่จัดฟันได้ไหม ?

            มีกรณีคนไข้ฟันสบไม่ผิดปกติมาก คุณหมอสามารถหมุนแนวขากรรไกรได้โดยรูปฟันไม่เปลี่ยนมาก แต่ไม่ใช่กับทุกเคส (ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและการพิจรณาของศัลยแพทย์)


            8. หลังการผ่าตัดใช้ระยะเวลาในการจัดฟันนานไหม ?

            จัดฟันหลังการผ่าตัดใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี


            9. น็อตสกรู เพลต ที่ยึดกระดูก อันตรายและต้องเอาออกหรือไม่ ?

            วัสดุยึดในการผ่าตัด เป็นไทเทเนียม ที่ใช้ในทางการแพทย์มานานแล้วในเคสคนไข้กระดูกหัก ดังนั้นอยู่กับเราได้ตลอด ไม่ต้องผ่าตัดออก แต่หากใครที่กังวล สามารถมาผ่าตัดออกทีหลังได้ เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นเวลาเอ็กซเรย์


             

            ผ่าตัดขากรรไกรที่ไหนดี

            ข้อแตกต่างการผ่าตัดที่ไทยและเกาหลี

            หลายท่านที่ต้องการผ่าตัดขากรรไกร อาจจะเคยเจอปัญหาในเรื่องของระยะเวลาที่ใช้ในการรอคอยการผ่าตัด ที่นานเกินไป โรงพยาบาลบางที่อาจจะต้องรอคิวกันแบบข้ามปีเลยก็ว่าได้ นอกจากการรอคิวการรักษา ยังจะต้องอดทนการจัดฟันก่อนการผ่าตัด รวมระยะเวลาระหว่างการรักษาอีกประมาณ 2-3 ปี

            ผ่าตัดขากรรไกรกับ maxillofacial โดยตรง ดีอย่างไร

            ในขณะที่การผ่าตัดขากรรไกรที่ EU Oral & Maxillofacial Surgery จะลดขั้นตอนการจัดฟันทำให้ประหยัดเวลาในการรักษา แต่ก็มีบางเคสเหมือนกันที่จำเป็นต้องจัดฟันก่อนที่จะ ผ่าตัดขากรรไกร ทั้งนี้สาเหตุหลักๆที่คนไข้ยอมจ่ายมากกว่านอกจากเป็นการประหยัดเวลาในการรักษาแล้ว ยังเป็นเรื่องของความงามด้วย

            เพราะนอกจากฟังก์ชั่นการใช้งานของขากรรไกรแล้ว การปรับโครงหน้าร่วมด้วยทำให้ใบหน้าคนไข้หลังผ่าตัดสมบูรณ์สวยงาม อย่างไรก็ตามหลังการผ่าตัดขากรรไกรที่เกาหลีคนไข้จำเป็นต้องมีระยะพักฟื้นที่นานพอสมควรหรือไม่อย่างนั้นก็จำเป็นต้องบินไปเกาหลีเพื่อติดตามอาการหลังผ่าตัดอีกด้วย

            EU Oral & Maxillofacial Surgery เป็นศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทางด้านการผ่าตัดกระดูกโครงหน้าและขากรรไกรโดยเฉพาะที่มีชื่อเสียงมากที่ประเทศเกาหลี และในต่างประเทศ คนไข้ของ EU จะได้รับการผ่าตัดกับคุณหมอเจ้าของโรงพยาบาลเองทุกเคส และนอกจากนี้ ที่ EU คุณหมอยังสามารถวางแผนการผ่าตัดร่วมกับคุณหมอจัดฟันของไทยได้อีกด้วย ดังนั้นคนไข้ของ EU จึงสามารถกลับมาจัดฟันต่อที่ไทย หลังการผ่าตัดขากรรไกรที่เกาหลีได้อย่างไม่มีปัญหา

             

            การเตรียมตัวและวางแผนการผ่าตัดขากรรไกรที่ EU Oral&Maxillofacial Surgery

            1. พบหมอฟันในไทยก่อนบินเกาหลี เพื่อแพลนการรักษาต่อเนื่อง ในการจัดฟันหลังผ่าตัด
            2. บินไปผ่าตัดขากรรไกรที่เกาหลี อยู่เกาหลี นาน 3 สัปดาห์ค่ะ
            3. ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดขากรรไกร + ยุบโหนก + วีไลน์ ประมาณ 30 ล้านวอน ประมาณ 800,000 บาท ราคาอาจจะสูงเมื่อเทียบกับราคาผ่าตัดที่ไทย (เพราะไม่ใช่แค่การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของขากรรไกรอย่างเดียว แต่เป็นการศัลยกรรมเพื่อความงามร่วมด้วย) การผ่าตัดที่เกาหลีประหยัดเวลาการรอได้ 1-2 ปี ถือว่าคุ้มค่ามากๆค่ะ
            4. ราคานี้เป็นราคารวมเลื่อนขากรรไกรแก้ไขคางยื่น เป็นการแก้ไขการเคี้ยวให้ใช้งานได้ปกติ และทำการตัดโหนก ตัดกรามเลื่อนคางเพื่อปรับรูปหน้าให้สวยและเหมาะสมกับโครงหน้าด้วย

             

            รีวิว ผ่าตัดขากรรไกร โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางขากรรไกร อันดับ 1 ของเกาหลี

             

            ผ่าตัดแก้ไขขากรรไกร ผู้ชาย

            รายการศัลยกรรม

            • ผ่าตัดแก้ไขขากรรไกร
            • (ตัดกราม+เลื่อนคาง)

             

            ผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับลดโหนกแก้ม

            รายการศัลยกรรม

            • ผ่าตัดแก้ไขขากรรไกร
            • วีไลน์ (ตัดกราม+เลื่อนคาง)
            • ลดโหนกแก้ม 3 มิติ

             

            ผ่าตัดขากรรไกร วีไลน์

            รายการศัลยกรรม

            • ผ่าตัดแก้ไขขากรรไกร
            • วีไลน์ (ตัดกราม+เลื่อนคาง)
            • ลดโหนกแก้ม 3 มิติ

             

            ผ่าตัดแก้ไขขากรรไกร ตัดกราม วีไลน์

            รายการศัลยกรรม

            • ผ่าตัดขากรรไกร
            • วีไลน์ (ตัดกราม+เลื่อนคาง) เทคนิคตัว T

             

            ลดโหนกแก้ม 45 องศา ขากรรไกร

            รายการศัลยกรรม

            • ผ่าตัดขากรรไกร
            • วีไลน์ (ตัดกราม+เลื่อนคาง)
            • ลดโหนกแก้ม 45 องศา

             

            รีวิวผ่าตัดขากรรไกร เกาหลี

            รายการศัลยกรรม

            • ผ่าตัดแก้ไขขากรรไกร
            • วีไลน์ (ตัดกราม+เลื่อนคาง)
            • ลดโหนกแก้ม 45 องศา

             

            แหล่งข้อมูลอ้างอิง
            https://en.wikipedia.org/wiki/Mandible
            https://en.wikipedia.org/wiki/Angle_of_the_mandible


              ปรึกษาฟรี
              ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
              สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







              เทรนด์ศัลยกรรม 2017 จัดอันดับความร้อนแรงของการทำศัลยกรรม

              เทรนด์ศัลยกรรม-2017-มาแรง

              เทรนด์ศัลยกรรม 2017 ว่าด้วยเรื่องของความสวยความงามเป็นของคู่กันกับผู้หญิงมาแต่ไหนแต่ไร รวมไปถึงการศัลยกรรมเมื่อก่อนคงยังไม่มีใครกล้าเปิดเผยเรื่องการไปศัลยกรรม แต่ในปัจจุบันนี้การศัลยกรรมความงามได้รับความนิยมทั้งผู้หญิงและผู้ชายมากขึ้น และคนสมัยนี้ยังให้การยอมรับเรื่องการศัลยกรรมกันมากขึ้นอีกด้วยค่ะ    
              ถ้ายกตัวอย่างเมื่อก่อนเวลาไปศัลยกรรมอะไรสักอย่างมาก็ไม่อยากให้ใครรับรู้ แต่ผิดกับปัจจุบันนี้นะคะ เพราะบางคนไปทำศัลยกรรมมาก็ไม่ปิดบังค่ะ แถมบางคนยังไปรีวิวบอกถึงขั้นตอนศัลยกรรมว่าทำอย่างไรให้คนอื่นได้รับรู้แต่ก็เป็นเรื่องดี จะได้เป็นข้อมูลศึกษาให้คนที่อยากทำได้รับรู้ และอีกอย่างเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ดีมากกว่าเดิมด้วย ทำให้เห็นผลมากยิ่งขึ้นบางรายการการทำศัลยกรรมก็แทบจะไม่เห็นแผลผ่าตัด และยังยุบบวมได้ไวมากอีกด้วยค่ะ

              มาดูกันดีกว่า เทรนด์ศัลยกรรม 2017 ในปีนี้จะเป็นอะไร

              1. ศัลยกรรมรอบดวงตา ตา 2 ชั้น และ ยกกระชับหางตา

              เทรนด์ศัลยกรรมตา 2017
              ที่นิยมกันมากเป็นอันดับต้นๆคือการยกกระชับหางตา คนส่วนใหญ่พออายุเริ่มเข้าเลข 3 เลข 4 หางตาเริ่มตกตีนกาเริ่มมาก็ดูไม่ค่อยสวย ดูแก่ จึงมีการทำศัลยกรรมยกกระชับหางตา แพทย์จะมีการใช้เทคนิคการดึงหน้าส่วนบน คือ ดึงบริเวณเหนือคิ้วขึ้นไป ดึงบริเวณร่องแก้มและโหนกแก้ม ทำให้ใบหน้ากระชับไปในตัวด้วยค่ะ ส่วนแผลในการผ่าตัดก็จะเป็นแผลเล็กๆแพทย์ก็จะซ่อนแผลไว้ตามไรผมทำให้มองไม่เห็นเลยค่ะ
              การทำตา 2 ชั้น ปัจจุบันนี้ก็มีเทคนิคใหม่ๆเข้ามาคนจึงให้ความนิยมกันอย่างมาก คือการใช้เลเซอร์ในการทำตา 2 ชั้น แต่จะเป็นการเลเซอร์ภายในเปลือกตาจะไม่สามารถมองเห็นแผลจากภายนอกได้เพราะแผลถูกซ่อนไว้ในหนังตา และหลังจากการผ่าตัดประมาณ 24 ชม.ก็สามารถโดนน้ำได้ แต่ 2-3 วันแรกขอแนะนำให้นอนศีรษะสูงนะค่ะ เพื่อที่จะได้ช่วยลดอาการบวมได้เร็วขึ้น

              2. ศัลยกรรมจมูก

              เทรนด์ศัลยกรรมจมูก 2017
              จมูกเป็นจุดเด่นบนใบหน้าที่ใครก็ต่างมองเห็นกัน จึงทำให้คนนิยมไปศัลยกรรมจมูก เพราะคนไทยและคนเอเชียเป็นคนที่ค่อนข้างจมูกแบบหรือเนื้อจมูกน้อยและอีกอย่างปีกจมูกก็ค่อนข้างกว้างด้วยค่ะ จึงมีการศัลยกรรมตกแต่งปีกจมูกเพื่อให้รับกับใบหน้ามากขึ้น
              สำหรับคนที่อยากเสริมจมูกแต่เนื้อจมูกน้อยแล้วอยากได้แบบโด่งๆพุ่งๆ ก็ไม่อยากอีกเช่นกันค่ะ เพราะแพทย์จะใช้เทคนิคการเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนเข้ามาช่วยให้จมูกของคุณดูพุ่ง และกระดูกอ่อนที่แพทย์จะใช้ส่วนใหญ่จะเป็น กระดูกอ่อนหลังหู กระดูกอ่อนในโพรงจมูก และกระดูกอ่อนซี่โครง แต่ก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของจมูกเราว่าควรใช้วัสดุแบบไหน แพทย์ก็จะคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นหลัก ไม่ใช่ทำตามที่คนไข้ต้องการแล้วซิลิโคนเกิดการทะลุออกมาค่ะ

              3. ศัลยกรรมหน้าอก 

              เทรนด์ศัลยกรรมหน้าอก 2017
              สาวๆจอแบนอย่างเราก็อยากมีหน้าอกอย่างคนอื่นเขาบ้าง แต่สมัยนี้ไม่ใช่แค่สาวอกเล็กที่จะสามารถเสริมให้มีหน้าอกที่ใหญ่ขึ้นได้เพียงอย่างเดียว แต่การเสริมหน้าอกยังมีการเสริมด้วยกัน 4 แบบเลยค่ะ
              1. การเสริมให้ใหญ่ขึ้นเนื่องจากอกแบบราบ
              2. คนที่มีหน้าอกใหญ่อยู่แล้วเหนื่อยใจ อยากทำให้เล็กลงก็สามารถทำการผ่าตัดศัลยกรรมได้
              3. สำหรับคนที่เป็นมะเร็งแล้วตัดนมออกไปข้างหนึ่งก็สามารถมาเสริมอีกข้างหนึ่งได้ หลายคนคงยังไม่เคยทราบใช่ไหมค่ะ ว่ามีการเสริมแบบนี้ได้ด้วย สามารถทำได้ค่ะ
              4. คนที่มีบุตร หลังคลอดลูกเป็นแม่ก็ต้องให้นมลูกใช่ไหมค่ะ การให้นมลูกสามารถทำให้หน้าอกหย่อนคล้อยได้ แต่ก็สามารถผ่าตัดให้กลับมาตึงได้แบบเดิมเช่นกันค่ะ
              แต่การเสริมหน้าอกหลายคนก็คงสงสัยว่าการเสริมหน้าอกมาแล้ว จะทำให้เป็นมะเร็งไหมแล้วจะสามารถให้นมลูกได้หรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเพราะการเสริมหน้าตกไม่สามารถทำให้เกิดการเป็นมะเร็งได้ และส่วนเรื่องการให้นมลูกก็สามารถให้ได้ปกติ เนื่องจากแพทย์ส่วนใหญ่จะทำการผ่าตัดเสริมซิลิโคนเข้าไปในบริเวณใต้ต่อกล้ามเนื้อและต่อกับท่อน้ำนม ถ้าใช้ซิลิโคนได้มาตรฐานสามารถทำกิจวัตรได้ตามปกติ
              แต่ถ้าคนที่เสริมหน้าอกมาใหญ่เกินขนาดกับตัวเอง ก็จะสามารถทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ ในอนาคตข้างหน้าหน้าอกสามารถหย่อนยานได้ และจะรู้สึกอึดอัดไม่ค่อยสบายตัวเท่าไร ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะแนะนำให้ทำขนาดพอดีกับตัวเองมากกว่า เน้นความปลอดภัยไว้ก่อนค่ะ

              4. ศัลยกรรมปาก

              เทรนด์ศัลยกรรมปาก 2017
              ปากก็เป็นอีกจุดที่สาวๆหลายคนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากค่ะ ถ้าพูดถึงในเรื่องของการทำปาก อย่างประเทศไทยบ้านเราจะได้รับความนิยมเรื่องการทำปากบาง ปากทรงกระจับ หรือทรงคันธนู ให้ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วแต่จะเรียกกันนะค่ะ แต่สำหรับหญิงสาวในแถบยุโรปจะไม่นิยมปากเล็กกันอย่างแถบเอเชีย แต่จะนิยมปากที่อวบอิ่มกันเป็นอย่างมาก การทำให้ปากดูอิ่มก็จะมีการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์หรือการฉีดไขมันตัวเอง ก็ช่วยให้ปากดูอิ่มค่ะ

              5. การยกกระชับใบหน้า

              สมัยนี้ใครๆก็อยากหน้าตึงตลอดเวลากันใช่ไหมล่ะค่ะ การดึงหน้าสมัยนี้ต่างจากเมื่อก่อนค่อนข้างมากด้วยเรื่องเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนการดึงหน้าก็เปรียบเสมือนกับการผ่าตัดใหญ่ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลหลายคืน อาการบวมช้ำก็นาน แต่กลับปัจจุบันการทำศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าเป็นสิ่งที่ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล ไม่ต้องเจอกับอาการบวมนานๆ และยังมีนวัตกรรมหลายๆอย่างที่สามารถช่วงยกกระชับใบหน้าของคุณให้ดูเต็งตึงเหมือนสาวรุ่นๆได้อีกด้วยค่ะ

              6. เสริมสะโพก

              ไม่น่าเชื่อกันใช่ไหมว่าจะมีการนิยมการเสริมสะโพกกันด้วย แต่ก็จริงค่ะส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงไทยไม่ค่อยมีสะโพกหรือก้นค่ะ แต่สำหรับประเทศที่นิยมหรือเป็นต้นแบบของการเสริมสะโพกคือประเทศบราซิล เพราะเป็นประเทศที่ชอบเสริมสะโพกกับแบบใหญ่ๆ แต่สำหรับคนไทยแค่เสริมให้ดูสวยเวลาใส่เสื้อผ้าเท่านั้นเองค่ะ
              เป็นอย่างไรบ้างค่ะ กับ เทรนด์ศัลยกรรม 2017  ที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ หลายคนได้อ่านกันแล้วมีกิเลศอยากไปศัลยกรรมส่วนไหนกันบ้าง แต่ก่อนที่จะคิดไปศัลยกรรม ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการศัลยกรรมกันก่อนนะค่ะ เพื่อความปลอดภัยและผลตอบรับที่ดีหลังการผ่าตัดค่ะ
               


                ปรึกษาฟรี
                ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
                สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








                 

                4 ทรงจมูกสวยๆ ของดาราหญิงเกาหลียอดนิยม ที่คุณจะต้องอยากศัลยกรรม

                4จมูก4สไตล์ของดาราเกาหลี

                ถ้าถามถึง ทรงจมูกสวยๆ ในฝันของใครหลายๆคน คำตอบที่ได้คงจะหนีไม่พ้นทรงจมูกของเหล่า ดาราหญิงเกาหลียอดนิยม ที่ไม่ว่าจะดูกี่ทีๆ ก็เรียวสวยได้รูป ทำให้หน้าตาดูจิ้มลิ้ม หวานละมุนไปหมด เพราะไม่ว่าจะด้วย ทรงจมูก ปลายจมูก ดูจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของสาวๆกันซะจริงๆ มาดูกันค่ะว่าทรงจมูกของดาราเกาหลีที่สาวๆชื่นชอบกันมีใครบ้าง ส่วนทางใครที่สงสัยว่าการทำศัลยกรรม เสริมจมูก นั้นมีทั้งหมดกี่แบบ อ่านบทความทางนี้ได้เลยจ้าทรงจมูก ไหนที่ใช่คุณ ”

                ทรงจมูกสวยๆ 4 แบบ 4 สไตล์ของดาราเกาหลีหญิงยอดนิยม

                คิมแตฮี-จมูกทรงหยดน้ำ

                KIM TAE HEE ( คิมแตฮี )

                หลายๆคนอาจจะรู้จัก KIM TAE HEE ( คิมแตฮี ) สาวคนนี้จากซีรี่ย์หลายๆ เรื่อง แต่หลายๆคนก็รู้จักในนามหวานใจของซุปเปอร์สตาร์เกาหลี อย่างหนุ่มเรน และด้วย จมูกทรงหยดน้ำ ที่เรียวสวยเข้ากับใบหน้าของเธอ จึงทำให้ทรงจมูกของเธอกลายเป็นทรงจมูกในฝันของสาวๆหลายคนเลยก็ได้ค่ะ ซึ่งทรงจมูกหยดน้ำนี้ช่วยทำให้หน้าดูหวานและมีมิติมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สาวๆหลายคนจะมีรูปของ คิมแตฮี ถือติดไม้ติดมือไปพบคุณหมอศัลยกรรม เพื่อที่จะบอกคุณหมอว่า ชั้นอยากได้จมูกแบบเค้าคนนี้


                จมูกปลายพุ่ง-ชอน จี ฮยอน

                JEON Ji Hyun ( ชอน จี ฮยอน )

                ถ้าใครเป็นติ่งเกาหลี ไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้เลย JEON Ji Hyun ( ชอน จี ฮยอน ) กับ จมูกทรงปลายพุ่ง ที่ทำให้ใบหน้าของเธอดูเป็นสาวมั่น เข้ากับใบหน้าที่ดูมีเอกลักษณ์ จึงทำเอาสาวๆหลายคนยกให้เธอเป็น Idol เลยก็ว่าได้ นอกจากใบหน้าที่สวยเป็นเอกลักษณ์แล้ว ชอน จี ฮยอน ยังมีทรงจมูกที่โด่งพุ่ง สวยถูกใจเหล่าบรรดาแฟนคลับกันซะเหลือเกินเพราะไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหน ด้านไหน ก็เห็นทรงจมูกสวยๆของเธอได้อย่างชัดเจน ทำเอาทรงจมูกของเธอเป็นทรงจมูกที่สาวๆใฝ่ฝันกันเลยทีเดียว ว่าแต่เจ้าตัวจะรู้มั้ยน๊าว่า ทรงจมูกของตัวเองเป็นทรงจมูกในฝันของสาวๆมากมายขนาดไหน


                จมูกปลายเชิด-ซอง เฮ เคียว

                Song Hye Kyo ( ซอง เฮ เคียว ) 

                ที่หลายๆคนเรียกว่า หมอคัง จากซีรีย์ดังเรื่อง Descendants of the sun หรือ ฮัน จีอึน ในเรื่อง Full House : ฟูลเฮ้าส์ สะดุดรักที่พักใจ ที่ทำให้ Song Hye Kyo ( ซอง เฮ เคียว ) โด่งดังเป็นเป็นที่รู้จักมากมายทั้งในและต่างประเทศ แถมดังข้ามมาถึงประไทยเราอีกด้วย เพราะนอกจากผลงานที่น่าติดตามแล้ว หน้าตาของเธอยังเป็นที่สะดุดตาอีกด้วย คนอะไรไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูสวยไปหมด และนอกจากใบหน้าที่สวยสะดุดตาแล้ว ทรงจมูกของเธอก็ดูจะสะดุดตาไม่แพ้กัน กับ จมูกทรงปลายเชิด ที่โด่งเชิดเข้ากับใบหน้า และปีกจมูกที่เล็กเรียว ทำให้หน้าดูมีมิติสวยงามขึ้นไปอีก ไม่แปลกใจเลยจริงๆว่าทำไมสาวๆถึงอยากได้ทรงจมูกเหมือนเธอ


                ทรงจมูกบาร์บี้ไลน์-ยุนอา

                Yoona  ( ยุนอา )

                คนสุดท้ายที่จะต้องพูดถึง เพราะความดัง ความปัง และ ทรงจมูกที่ใครๆก็อยากได้ของเธอ ทำให้เรายกให้เธอเป็นดาราเกาหลีที่มีทรงจมูกที่สาวๆใฝ่ฝัน นั่นก็คือ Yoona  ( ยุนอา ) ด้วย จมูกทรงบาร์บี้ไลน์ ที่ดูธรรมชาติ และทำให้หน้าดูหวานละมุน และอ่อนเยาว์ ทำให้ทรงจมูกของ Yoona เป็นทรงจมูกยอดฮิตที่สาวๆให้ความสนใจ แต่การที่จะทำจมูกทรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ เพราะจมูกทรงบาร์บี้ไลน์นี้จะต้องทำแบบ Open เท่านั้นค่ะ
                จากทรงจมูกทั้ง 4 แบบ 4 สไตล์ของดาราสาว ทรงจมูกทรงนิยมที่สาวๆเกาหลีรวมถึงไทยเองก็ได้รับความนิยมและทำศัลยกรรมกันมากคือ จมูกทรงบาร์บี้ไลน์ แต่ไม่ว่าสาวๆจะใฝ่ฝัน ทรงจมูกสวยๆ ทรงไหน ก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบครอบและอยู่ในพื้นฐานที่เหมาะสมของตัวเองนะคะ ว่าพื้นฐานของเราเหมาะกับจมูกทรงไหน หรือ จมูกทรงไหนที่เข้ากับใบหน้าของเรา เพื่อจะได้ไม่ต้องมีปัญหาตามมาทีหลังให้ต้องแก้ไขกันค่ะ
                 


                  ปรึกษาฟรี
                  ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
                  สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








                   

                  4 คลินิกเสริมจมูกยอดนิยม ที่มีชื่อเสียงและดีที่สุดในเกาหลี

                  4คลินิกเสริมจมูกเกาหลี

                  ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย “เสริมจมูก” ก็ยังถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความมนิยมมาเป็นอันดับ 1 ของการทำศัลยกรรมทั้งหมดเลยก็ว่าได้ และนอกจากจะได้รับความนิยมมากที่สุด เป็นจุดที่ผู้คนให้ความสนใจไปทำศัลยกรรมอันดับ 1 และ จมูกยังเป็นส่วนที่ได้รับการทำศัลยกรรมแก้ไขมากมากที่สุดอีกด้วย ดังนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าจมูกเป็นจุดสำคัญบนใบหน้าของเรา คลินิกเสริมจมูกยอดนิยม ที่ดีที่สุดในเกาหลีคือที่ไหน และ คงปฏิเสธไม่ได้อีกว่าทรงจมูกที่สวยงาม ทำให้หน้าเราดูมีมิติ และดูสวยงามตามไปด้วย

                  4คลินิกเสริมจมูกเกาหลี

                  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มี สาวๆ หนุ่มๆ เป็นจำนวนไม่น้อยที่ยอมเก็บกระเป๋าเดินทางไปไกลถึงเกาหลี เพื่อการ เสริมจมูก หรือ แม้แต่คนที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว ก็คงต้องบินไปแก้จมูกที่เกาหลี บางคนอาจสงสัยว่าเพราะอะไร ทำไมถึงต้องไปเกาหลี  ก็เพราะเกาหลีถือเป็นต้นกำเนิดของการทำศัลยกรรม ดังนั้นเทคนิคการผ่าตัดที่ใช้มักจะเป็นเทคนิคใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากบ้านเรา จึงทำให้ได้ทรงจมูกที่สวยละมุน และ เข้ากับหน้าของเรามากกว่า แต่อย่าเพิ่งเข้าใจว่าไปทำจมูกที่เกาหลีแล้วจะสวยปังเหมือนกันทุกสถานเสริมความงามนะคะ เพราะโรงพยาบาล หรือ สถานเสริมความงามบางแห่งก็ไม่ได้รับความนิยมจากคนในเกาหลีด้วยกันเองค่ะ ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีๆก่อน
                  สำหรับคนที่กำลังอยากทำจมูกครั้งแรก หรือ กำลังอยากจะแก้ไขจมูกนั้น วันนี้เรามีโรงพยาบาล หรือ สถานเสริมความงามที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากคนเกาหลีในเรื่องของการเสริมจมูกมาแนะนำค่ะ ไปดูกันเลยค่ะว่ามีโรงพยาบาลและคลินิกไหนบ้าง

                  โรงพยาบาล และ คลินิกเสริมจมูกยอดนิยม ที่มีชื่อเสียงและดีที่สุด

                  1. GNG Plastic Surgery

                  เป็นสถาบันทางการแพทย์ที่ได้รับการอนุมัติให้เป็น “โรงพยาบาล” หลายๆคนอาจเคยได้ยินชื่อเสียงของโรงพยาบาลนี้กันมาบ้างแล้ว เพราะ GNG ถือเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของเกาหลีเลยก็ว่าได้เพราะ GNG ถือเป็นสถานเสริมความงามแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น การทำศัลยกรรมโครงหน้า การเสริมจมูก ตา2 ชั้น หรือฉีดไขมัน ซึ่งการผ่าตัดนั้น จะเป็นการผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลนี้เหมาะสำหรับ คนที่ต้องการเสริมจมูกครั้งแรก หรือ ต้องการทำศัลยกรรมหลายอย่างไปพร้อมๆกัน เช่น ต้องการผ่าตัดโครงหน้า จมูก และฉีดไขมัน ไปพร้อมๆกัน เรียกได้ว่าคุณหมอมีความเชี่ยวชาญกันทุกคนและทุกด้านจริงๆค่ะ

                  2. EU Maxillofacial & Dental Center

                  หลายๆคนฟังแล้วอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกับสถานเสริมความงามแห่งนี้ เพราะ EU maxillofacial เพราะเป็นสถานเสริมความงามที่ไม่ได้ทำการตลาดในเมืองไทยค่ะ จึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนไทยแต่ถ้าเป็นที่เกาหลีจะเป็นสถานเสริมความงามที่เป็นที่รู้จักกันดี ว่ามีชื่อเสียงเกียวกับการเสริมจมูก ทำจมูกออกมาแล้วสวยตรงตามความต้องการของคนไข้ EU maxillofacial เหมาะมากๆสำหรับคนที่กำลังมองหาสถานเสริมความงาม เพื่อการเสริมจมูกครั้งแรกค่ะ รับรองว่าทรงสวยเป๊ะถูกใจ ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

                  3. HANABI Surgery Clinic

                  ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ Hanabi ซึ่งเป็นสถานเสริมความงามที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการแก้ไขจมูกเหมาะสำหรับคนที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว และ จมูกมีปัญหา เช่น จมูกเบี้ยว เอียง จมูกบาง ปลายจมูกทะลุ อักเสบ ติดเชื้อ ต้องการที่จะแก้ไข แนะนำที่นี่ Hanabi เลยค่ะ ศัลยแพทย์ของที่นี่เก่งมากจริงๆเพราะเป็นอีกหนึ่งสถานพยาบาลที่คนเกาหลีให้การยอมรับ แบบนี้ไม่รับไว้พิจรณาไม่ได้แล้วนะคะ

                  4. GYALUMHAN Surgery Clinic

                  สถานเสริมความงาม ที่โดดเด่นด้านการเสริมจมูกแห่งสุดท้ายที่เราจะพูดถึง คือ Gyalumhan ซึ่งมีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่งในเกาหลี ซึ่งเรียกได้ว่า ถ้าถามคนเกาหลีว่าไป เสริมจมูกที่ไหนดี Gyalumhan จะต้องเป็น 1 ในสถานเสริมความงามที่เค้าจะแนะนำเลยก็ว่าได้ เชื่อหรือยังคะว่าดีจริงๆ
                  การทำศัลยกรรมทุกอย่างมีทั้งผลดีและผลเสียนะคะ ก่อนการทำศัลยกรรมเราจึงจำเป็นที่ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน แล้วจึงค่อยตัดสินใจ โดยจะต้องไม่ยึดติดกับความเป็นศัลยแพทย์ต่างประเทศ เพราะการเป็นศัลยแพทย์ต่างประเทศก็ไม่ได้เชี่ยวชาญและทำออกมาดีเสมอไป ในการเสริมจมูก หรือการ แก้ไขจมูกในแต่ละครั้งมักมีต้นทุนและความยากที่สูงขึ้นเลื่อยๆ ดังนั้นจะดีกว่ามั้ยคะถ้าเราเสริมจมูกครั้งเดียวแล้วจบ ได้ทรงจมูกสวยตามที่เราต้องการ และไม่มีปัญหาตามมาให้ต้องแก้ไข
                   


                    ปรึกษาฟรี
                    ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
                    สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี