Category: news

50 ดาราศัลยกรรม จะสวยหรือพัง ดูกันเต็มๆ มีใครบ้างมาแรง

30 ดาราศัลยกรรม

ดาราศัลยกรรม นิยมทำศัลยกรรมที่ไหนกันบ้าง ?

ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ก็อยากให้ตัวเองดูดีไม่แพ้กัน ยิ่งเป็นยุคปัจจุบันหน้าตายิ่งเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต และยิ่งเป็นดาราที่ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลของสาธารณะด้วยยิ่งต้องทำให้ตัวเองดูดีทุกมุมมอง

มาดูกันว่าดาราคนดังมีใครบ้างที่ทำศัลยกรรมออกมาแล้วดับ ! ยิ่งปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่าการทำศัลยกรรมกลายเป็นเรื่องธรรมดาธรรมดาของใครหลาย ๆ คน แล้วสวย ไม่เว้นแม้แต่เหล่าดาราคนดังที่ต้องใช้หน้าตาความสวยในการทำมาหากิน

จึงไม่แปลกที่จะเห็นว่าดารานิยมบินไปเกาหลีกันอยู่บ่อยๆ ใช่มั้ยล่ะคะ แหมม!! การเป็นดาราก็ต้องอยากทำศัลยกรรมเพื่อเสริมหน้าตาของตัวเองให้ดูดีดูสวยเพอร์เฟคท์ กว่าเดิม จริงมั้ย??

ดาราคนไทยไปทำศัลยกรรมอะไรที่เกาหลี กับหมอท่านไหนบ้าง หมอเกาหลีที่ดารานิยมทำศัลยกรรมมีท่านไหนบ้าง

เพราะความเชี่ยวชาญของคุณหมอแต่ละท่านไม่เหมือนกัน เลือกทำกับหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะพังหรือจะปังมาดูกันค่ะ ว่าหมอไหนเก่งอะไร สอบถามข้อมูลศัลยกรรม หรือ สอบถามราคาศัลยกรรมได้ที่ https://goo.gl/drW3hR ศัลยกรรมเกาหลีไม่ได้แพงอย่างที่ใครหลายๆคนคิดนะคะ

50 ดาราศัลยกรรม 2017 แล้วสวย แล้วดับ

 

1. ยิปซี คีรติ ศัลยกรรมปากกระจับ

ยิปซี คีรติ ศัลยกรรม

ยิปซี คีรติ  สาวที่ออกมายิ้มรับว่าไปทำศัลยกรรมปากเป็นรูปกระจับ ครั้งนี้ถือเป็นการทำศัลยกรรมครั้งแรกของเธอเลยค่ะ สวยเป๊ะจริงๆเลยค่ะ

 

2. กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ศัลยกรรมจมูกที่เกาหลี

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ศัลยกรรมจมูก

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ขุนแม่สุดแซ่บของน้องเป่าเปาคนนี้ก็เป็นอีกคนที่ออกมายอมรับว่าเคยผ่านการทำศัลยกรรมจมูก แถมยังรับแบบแมน ๆ ว่าบินไปทำสวยไกลถึงประเทศเกาหลี จมูกสวยเข้ากับหน้าจริงๆเลยค่ะขุนแม่ จากแซ่บอยู่แล้วความแซ่บคูณ2 ไปเลยค่า

 

3. ยิปโซ อริย์กัน ศัลยกรรมตาสองชั้น

ยิปโซ อริย์กัน ศัลยกรรมตา2ชั้น

 ยิปโซ อริย์กัน ที่ผ่านการทำศัลยกรรมตาสองชั้น เรียกได้ว่าเปลี่ยนลุคจากอาหมวยมาเป็นสาวตาโต ไปเลยค่ะ

 

4. สาวซานิ ศัลยกรรมจมูกและฉีดโบท็อกซ์

สาวซานิ ศัลยกรรมจมูกและฉีดโบท็อกซ์

สาวซานิ ที่ทำศัลยกรรมจมูกและฉีดโบท็อกซ์มา งานนี้ยอมรับเลยว่าสวยขึ้นเยอะมากจริงๆ สวยแบบนี้งานรุ่งรับทรัพย์กันแบบสวย ๆ ปังๆกันเลยทีเดียวค่ะ

 

5. ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ศัลยกรรมเสริมจมูกโด่ง

ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ศัลยกรรมจมูกโด่ง

ลีเดีย ศรัณย์รัชต์  ดาราสาวและนักร้องเสียงดี ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมายอมรับว่าไปอัพจมูกโด่งมา ปัจจุบันเลยดูสวยเป๊ะ กว่าเดิมอย่างไม่มีที่ติ

 

6. ใหม่ สุคนธวา อัพไซร์หน้าอก

ใหม่ สุคนธวา อัพไซร์หน้าอก

ใหม่ สุคนธวา ที่เพิ่งออกมายอมรับว่าไปอัพไซร์หน้าอกมา เพราเนื่องจากโดนหมอดูทักว่าจะเกิดอุบัติเหตุเลือดตกยางออก ก็เลยไปแก้เคล็ดด้วยการเสริมหน้าอก จากหุ่นดีอยู่แล้ว เผ็ดแซ่บกว่าเดิมเข้าไปอีกค่า

 

7. โอปอล์ ปาณิสรา ทำจมูกเสริมความมั่นใจ

โอปอ ทำจมูก

โอปอล์ ปาณิสรา สาวแซ่บคนนี้ก็รับอย่างตรงไปตรงมาว่านางทำจมูกเพื่อเพิ่มความมั่นใจ แถมยังสวยเป็นธรรมชาติเข้ากับหน้าแบบสุด ๆ

 

8. แตงโม ภัทรธิดา ศัลยกรรมหน้า

แตงโม ภัทรธิดา ศัลยกรรมหน้า

แตงโม ภัทรธิดา จากอุบัติเหตุรถคว่ำตั้งแต่ปี 2550 สาวแตงโมเลยต้องไปพึ่งมีดหมอโมหน้าใหม่ เรียกได้ว่าสวยเป๊ะกว่าเดิมซะอีกนะคะเนี่ย

 

9. หนิง ปณิตา ศัลยกรรมแก้จมูก

หนิง ปณิตา  รับมั่น ๆ ว่าผ่านการทำศัลยกรรมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะจมูกเธอแก้มาแล้วถึง 7 รอบ !! นอกจากนี้ยังมีศัลยกรรมยกตา และทำคาง เรียกได้ว่าเสียเงินเยอะเท่าไรก็ไม่หวั่น

 

10. เต้ย จรินทร์พร  ศัลยกรรมตาสองชั้น

เต้ย จรินทร์พร ศัลยกรรมตาสองชั้น

เต้ย จรินทร์พร รับมั่น ๆ ทำศัลยกรรมตาสองชั้นมาสองรอบ พูดเลยสวยแบ๊วขึ้นเยอะเลยใช่มั้ยคะ

 

11. ญาญ่าหญิง ทำศัลยกรรมจมูก ทำเลเซอร์ และฉีดโบท็อกซ์

ญาญ่าหญิง ทำศัลยกรรมจมูก ทำเลเซอร์

ญาญ่าหญิง สาวฮอตที่เรียกได้ว่าทำศัลยกรรมแล้วงานรุ่งงานรุมสุด ๆ ต้องยกให้เธอคนนี้
สำหรับญาญ่าหญิงที่เคยทำศัลยกรรมจมูก ทำเลเซอร์ และฉีดโบท็อกซ์ แถมยังออกมารับแบบเริด ๆ อีกด้วยว่ามีวันนี้ได้ก็เพราะความสวยเป๊ะนี่แหละ

 

12. มิว นิษฐา ทำศัลยกรรมตาสองชั้น

มิว นิษฐา ทำศัลยกรรมตาสองชั้น

มิว นิษฐา แก้ปัญหาตาไม่เท่ากันด้วยการทำศัลยกรรมตาสองชั้น นาทีนี้เป๊ะที่สุดแล้ว

 

13. ไอซ์ อภิษฎา ทำศัลยกรรมจมูก

ไอซ์ อภิษฎา ทำศัลยกรรมจมูก

ไอซ์ อภิษฎา นางร้ายสุดเซ็กซี่ก็ยิ้มรับแบบไม่แคร์สื่อว่าเคยไปทำศัลยกรรมจมูกมา เนื่องจากจมูกเดิมเบี้ยว เลยทำซะใหม่ เป๊ะเว่อร์กว่าเดิม

 

14. เนย โชติกา หน้าสวยก็เคยเหลาจมูก

เนย โชติกา นางร้ายหน้าสวยก็เคยเหลาจมูก

เนย โชติกา นางร้ายหน้าสวยก็เคยเหลาจมูก และ จัดฟันมาก่อน แถมยังบอกแบบไม่มีกั๊ก สวยและจริงใจแบบนี้สิ เริด !

 

15. ก้อย รัชวิน ทำศัลยกรรมจมูก

ก้อย รัชวิน ทำศัลยกรรมจมูก

ก้อย รัชวิน เธอคนนี้รับว่าเคยทำศัลยกรรมจมูกมาก่อนเข้าวงการ งานนี้สวยเป๊ะดั่งใจ ส่งผลให้มีงานรุมมาจนถึงทุกวันนี้

 

16. ดิว อริสรา ฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดลดแก้ม

ดิว อริสรา ฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดลดแก้ม

 ดิว อริสรา นางร้ายหน้าเป๊ะก็เป็นอีกคนที่รับว่าเคยทำศัลยกรรมมา ไม่ว่าจะเป็นฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดลดแก้ม เรียกได้ว่าแต่งเติมจนสวยเป๊ะขึ้นทุกวัน ๆ

 

17. คริส หอวัง ทำตาใหม่

คริส หอวัง ทำตาใหม่

คริส หอวัง สาวฮอตไซส์มินิ รับทำตาใหม่ แต่ก็ยังคงความหมวยไว้เหมือนเดิม แบบนี้แหละที่เรียกว่าสวยกำลังดี

 

18. ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ ทำศัลยกรรมหน้าอก

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ ทำศัลยกรรมหน้าอกม

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ ดาราสาวตัวเล็กทรงโต รับว่าสวยเป๊ะก็เพราะไปทำศัลยกรรมหน้าอกมา นอกจากจะมั่นใจแล้ว ยังเซ็กซี่ขึ้นอีกด้วย

 

19. เชอรีน ณัฐจารี ทำตาสองชั้น

เชอรีน ณัฐจารี ทำตาสองชั้น

เชอรีน ณัฐจารี นักร้องสาวแห่งบ้านเดอะสตาร์ ตั้งแต่ไปทำตาสองชั้นมา งานนี้สวยแบ๊วขึ้นเป็นกองเลยล่ะค่ะ

 

20. เอสเธอร์ ทำศัลยกรรมจมูก

เอสเธอร์ ทำศัลยกรรมจมูก

เอสเธอร์ เมื่อก่อนเคยเป็นสาวจมูกบาน แต่หลังจากไปทำศัลยกรรมจมูกใหม่มาถึง 2 รอบ ทำให้ทุกวันนี้สวยเป๊ะมั่นใจมากกว่าเดิม

 

21. มด ณปภัช ทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น และ จมูก

มด ณปภัช-ทำตา2ชั้น

มด ณปภัช อีกหนึ่ง ดาราและนักร้องเสียงดีที่ศัลยกรรม รับแบบไม่มีกั๊กว่าทำศัลยกรรมตาสองชั้น และ จมูก ถึงจะโดนกระแสวิจารณ์แค่ไหนก็ไม่หวั่น เพราะทุกวันนี้เป๊ะแล้วจ้า

 

22.  มิ้น มิณฑิตา ศัลยกรรมจมูก

มิ้น มิณฑิตา ศัลยกรรมจมูก

 มิ้น มิณฑิตา รับและออกมาเคลียร์กันแบบชัด ๆ ว่าเคยไปทำศัลยกรรมจมูกมาจริง ๆ งานนี้ทำแล้วงานเยอะงานรุม เห็นได้ชัดว่าปลื้มไม่ใช่น้อย ^^

 

23. นุ่น รมิดา ศัลยกรรมจมูก

นุ่น รมิดา ศัลยกรรมจมูก

นุ่น รมิดา ปิดท้ายกันที่ดาราสาวคนนี้ นุ่น รมิดา ก็ยังเป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมาเปิดเผยแบบมั่น ๆ ว่าไปทำศัลยกรรมจมูกมา งานนี้เสริมโหงวเฮ้งรับทรัพย์เบา ๆ แถมยังดูเป๊ะกว่าเดิมซะอีก

 

24. ขนมจีน กุลมาศ ทำจมูก

ขนมจีน กุลมาศ ทำจมูก

ขนมจีน กุลมาศ จากนักร้องใส ๆ ตอนนี้กลายเป็นสาวเต็มตัวแล้ว บวกกับเคยจัดฟัน ไปทำจมูกมาอีก ดีกรีความสวยนี่พุ่งปรี๊ดเชียวล่ะ ยอมรับเลยค่าว่าทำศัลยกรรมและปังมาก

 

25. ขนมจีน กุลมาศ อัพไซส์หน้าอก

ขนมจีน กุลมาศ อัพไซส์หน้าอก

หวาย ปัญญริสา นักร้องสาวเสียงคุณภาพคนนี้ ตั้งแต่ไปอัพไซส์หน้าอกถึงขนาด 375 ซี.ซี. ต้องบอกเลยว่าชีวิตดี๊ดี สวยเซ็กซี่ขึ้นเท่าตัวเลยทีเดียว

 

26. เป๊ก ผลิตโชค ทำจมูก 3 ครั้ง

เป๊ก ผลิตโชค ทำจมูก 3 ครั้ง

เป๊ก ผลิตโชค นักร้องสุดฮ๊อต ที่ทำจมูกมาถึง 3 ครั้ง แต่ยอมใจจริงๆค่ะ ทำมาแล้วเป๊ะปังอลังการ งานแน่นเวอร์ขนาดนี้

 

27. กันต์ นภัทร เสริมจมูกหล่อ

กันต์ นภัทร เสริมจมูกหล่อ

กันต์ นภัทร ทำจมูกมาจากที่หล่อใจละลายอยู่แล้ว ทำเอาแม่ยกใจละลายกันหนักเข้าไปอีกค่า คนอะไร หล่อเพอร์เฟ็คขนาดนี้

 

28. แหวนแหวน ปวริศา ยกเครื่องศัลยกรรมเกาหลีทั้งหน้า

แหวนแหวน ปวริศา ศัลยกรรมเกาหลีทั้งหน้า

แหวนแหวน ปวริศา ต้องยกให้เธอเป็น เจ้าแม่ศัลยกรรมที่บินตรงไปทำถึงประเทศเกาหลีเลยนะคะ ก็ความสวยที่มีอยู่บนใบหน้าของเธอแทบทั้งหน้านั้นได้คุณหมอจากเกาหลีเป็นผู้เนรมิตความสวยให้ ดูๆ แล้วจากสาวหน้าไทยเปลี่ยนไปเป็นสาวเกาหลีได้ไม่เหลือเค้าเดิมเลยนะคะ.

 

29. ดีเจพุฒ พุฒิชัย ทำศัลยกรรมจนหล่อเหลา

ดีเจพุฒ พุฒิชัย ศัลยกรรมหน้าจนหล่อ

ดีเจพุฒ พุฒิชัย หากถามถึง ดารา ชาย ศัลยกรรม ที่ทำศัลยกรรมจนหล่อเหลา ชื่อของพระเอกหนุ่มคนนี้คงมาเป็นอันดับแรก ๆ แต่บอกเลยว่าแค่ทำตามาเท่านั้น ! ที่เห็นหล่อเฟี้ยวแบบนี้เพราะดูแลตัวเองล้วน ๆ จ้า

 

30. บี้ KPN ทำจมูกใหม่

บี้ KPN ทำจมูกใหม่

บี้ KPN ทำจมูกใหม่หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุ จากที่หล่ออยู่แล้วหหล่อเป๊ะ x 10  กันไปเลยค่ะท่าผู้ชม เรียกได้ว่าเป็นคุณพ่อสุดแซ่บกันเลยทีเดียว

 

31. เชน ณัฐวัฒน์ ทำจมูกใหม่

เชน ณัฐวัฒน์ ทำจมูก

เชน ณัฐวัฒน์ เนื่องจากจมูกหักตอนถ่ายละครเมื่อหลายปีก่อน คุณหมอเลยศัลยกรรมจมูกให้ใหม่ หล่อเฟี้ยวกว่าเดิมซะอีกพ่อคู้ณ

 

32. บุ๊คโกะ ศัลยกรรมหน้า

บุ๊คโกะ ศัลยกรรมหน้า

เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากค่ะ สำหรับ บุ๊คโกะ เจ้าหญิงแห่งวงการวิทยุคนนี้ ซึ่งต้องยอมใจบุ๊คโกะจริงๆ เพราะการเฉาะหน้าใหม่ ใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมง ทำหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น จมูก ตา คาง ปาก และดูดไขมันที่หน้าออกด้วย มาราธอนมากค่ะ

 

33. ทับทิม มัลลิกา แค่ทำตาและจมูก

ทับทิม มัลลิกา ทำตาและจมูก

จากสาวหมวย กลายเป็นสาวแบ๊วเทรนด์เกาหลีไปเลยค่ะ สำหรับ สาวทับทิม-มัลลิกา แค่ทำตาและจมูก ก็สวยวันสวยคืน สวยแบบฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียวค่ะ

 

34. แอฟ ทักษอร ทำศัลยกรรมจมูก

แอฟ ทักษอร ทำศัลยกรรมจมูก

สวยมากจริงๆค่ะกับ นางเอกหน้าหวานของวงการอย่าง แอฟ ทักษอร ที่ทำแค่ศัลยกรรมจมูกเพียงอย่างเดียว

 

35. นุ่น วรนุช ทำจมูกปังๆ

นุ่น วรนุช ทำจมูก

งดงามสมกับเป็น ดารานางเอก ตัวแม่ของวงการจริงๆค่ะ ไม่ว่าจะมุมไหนก็งามสง่าจริงๆ กับ นุ่น วรนุช ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหรือจมูกต้องขอบอกเลยค่ะว่าเป๊ะทุกกมุม อีกทั้งจมูกของสาวนุ่น ยังขึ้นชื่อว่าเป็นทรงจมูกในฝันของสาวๆหลายๆคนอีกด้วยนะคะ

หน้าใสฉ่ำน้ำด้วยการทำ PRP Water

การทำ PRP Water  เป็นนวัตกรรมใหม่ของเกาหลีที่จะช่วยดูแลให้ผิวหน้าดูใส วาว ฉ่ำน้ำ การฉีดPRP ได้รับความนิยมมากในประเทศไทยเกาหลี เพราะเทคนิคนี้จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส รูขุมขนดูเล็กลงและรูขุมขนดูตื้นขึ้น อยากรู้มั้ยคะว่า PRP ที่เรียกทำมาจากอะไร
PRP (Platelet Rich Plasma) คือ เกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นกว่าเกล็ดเลือดในกระแสโลหิตทั่วไป โดยเป็นเกล็ดเลือดเข้มข้นที่เหมาะสมในการใช้ในการรักษา เพราะเป็นสเต็มเซลล์ที่สกัดมาจากเลือดของเรา ร่างกายจึงสามารถดูซึงได้100% และเห็นผลดีกว่าการฉีดสารชนิดอื่นๆ การฉีด PRP จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวเสื่อมสภาพตามอายุให้กลับมามีคอลลาเจน และยืดหยุ่นดีขึ้นอีกครั้ง โดยการฉีดเกล็ดเลือดของคนไข้เองกลับเข้าไปที่บริเวณใบหน้าของตัวเอง
 

PRP-Water-หน้าฉ่ำ

 

ขั้นตอนของการทำ PRP คือ คุณหมอจะทำการเจาะเลือดและดูดเลือดในบริเวณแขน หรือบริเวณต่างๆ (ที่เหมาะสมแล้วใช้เครื่อง Centrifuge เพื่อแยกส่วนของเลือด และน้ำออกจากกัน ซึ่งจะทำให้ได้เกล็ดเลือดที่เข้มข้น และสมบูรณ์ที่สุด โดยมีการแยกชั้นของเซลล์ออกเป็น 3 ส่วน คือ 

  1. เกล็ดเลือดที่ไม่เข้มข้น 
  2. เซลล์เม็ดเลือดขาว + เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) 
  3. เซลล์เม็ดเลือดแดง

ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะจำนวนของเลือด และเวลาที่จะนำมาปั่นสกัดให้เป็น PRP นั้นจะแตกต่างกันออกไปแต่สุดท้ายแล้วจำนวน PRP ที่ได้จะต้องเท่ากับ 5-7 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุด
 

PRP-ฉีดเท่าไร่ดี

หลังจากที่ได้สเต็มเซลล์แล้ว คุณหมอก็จะทำการฉีดสเต็มเซลลงไปบนผิวหน้าของเรา ด้วยลักษณะของการฉีดคือ ฉีดลงไปในผิวหนักชั้นตื้น ให้กระจายทั่วทั้งใบหน้า เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว และเสริมสร้างโปรตีนให้กับผิวที่จะช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยเป็นการช่วยกระตุ้นคอลลาเจนภายในผิวหนังชั้นใน  และยังรวมไปถึงเซลล์ต้นกำเนิดด้วย
หลังการฉีด PRP ช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนังมีสุขภาพดีอีกครั้ง การฉีด PRP โดยปกติจะเห็นผลลัพธ์หลังการทำไปแล้ว 2 สัปดาห์ (ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล) ซึ่งสำหรับการทำ 1 ครั้งจะอยู่ได้นาน 1-2 ปี

PRP-อยู่ได้นานแค่ไหน

หลังจากที่ฉีด PRP เรียบร้อยแล้วคุณหมอจะมี สเต็มเซลล์สกัดแยกไว้ให้เราอีก 1 หลอด (บางที่มี บางที่อาจจะไม่มี) เพื่อใช้ทาหน้าก่อนนอนแทนการทาเซรั่ม หรือ ครีมก่อนนอนค่ะ PRP ที่ได้รับจากคุณหมอแนะนำให้แช่ตู้เย็นไว้นะคะเพื่อเป็นการรักษาสเต็มเซลล์ค่ะ

ขั้นตอนการปฏิบัติหลังจากฉีด PRP 

  1. งดล้างหน้า 1 วัน (วันที่ฉีด)
  2. งดสูบบุหรี่ และ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 
  3. ทา PRP ก่อนนอนเป็นเวลา 7 วัน

ศัลยกรรมยกมุมปาก ปากยิ้มทรงสวยงาม ดูมีเสน่ห์

รอยยิ้มดูยังไงก็ทำให้โลกสดใส โดยเฉพาะคนที่มีเรียวปากที่สวยงามอยู่แล้วยิ่งมีชัยไปมากกว่าครึ่ง การทำศัลยกรรมยกมุมปากเหมาะสำหรับคนที่ปากคว่ำ ริมฝีปากตก ทำให้ใบหน้าดูบึ้งตึงไม่สดใส และดูเครียดตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลายิ้มหน้าก็จะยังดูเศร้าหมองอยู่  นอกจากนี้ลักษณะมุมปากที่ตกหรือคว่ำลง  ยังทำให้ดูมีอายุมากกว่าอายุจริงอีกด้วย การทำศัลยกรรม ยกมุมปาก หรือที่เรียกว่าปากยิ้ม มักจะทำควบคู่กับการทำศัลยกรรมปากบางปากกระจับเพราะจะทำให้ปากมีรูปทรงที่สวยงามและมีรอยยิ้มที่ดูมีเสน่ห์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ทำ-ปากยิ้ม

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำศัลยกรรม ยกมุมปาก (ปากยิ้ม)

  • คนที่ต้องการปรับให้รูปปากมีลักษณะเข้ารูปสวยงาม
  • อยากมีรูปปากที่ยกขึ้นเหมือนคนอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องปากคว่ำ ริมฝีปากตก ทำให้ใบหน้าดูบึงตึงไม่สดใส ดูเครียดตลอดเวลา
  • คนที่ผิวหนังบริเวณมุมปากมีการหย่อนคล้อย เริ่มมีปัญหาริ้วรอย บริเวณรอบๆ มุมปาก โดยผู้ที่มีปัญหาอาจจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้ที่เริ่มมีอายุ ซึ่งปัญหาจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

วิธีการทำศัลยกรรมยกมุมปาก

  • แพทย์จะทำการออกแบบและประเมินรูปปากให้เข้ากับใบหน้าและบุคลิกของแต่ละบุคคล พร้อมทั้งกำหนดและวาดผิวหนังในบริเวณที่จะตัดออกไป
  • ฉีดยาชาบริเวณปากและมุมปากที่จะทำการผ่าตัด แล้วทำการกรีดเปิดแผลเพื่อจะทำการตัดหนังส่วนเกินออกตามรูปแบบที่ได้วาดไว้
  • จากนั้นศัลยแพทย์จะใช้เทคนิคพิเศษเพื่อทำการยกมุมปากที่หย่อนคล้อยหรือตกลง ให้เป็นมุมปากที่ยกขึ้น
  • ขั้นตอนสุดท้ายคือการเย็บปิดแผล (ให้เห็นรอยเย็บน้อยที่สุด) แต่ขั้นตอนนี้จะสำคัญมากค่ะเพราะเทคนิคการเย็บแผลของคุณหมอแต่ละท่านจะไม่เหมือนกัน และแผลจะสวยหรือเห็นรอยเย็บชัดเจนหรือไม่ก็จะขึ้นอยูกับเทคนิคการเย็บของคุณหมอนี่แหละค่ะ

ขั้นตอน-ผ่าตัด-ศัลยกรรมยกมุมปาก

การรักษาหลังการผ่าตัดยกมุมปาก

  • หลีกเลี่ยงการถูหรือสัมผัสบริเวณแผลที่ทำการผ่าตัด
  • รักษาความสะอาด และ ล้างแผลตามคำแนะนำของแพทย์
  • ทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และงวดสูบบุหรี่ เป็นเวลา สัปดาห์ หลังจากการผ่าตัด

 
หลัง-ทำ-ยกมุมปาก-ยิ้ม

เพียงเท่านี้คนไข้ก็จะมี ปากที่ได้รูปสวยงาม และดูสดใสขึ้นกว่าเดิมแล้วค่ะ การทำศัลยกรรมทุกประเภทมีความเสี่ยงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาหรือโปรโมชั่นต่างๆ มากจนเกินไปค่ะ

 


    ปรึกษาฟรี
    ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
    สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







    ดูดไขมันเฉพาะส่วน VS การลดไขมันด้วยการลดน้ำหนัก พร้อม รีวิว + ราคา

    ดูดไขมันเฉพาะส่วน

    รูปร่างและสัดส่วนที่ดีใครใครก็อยากมีถูกต้องไหมคะ สาวสาวหลายคนอาจเกิดความไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองเนื่องจากการมีไขมันส่วนเกินสะสมในบริเวณต่างๆของร่างกายอย่างเช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง จนรวมไปถึงบริเวณคาง (เหนียง) แก้ม ซึ่งไขมันพวกนี้จะทำให้ส่วนต่างๆของร่างกายดูใหญ่และหนาเกินความเหมาะสม ทำให้ขาดความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้า
     

    วิธีดูดไขมัน และ ลดไขมันสะสมมาเอาใจสาวๆ ที่อยากหุ่นดี แบบปลอดภัย


    1. ลดไขมันด้วยการลดน้ำหนัก

    ควบคุมอาหาร และ ออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอ วิธีนี้อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล แต่ข้อดีของวิธีนี้คือ ทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง และระบบการเผาผลาญของ ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ร่างกายกระชับ กระฉับกระเฉง เห็นมั้ยคะว่าวิธีนี้ นอกจากหุ่นจะสวยแล้วยังสุขภาพดีอีกด้วย แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่าวิธีนี้ อาจจะไม่ได้เป็นการลดไขมันแบบเฉพาะส่วน เพราะวิธีนี้ร่างกายจะเผาผลาญไขมันทุกส่วนของร่างกาย แนะนำว่าถ้าหากลดส่วนไหนต้องออกกำลังกายในส่วนนั้นให้มากกว่าปกติค่ะ

    2. ดูดไขมันเฉพาะส่วน

    วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินสะสมในร่างกายจำนวนมาก แต่ไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย หรือต้องการแค่กำจัดไขมันเฉพาะส่วนเท่านั้น เช่น
    การดูดไขมันเพื่อลดต้นแขน : เพื่อให้ได้ต้นแขนที่เรียวกระชับ
    การดูดไขมันบริเวณต้นขา : เพื่อเป็นการลดขนาดของต้นขาทำให้ได้รูปร่างที่เหมาะสมโดยการดูดไขมันต้นขานั้นคุณหมอจะทำการวิเคราะห์ปริมาณในบริเวณที่จะดูดออกมาเสียก่อน เพราะการไขมันบริเวณต้นขาและสะโพกมักจะมีมากกว่าส่วนอื่นๆของร่างกายนั่นเองค่ะ
    การดูดไขมันหน้าท้อง : จะช่วยลมเซลลลูไลท์ที่สะสมอยู่ในบริเวณหน้าท้องและช่วงเอว ทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายมากขึ้นค่ะ และอีกหนึ่งจุดที่นิยมทำการดูดไขมัน นั่นคือ การดูดไขมันกรอบหน้า เพื่อให้เห็นกรอบหน้าชัดเจนมากขึ้น วิธีนี้สามารถทำให้หน้าเรียวได้โดยไม่ต้องทำศัลยกรรมตัดกระดูดค่ะ
     

    ดูดไขมัน-ส่วนเกิน

     

    ทำไม? การดูดไขมันเฉพาะส่วน ถึงได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

    เนื่องจากเห็นผลไว และไม่ต้องพักฟื้นนาน อีกทั้งยังมีเทคนิคใหม่ๆในการดูดไขมัน ที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวของตัวคนไข้เอง บางรายเอาไขมันที่ดูดออกไปมาเติมเต็มใบบริเวณที่ต้องการได้อีกด้วย เช่นการเติมไขมันบริเวณหน้าผาก ขมับ ใต้ดวงตา ร่องแก้ม เพื่อให้หน้าดูอวบอิ่ม และยังเป็นการช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าอีกด้วย ทั้งนี้การดูดไขมันอาจจะทำให้บริเวณที่ได้รับการดูดไขมันออกไปมีการช้ำ บวม ในช่วง 3-5 วันแรก แต่ไม่ต้องตกใจนะคะ

    อาการช้ำบวมเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้น และหายไปเองค่ะ อีกหนึ่งอย่างสำหรับคนที่ดูดไขมันไปแล้วขอเตือนว่าอย่าชะล่าใจนะคะเพราะว่าไขมันที่ดูดออกไปแล้วสามารถกลับมาได้อีกถ้าหากเรายังมีพฤติกรรมบริโภคอาหารที่ให้พลังงานมากเกินกว่าที่ใช้ในแต่ละวัน ไขมันก็จะกลับมาพอกพูนในส่วนที่เซลล์ไม่ถูกทำลาย นั่นเองค่ะ

     

    ดูดไขมันเฉพาะส่วน

     

    10 เรื่องที่ควรทราบก่อนการดูดไขมัน ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี


    1. การดูดไขมันไม่ใช่การลดน้ำหนัก

    หลายคนเข้าใจผิดว่าการดูดไขมันคือการลดน้ำหนัก แต่จริงๆ การดูดไขมันช่วยลดสัดส่วนได้ เนื่องจากเป็นการเอาเซลล์ไขมันออกจากร่างกายในบริเวณที่ไม่สามารถลดได้จากการออกกำลังการ หรือ การควบคุมอาหารตามปกติ การดูดไขมัน จะทำให้สัดส่วนกระชับขึ้น น้ำหนักอาจเปลี่ยนลงบ้าง ในช่วง 1-2 อาทิตย์แรก อาจจะเห็นน้ำหนักขึ้น ไม่ต้องตกใจนะคะ นั่นมีสาเหตุมาจากอาการบวมอักเสบนั่นเองค่ะ

     

    2. การลดน้ำหนักตามหลังการดูดไขมัน

    การลดน้ำหนักหลังการดูดไขมันถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หลังการดูดไขมันแนะนำให้คนไข้ควบคุมอาหารและออกกำลังกายร่วมด้วย เพื่อความกระชับของสัดส่วนนั่นเองค่ะ

     

    3. งดยา อาหารเสริมบางชนิดก่อนการดูดไขมัน 2 อาทิตย์

    ควรงดยาและอาหารเสริมบางชนิด เช่นยาลดการแข็งตัวของเลือด ยาแอสไพริน ยาแก้ปวดบางชนิด ยารักษาอาการซึมเศร้า อาหารเสริมบางชนิด อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดได้ เช่นน้ำมันปลาหรือวิตามิน E  ดังนั้นจึงควรหยุดก่อนการทำประมาณ 1-2 อาทิตย์ เพื่อลดการเขียวช้ำ

     

    4. งดการสูบบุหรี่ 2 อาทิตย์ก่อนการดูดไขมัน

    การสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัดทำให้แผลจากการผ่าตัดหายช้า

     

    5. แจ้งแพทย์ตามตรง ถึงเรื่องโรคประจำตัว

    แจ้งแพทย์ให้ทราบถึงโรคประจำตัวในอดีตหรือปัจจุบัน เป็นการ เตรียมตัวก่อนดูดไขมัน ที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยของตัวคนไข้เอง

     

    6. เตรียม ชุดกระชับ ก่อนการดูดไขมัน

    ชุดกระชับ มีประโยชน์อย่างมากในช่วง 24 – 36 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัด โดยมีหน้าที่ในการกดทับไม่ให้เลือดออกและทำให้การหายของแผลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ชุดกระชับที่ดี ต้องมีความยืดได้อย่างมาก

     

    7. เลือกคลินิกดูดไขมันที่ปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือ

    ควรศึกษาสถานที่ , ประวัติของแพทย์ให้ดีก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัยและเป็นการลดความเสี่ยงในการผ่าตัด

     

    8. ไขมันที่ดูดออกมาสามารถนำไปเติมส่วนอื่นได้

    ไขมันที่ถูกดูดออกจากร่างกายของเราสามารถถูกนำกลับมาฉีดเพื่อเติมเต็มในส่วนอื่นของร่างกายได้ เช่น บริเวณหน้าผาก ขมับ ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มตอบ หรือ ในบริเวณที่เป็นรอยบุ๋มต่างๆของร่างกาย

     

    9. ผลข้างเคียงของการดูดไขมัน

    การดูดไขมันอาจมีผลข้างเคียง เช่น ความบวมช้ำที่เกิดขึ้นหลังการรักษาการดูดไขมันนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการเข้าที่ของเนื้อเยื่อ ดังนั้นคนไข้จึงจำเป็นต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หลังการผ่าตตัดไม่จำเป็นจะต้องไปหายาอื่นๆมารับประทานหรือนวด โดยเฉพาะยาจีนชุดที่มีราคาแพง ที่นิยมทานก่อนและหลังการทำศัลยกรรมโดยเชื่อว่าทำให้หายบวมเร็ว ทั้งนี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่บอกว่าได้ผล

     

    จุดที่นิยมดูดไขมัน

     

    10 จุดไหนบ้างที่นิยมดูดไขมัน ที่ควรทำความเข้าใจ


    • บริเวณคอ
    • บริเวณต้นแขน
    • บริเวณเอว
    • บริเวณหน้าท้อง
    • บริเวณต้นขา
    • บริเวณหัวเข่า
    • บริเวณปีกหลัง
    • บริเวณหลัง
    • บริเวณสะโพก
    • บริเวณก้น

     
    ก่อนและหลัง ดูดไขมัน
     

    ลำดับและขั้นตอนของการดูดไขมัน ที่ควรทำความเข้าใจ


    1. อันดับแรก คือการเข้าปรึกษาคุณหมอในการดูดไขมันก่อนเพื่อให้คุณหมอประเมินและวัดขนาดของไขมันที่สะสม
    2. ตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยของคนไข้
    3. กำหนดบริเวณที่จะดูดไขมันและทำการวาด Mark ตำแหน่งพื้นที่ในการดูดไขมัน
    4. ทำความสะอาดผิวด้วยน้ำยาก่อนเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนจะทำการดูดไขมัน
    5. วางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ เพื่อให้คนไข้ได้ผ่อนคลายจากความกังวล และ ลดอาการเกร็งในระหว่างการผ่าตัด
    6. แพทย์ทำการผ่าตัดดูดไขมันในตำแหน่งที่กำหนดไว้

     


      ปรึกษาฟรี
      ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
      สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







       

      ศัลยกรรมตกแต่งหู แก้ไขหูกาง รีวิวแก้ไขหูกาง

      ศัลยกรรมหูกาง-แก้ไขหูกาง

      การแก้ไขหูกาง

      โดยปกติแล้วหูของคนเราจะแนบไปด้านหลังและทำมุมประมาณ 25-35 องศา ลักษณะของหูที่ดีต้องดูเหมาะสมกับรูปหน้า ไม่เล็กจนเกินไป และ ไม่ใหญ่จนเกินไป ที่สำคัญใบหูทั้งสองข้างจะต้องมีขนาดเท่ากันและกางออกอยู่ในองศาที่พอเหมาะ สำหรับคนที่มีลักษณะหูกาง ใบหูจะไม่แนบไปด้านหลัง ทำให้มองจากด้านหน้าและด้านข้างแล้วหูมีลักษณะใหญ่กว่าปกติ ทำให้บางคนมีความไม่มั่นใจเกิดขึ้น เนื่องจากสังคมในปัจจุบันนอกจากจิตใจที่ดีงามแล้ว รูปลักษณ์ภายนอก เช่น เสื้อผ้า หน้าผม รูปร่างบุคลิกต่างๆ ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน 
      หูกาง-แก้หูกาง
      รูปลักษณ์ภายนอกสามารถสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตในสังคมให้ให้กับเราได้ เพราะหลายๆคนสามารถประสบความสำเร็จได้ก็มาจากการมีความมั่นใจนั่นเอง สำหรับคนที่มีลักษณะหูกาง ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ เพราะศัลยแพทย์สามารถแก้ไขอาการกางของหูได้ อีกทั้งยังสามารแก้ไขขนาดและรูปร่างร่างของใบหูที่ดูไม่สมส่วนให้ดีขึ้นได้ไปพร้อมๆกันอีกด้วย

      วิธีแก้ไขหูกาง

      ศัลแพทย์จะทำการออกแบบโครงสร้างของใบหูให้มีขนาดและลักษณะที่เข้ากับใบหน้า หลังจากนั้น จะทำการฉีดยาชาบริเวณใบหู ก่อนจะวาดแนวเส้นการผ่าตัดที่ด้านหลังใบหู หลังจากที่ยาชาออกฤทธิ์แล้ว แพทย์จะทำการกรีดเปิดแผลบริเวณหลังใบหูของคนไข้ (เนื่อจากเป็นบริเวณที่เห็นรอยแผลเป็นหลังผ่าตัดได้ยาก)
      จากนั้นศัลยแพทย์จะตัดเอาผิวหนังบางส่วนออกและทำการดึงผิวหนังบริเวณแนวเส้นผ่าตัดแนบเข้าหากันและเย็บให้ติดกันเพื่อเป็นการดึงใบหูให้เข้ามาแนบชิดศีรษะมากขึ้น สำหรับคนไข้บางเคสอาจจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างกระดูกอ่อนร่วมด้วย เพื่อให้ใบหูใหม่มีลักษณะที่สวยงามและเข้ากับใบหน้า การทำศัลยกรรมใบหูนั้นไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากนักแต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจาก บริเวณที่ผ่าตัดมีเส้นประสาทจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
      หูกาง-ศัลยกรรมหู

      การดูแลหลังการผ่าตัดศัลยกรรมแก้ไขหูกาง

      • หลังการผ่าตัดคนไข้ ต้องใส่ Face Support เพื่อรัดบริเวณใบหูตลอดเวลาน้อย 2 สัปดาห์ (หลังจาก 2 สัปดาห์แล้ว ใส่เฉพาะเวลานอนอย่างเดียว เป็นเวลา 1 เดือน)
      • หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำอย่างน้อย 3 วันขึ้นไป (สามารถสระผมได้ 3 วันขึ้นไปหลังผ่าตัด) 
      • ทำความสะอาดแผล ด้วยแอลกอฮอล์เช็ดแผล ระวังการตัดเชื้อในช่วง 3-7 วันแรกหลังการผ่าตัด
      • งดออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่มีการกระทบกระเทือนศีรษะอย่างน้อย 2 สัปดาห์
      • งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 เดือน

      แผลผ่าตัดจากการแก้ไขหูกางจะมีขนาดเล็กเพียง 1-2 ซม. เท่านั้น เรียกได้ว่าถ้าไม่สังเกตุจะแทบไม่เห็นเลยก็ว่าได้ ก่อนการทำศัลยกรรมทุกครั้งอย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ละเอียด รอบคอบซะก่อนนะคะ

      ขั้นตอนการศัลยกรรมแก้ไขหูกาง


       


        ปรึกษาฟรี
        ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
        สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







        อันตรายจากการฉีดสารเติมเต็ม ที่คุณไม่อาจรู้ อ่านก่อนจะสายเกินไป

        ฉีดฟิลเลอร์-อันตราย-ไหม

        ฉีดฟิลเลอร์-อันตราย-ไหม

        อันตรายจากการฉีดสารเติมเต็ม ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ?


        กระแสความสวยความงามในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และด้วยโซเชียลสมัยนี้ทำให้การเข้าถึงข้อมูล โปรโมชั่น ราคา และหลงเชื่อรูปภาพรีวิวสวยๆของคลินิคต่างๆได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นแรงจูงใจทำให้ใครหลายๆคนตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น จนลืมคิดถึงเรื่องของความปลอดภัย 
        มีหลายๆครั้งที่มีคนไข้ เคยฉีดสารเติมเต็ม หรือ ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม แล้วมาปรึกษาเพื่อทำการแก้ไข หรือเอาออก อันตรายไหม ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุเกิดจาก การอักเสบ เป็นรอยแดง ติดเชื้อ เป็นคลื่น ผิวไม่เรียบเนียน หรือ รวมไปถึงการไหลของสารเติมเต็มเหล่านั้น
        ต้องบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าการฉีดสารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐาน สามารถฉีดได้ในราคาที่ถูก แต่อาจจะมีปัญหามากมายที่ตามมาให้แก้ไขในภายหลัง ซึ่ง ราคาในการแก้ไขเพื่อนำสารเติมเต็มออกนั้น แพงกว่าการฉีดหลายเท่าตัว และ ที่สำคัญไม่สามารถเอาออกได้หมด เนื่องจากซิลิโคนเหลว หรือ ที่เราเรียกว่าสารเติมเต็มนั้น

        จะมีการกระจายตัวไปตามส่วนต่างๆของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังในบริเวณที่เราฉีดไป ยิ่งถ้าฉีดในชั้นผิวหนังแบบตื้นๆ ติดกับผิวหนังชั้นนอกด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งขูดออกยากเข้าไปอีก เนื่องจากเสี่ยงต่อการทะลุของผิวหนัง และทำให้ผิวหนังบาดเจ็บเอาได้ง่ายๆ

        มาทำความรู้จักกับสารเติมเต็มกันค่ะ

        สารเติมเต็มมี 3 ประเภท คือ สารไบโอ  ซิลิโคนเหลว และ ฟิลเลอร์ สารบางตัวสามารถดูดออกได้ สารบางตัวไม่สามารถดูดออกได้ ต้องผ่าตัดเลาะออก สารที่สามารถดูดออกได้จะมีลักษณะเป็นเหมือนเป็นเจล วุ้นๆ ส่วนสารที่ไม่สามารถดูดออกได้จะมีลักษณะเหนียวๆ แข็งเป็นก้อนๆ ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำกายผ่าตัดเลาะออก
        สารเติมเต็มที่คลินิกใช้ส่วนมากมักจะบอกว่าเป็นฟิลเลอร์ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่มีอันตรายต่อร่างกายน้อยที่สุดในบรรดา สารเติมเต็มทั้งหมด แต่ฟิลเลอร์ก็เป็นสารที่มีราคาสูงที่สุดเช่นกัน แต่สารชนิดนี้ก็มีคุณภาพหลายเกรด หลายยี่ห้อ ให้เลือก บางตัวจะระบุว่าเหมาะการการฉีดบริเวณไหนด้วย แต่บางคลินิก ก็นำสารไบโอ และ  ซิลิโคนเหลว มาฉีดให้ลูกค้าเพราะมีราคาถูกและ ยังไม่ได้มาตรฐาน แล้วแจ้งว่าเป็นสารฟิลเลอร์  โดยคนไข้จะไม่ทราบเลยว่าจะมีอันตรายในระยะยาว หรือ ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานแค่ไหน
         

        filler-surgery

         
        โดยย้อนไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ลูกค้าที่เคยฉีดสารเติมเต็ม มามักมีปัญหาเรื่องการอีกเสบ ของการไหลของซิลิโคน การจับตัวเป็นก้อน ใบหน้าผิดรูป ผลเนื่องจากสารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปไม่ได้มาตรฐาน บางเคสโชคดีสามารถแก้ไขได้ แต่บางเคสไม่สามารถแก้ไขได้ก็มี
        แต่ในปัจจุบันถ้าใครหาข้อมูลดีๆแล้วจะทราบว่า เราไม่จำเป็นต้องเสียงกับสารพวกนั้นอีกเพราะเราสามารถฉีดไขมัน แทนการฉีดสารเติมเต็มได้ และได้ผลดีที่สุดในบรรดาสารเติมเต็มทุกชนิดอีกด้วย เนื่องจากไขมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเราเอง ร่ายกายจึงไม่เกิดปฏิกิริยาการปฎิเสธ จทำให้ไม่เกิดอาการอักเสบ อีกทั้งไขมันที่ฉีดเข้าไปยังสามารถฟื้นฟูสภาพผิวทำให้อายุของผิวดูลดลงใบหน้าดูเด็กขึ้น ริ้วรอยบนใบหน้าดูลดลง ช่วยให้สภาพผิวดีขึ้น อีกด้วย
        ดังนั้นก่อนการฉีดสารเติมเต็มต่างๆควรศึกษาข้อมูลให้รอบครอบก่อน เพราะแค่การตัดสินใจพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ชีวิตเปลี่ยนเลยก็ว่าได้ อย่าเห็นแก่ของถูกนะคะ ดึงสติก่อนการตัดสินใจ ความสวยต้องคู่กับความปลอดภัยด้วยค่ะ
         


          ปรึกษาฟรี
          ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
          สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี








           

          Ptosis คืออะไร แก้ตาปรือ ตาง่วงนอน ได้อย่างไร

          PTOSIS-แก้ไข-หนังตาตก

          ตาปรือ ตาง่วง ตลอดเวลา แก้ยังไง เกิดจากอะไร มองแล้วทำให้หน้าตาดูไม่สดใสใช่ไหมล่ะ ?

          Ptosis คือ ?

          Ptosis เป็นอาการ ตาปรือ หรือ ตาง่วง ตลอดเวลานี้มีสาเหตุมาจากสภาวะหนังตาตก ( กล้ามเนื้อของเปลือกตาอ่อนแรง ) หรือที่เรียกว่า Ptosis ซึ่งจะมีลักษณะคือ หนังตาบนหย่อนตัวมากกว่าปกติ อาจเป็นแค่ข้างเดียว หรือ เป็นทั้งสองข้างก็ได้ บางคนอาจจะคิดว่าอาการตาปรือ

          ตาปรือ เกิดจากอะไร ?

          หนังตาบนหย่อนตัวมากกว่าปกติ บางคนคิดว่าสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการทำตาสองชั้นแบบธรรมดาทั่วไป แต่แท้จริงแล้วเป็นการเข้าใจผิด เพราะปัญหานี้เกิดจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการลืมตา มีอาการอ่อนแรงมากกว่าปกติ ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นมาตั้งแต่กำเนิด แต่ก็มีบางส่วนที่เป็นตอนอายุเพิ่มมากขึ้น
          เนื่องจากกล้ามเนื้อที่อ่อนล้าลงตามวัย ปัญหานี้สามารถแก้หนังตาตกได้ด้วยการผ่าตัด โดยเป็นการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตานอกเหนือจากการทำตาสองชั้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่ขอบตาบนลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติทำให้ ตาปรือ เป็นการแก้ไขกล้ามเนื้อการลืมตาโดยเฉพาะ จะทำให้ตาเปิดโตมากขึ้น
          ข้อดีของการผ่าตัด แก้ไขตาปรือ : คือช่วยให้ตาโตมากขึ้น สดใสขึ้น ลดการยกคิ้วช่วยลดรอยย่นที่หน้าผาก และช่วยแก้ไขเบ้าตาลึกได้อีกด้วย
          แนะนำข้อมูลเพิ่มเติม : 3 วิธีแก้หนังตาตก ศัลยกรรมหนังตาตก ผลลัพธ์ถาวร เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ

           
          [otw_shortcode_button href=”http://line.me/ti/p/@surgeryreview” size=”large” icon_type=”social foundicon-chat” icon_position=”left” shape=”radius” target=”_blank”]สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับทำศัลยกรรมเกาหลี และ ไทย กับเราฟรีค่ะ @line เลยจ้า[/otw_shortcode_button]
           

          วิธีการผ่าตัดแก้ไขตาปรือ

          ศัลยแพทย์จะใช้วิธีการฉีดยาชาบริเวณเปลือกตาบน และทำการเปิดแผลเหมือนกันกับการทำตาสองชั้นแบบทั่วไป แต่เพิ่มเติมตรงมีการเย็บชั้นกล้ามเนื้อตา เพื่อทำให้ตาโตมากขึ้น เพราะถ้าหากทําตาสองชั้นในคนที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยไม่ได้รับการแก้ไขในส่วนของกล้ามเนื่อตา อาจจะทำให้อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแย่ลง ชั้นตาไม่เท่ากัน ตาตกเพิ่มมากขึ้น

          อ่านเทคนิคการทำตาแบบเกาหลี : เจาะลึก! 9 วิธีทําตาสองชั้น แบบเกาหลี ที่ไหนดี เหมาะกับใคร ราคา + รีวิว

           

          รีวิว-หนังตาตก

           

          ทำศัลยกรรม Ptosis ที่ไหนดี

          การผ่าตัดทำศัลยกรรมตาปรือ จำเป็นต้องทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการโดยเฉพาะ ทำให้การข้อมูลว่าควรทำศัลยกรรมที่ไหนดี เนื่องจากต้องใช้ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ชั้นตาออกมาไม่เท่ากัน แต่สำหรับที่ Gyalumhan surgery clinic มีศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการ แก้ไขกล้าเนื้อตาอ่อนแรง โดย Dr.Ahn , Gyalumhan จะใช้เทคนิคการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมกับการผ่าตัดทำตา 2 ชั้น เพื่อให้ดวงตาดูโตขึ้นและมีชั้นตาที่ชัดเจนขึ้น และ อีกหนึ่งที่ ที่แนะนำ นั่นคือ GNG Plastic Surgery ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานเสริมความงามที่มีคุณภาพของเกาหลีอีกด้วย เพราะเป็นสถานเสริมความงามแบบครบวงจรที่มากไปด้วยศัลยแพทย์ที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์ในการทำศัลยกรรมแต่ละด้านเป็นอย่างดี ดังนึ้นมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยและผลลัพธ์ได้เลยค่ะ

          [ เนื้อหาเพิ่มเติมสำหรับผู้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ] : กล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง + Q&A สาเหตุ อาการ วิธีการรักษา แก้ไขอย่างไรให้ได้ผล

           

          แก้ไขตาปรือที่ไหนดี

           

          การดูแลหลังผ่าตัดแก้ไขตาปรือ

          • ในช่วงแรก ตาอาจจะดูบวมมากกว่าการทำตาสองชั้นแบบปกติทั่วไป เพราะการผ่าตัดที่ทำในชั้นลึกกว่า
          • ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกคนไข้จะต้องป้ายยาทุกครั้งก่อนนอน เพราะในช่วงแรก จะยังหลับตาไม่สนิท ถ้าหากมีอาการตาดำโผล่ ( ตาขาวโผล่ไม่เป็นไร ) แล้วไม่ป้ายยา จะทำให้ตาดำแห้ง และ เกิดแผลในตาดำได้
          • การดูแลแผล หลังการตัดไหมให้ใช้ยาแผลเป็นทาบริเวณที่เป็นรอยเย็บ และทาครีมกันแดด กรณีที่ต้องโดนแสงแดด
          • การประคบเย็นในช่วง 3 วันแรก เพื่อให้เลือดหยุดไวๆ จากนั้น ให้ประคบอุ่น เพื่อให้รอยช้ำค่อยๆจางลง
          • ประมาณ 2 – 3 เดือน ชั้นตาจึงจะเข้าที่ 

           


            ปรึกษาฟรี
            ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
            สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







            ศัลยกรรม ดอลลี่อาย แบบนางเอกซีรีย์เกาหลี

            ศัลยกรรม-ดอลลี่อาย-เกาหลี

            ศัลยกรรม-ดอลลี่อาย-เกาหลี

            ดอลลี่อายเหมือนสาวเกาหลี

            ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าทำศัลยกรรมที่เกี่ยวกับดวงตามีมากมายขึ้นกว่าแต่ก่อน เป็นเพราะมีเทคนิคใหม่ๆเพื่อทำให้ดวงตา ดูกลมโต คมชัดสวยงาม เป็นสาเหตุให้การทำศัลยกรรมดวงตาได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ณ ปัจจุบันการทำศัลยกรรมดวงตา ที่ได้รับความนิยมทำมากสุด นอกเหนือจากการทำตา2 ชั้น การเปิดหัวตาและการเปิดหางตาแล้ว ก็คือ การทำ ศัลยกรรม love band หรือ dolly eye การทำศัลยกรรมทำให้ตาหวาน หรือการทำดวงตาให้สวยซึ้งชวนมอง 
            ดอลลี่อาย หรือ เลิฟแบนด์ เป็นอีกหนึ่งของอย่างของการศัลยกรรมเพื่อความงามที่ได้รับความนิยมอย่างมากที่ประเทศเกาหลี และนอกจากจะได้รับความนิยมในเกาหลีแล้วยังมีการแพร่หลายมาในไทยอีกด้วย มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่เดินทางไปทำศัลยกรรมตกแต่งดวงตาที่ประเทศเกาหลี
            การทำศัลยกรรม love band คือ การทำศัลยกรรมในส่อนของขอบตาล่างให้หนาขึ้น ทำให้ดวงตาดูอวบอิ่มเหมือนเด็ก ดวงตาจะกลมโตสดใส ดูโดดเด่นและดูหวานฉ่ำสวยตลอดเวลา ซึ่งทำให้ดูเหมือนคนที่กำลังทราบซึ้ง หรือ กำลังมีความรัก โดยการทำศัลยกรรม love band เป็นเทรนด์การทำศัลยกรรมดวงตา ที่มาจากเกาหลีและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในแถบโซนเอเชีย
            [otw_shortcode_button href=”http://line.me/ti/p/@surgeryreview” size=”large” icon_type=”social foundicon-chat” icon_position=”left” shape=”radius” target=”_blank”]สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับทำศัลยกรรมเกาหลี และ ไทย กับเราฟรีค่ะ @line เลยจ้า[/otw_shortcode_button]

            ขั้นตอนการทำ Love Band หรือ ดอลลี่อาย หลักการคือ การทำให้บริเวณขอบตาล่างดูอิ่มขึ้น ซึ่งจะทำได้ 2 วิธีหลักๆ ได้แก่

            1. การผ่าตัดศัลยกรรม Love band อาจทำร่วมกับการผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตาหรือร่องน้ำตา โดยอาจจะใช้เนื้อเยื่อของตัวเอง มาจัดเรียงตกแต่ง หรือนอกจากนี้ยังอาจจะใช้กลุ่มเนื้อเยื่อสังเคราะห์ (artificial dermis) ซึ่งมีราคาสูง และ ยังไม่ แพร่หลายในเมืองไทยโดยการผ่าตัดจะมีแผลประมาณ 2-4 mm. แผลผ่าตัดจะอยู่ชิดขนตาล่าง การผ่าตัดจะทำภายใต้การใช้ยาชาเฉพาะที่ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลสามารถกลับบ้านหลังจากทำผ่าตัดได้เลย 

            ข้อดี : สามารถตกแต่งให้ได้รูปร่างตามที่ต้องการและได้สัดส่วนทั้งสองข้าง
            ข้อเสีย : ต้องผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำ

            2. การฉีดเติมเต็มบริเวณใต้ ขอบตาล่าง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
            2.1 ไขมันตัวเอง (micro fat graft) การฉีดไขมันตัวเอง

            ข้อดี : ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อยกว่า และมีปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อของร่างกายน้อยกว่า
            ข้อเสีย : ดอลลี่อาย อันตรายไหม ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์

            2.2 Fillers เช่น hyaluronic acid

            ข้อดี : ระยะพักฟื้นน้อยกว่า และทำได้ง่ายกว่า
            ข้อเสีย : มีโอกาสเกิดปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อได้ เช่น เป็นก้อนไตแข็งๆ หรือ ผิวไม่เรียบหากฉีดตื้นไป และ มีโอกาสที่จะไม่เท่ากันสูง มีความเสี่ยงต่อการผิดรูป จึงไม่แนะนำให้ฉีดสารเติมเต็มอื่นๆ เพื่อสร้าง Love band เนื่องจากจะกำหนดรูปร่างยาก และหากผิดรูป จะต้องผ่าตัดเพื่อทำการแก้ไข

            dolly-eye-ศัลยกรรม

            การดูแลตนเองหลังทำศัลยกรรมดอลลี่อาย

            วันแรกประคบด้วยน้ำแข็ง เพื่อลดความเจ็บปวด และ เพื่อป้องกันการบวมจากการที่มี เลือดคั่งใต้ผิวหนัง นอนศีรษะสูง และรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง ไม่ควรให้ แผลผ่าตัดถูกน้ำ 2-3 วัน และทำความสะอาดใบหน้าโดยเช็ดหน้าแทนการล้างหน้าประมาณ 2-3 วัน โดยแพทย์จะนัดดูแผล และตัดไหมหลังผ่าตัด 5-7 วัน ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ตาบวม ปวด มีเลือดออกมาก หรือ ถ้าตามองเห็นไม่ชัด ให้รีบมาพบแพทย์ทันทีค่ะ
             


              ปรึกษาฟรี
              ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
              สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







              ร้อยไหมหน้าเรียว กระชับใบหน้า สวยอย่างไร ? โดยไม่ต้องผ่าตัด

              ร้อยไหม-หน้าเรียว-ยกกระชับใบหน้า
              หน้าเรียวเหมือนสาวเกาหลีด้วยการ ร้อยไหม ดูเหมือนในปัจจุบันการ ร้อยไหมจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมากเพราะการร้อยไหมเป็นวิธีที่สามารถช่วยให้ใบหน้าดูเล็ก เรียวและกระชับขึ้น อีกทั้งการร้อยไหมยังเป็นการช่วยลดริ้วรอยได้อีกวิธีหนึ่งด้วย การร้อยไหม เป็นวิธีการศัลยกรรมแบบหนึ่ง ร้อยไหมเป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อย
              ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการ ร้อยไหมโดยไหมที่ร้อยเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังนั้นจะกระตุ้นเซลล์ ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนให้มาพันรอบแนวเส้นไหม ซึ่งทำให้ผิวมีการดึงรั้ง ทำให้ผิดดูกระชับ เต่งตึงขึ้น ปรับรูปให้หน้าเรียวขึ้น ช่วยทำให้เลือดไหลเวียน ไปยังบริเวณดังกล่าวได้ดีขึ้น
              โดยไหมที่ใช้สำหรับทำใบหน้าให้เรียวสวย ส่วนใหญ่เป็น ไหมละลาย ซึ่งเป็นการยกกระชับ เก็บเหนียง ปรับรูปหน้าทำให้ใบหน้าเรียว (V-Shape) ดังนั้นจึงทำให้การร้อยไหมจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมทั้งจากสาวๆ และ หนุ่มๆ ทั้งหลายนั่นเองค่ะ โดยการร้อยไหมหน้าเรียวจะมีเส้นไหมให้เลือกหลายชนิด

              การร้อยไหมแต่ละชนิด มีคุณสมบัติแตกต่างกัน และทำให้หน้าเรียวได้อย่างไร

              ร้อยไหมหน้าเรียว มีกี่แบบ ? โดยเราจะแบ่งประเภทของไหมออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

              [otw_shortcode_button href=”https://www.srsurgeryreview.com/ร้อยไหมหน้าเรียว-สวยอย่างไร-โดยไม่ต้องผ่าตัด/” size=”large” icon_position=”left” shape=”round”]ไหมที่ใช้ในการร้อยไหมหน้าเรียว ในกลุ่มที่ 1 คือ[/otw_shortcode_button]


              1. ร้อยไหม PDO (polydioxanone)

              มีชื่อย่ออีกอย่างว่า ร้อยไหม pdo เป็นไหมละลายที่เป็นเส้นตรง สามารถสลายตัวโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 6-8 เดือน ไหมชนิดนี้ช่วยในการยกกระชับใบหน้า ทำให้ผิวหน้าดูกระชับขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าผิวหนังจะดูสดใสขึ้นอีกด้วย เนื่องจากมีการกระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบๆเส้นไหม

              2. ร้อยไหม Screw PDO คือ

              ไหม ที่ถูกบิดขึ้นรูปให้เป็นเกลียวคล้ายๆกับสปริง ผลิตขึ้นมาเพื่อช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพของยกกระชับผิวหน้าให้ได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งไหมชนิดนี้ยังมีผลของการกระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดและเนื้อเยื่อรอบๆเส้นไหม นอกจากจะช่วยในการยกยกกระชับได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้คุณภาพของผิวหนังดีขึ้นอีกด้วย

              3. ร้อยไหมจระเข้

              การร้อยไหมแบบใหม่จากทางเกาหลี โดยตัวเส้นไหม ที่ถูกบิดขึ้นรูปให้เป็นเกลียวคล้ายไหมสกรู แต่มีเงี่ยงและขนาดใหญ่กว่า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวหน้าให้มากยิ่งขึ้น ทำให้หน้าใบหน้าเข้ารูปได้ดียิ่งขึ้น และกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีขึ้นอีกด้วย

              4. ร้อยไหม Cogged (Cogged Thread PDO)

              ไหมชนิดนี้จะลักษณะเส้นใหญ่และมีเงี่ยงเล็กๆ ยื่นออกเป็นกิ่งเล็กๆทั้ง 2 ด้านตลอดความยาวของเส้นไหม ที่บริเวณเงี่ยงเล็กๆนี้จะทำหน้าที่เป็นตะขอเกี่ยวผิวหนังให้ถูกดึงรั้งขึ้นไปยังทิศทางที่ต้องการ ซึ่งจะสามารถยกกระชับผิวหน้าในรายที่มีความหย่อนคล้อยมากๆได้ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี
               
              ร้อยไหมมีกี่แบบ
               
              [otw_shortcode_button href=”https://www.srsurgeryreview.com/ร้อยไหมหน้าเรียว-สวยอย่างไร-โดยไม่ต้องผ่าตัด/” size=”large” icon_position=”left” shape=”round”]ไหมที่ใช้ในการร้อยไหมหน้าเรียว ในกลุ่มที่ 2 คือ[/otw_shortcode_button]

              1. ไหมแอปทอส (Aptos)

              หรือคนนิยมเรียกกันว่า ร้อยไหมก้างปลา ซึ่งเรียกกันตามลักษณะของเส้นไหม ที่มีลักษณะเป็นฟันปลา เป็นเงี่ยงๆ ไหมชนิดนี้มีมานานมากแล้ว แต่ที่ไม่นิยม เพราะต้องใช้ประสบการณ์ของแพทย์สูง เนื่องจากลักษณะของเส้นไหมเมื่อใส่เข้าไปใต้ผิวแล้วเงี่ยงจะกางออก ทำให้ผิวดูตึงขึ้น ไหมชนิดที่จะไม่ใช่ไหมละลาย ต้องผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยม
               
              [otw_shortcode_button href=”https://www.srsurgeryreview.com/ร้อยไหมหน้าเรียว-สวยอย่างไร-โดยไม่ต้องผ่าตัด/” size=”large” icon_position=”left” shape=”round”]ไหมที่ใช้ในการร้อยไหมหน้าเรียว ในกลุ่มที่ 3 คือ[/otw_shortcode_button]

              1. ไหมทอง (Gold Thread)

              ซึ่งจะประกอบไปด้วยทองคำบริสุทธิ์ และมีโลหะเป็นองค์ประกอบด้วย แต่เป็นไหมชนิดที่ไม่ละลาย หลังทำจะไม่สามารถทำเลเซอร์หรือนวดหน้าด้วยคลื่นวิทยุได้ เพราะไหมทองดูดซับความร้อน อาจจะทำให้ขาดในผิวหนังได้ การร้อยไหมชนิดนี้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากและนอกจากนี้ คนไข้บางรายอาจเกิด อาการแพ้ทองคำบริสุทธิ์ ที่เป็นองค์ประกอบของไหมได้ ซึ่งทำให้การร้อยไหมชนิดนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยม

              ข้อดีของการร้อยไหมหน้าเรียว คือ

              ช่วยในการแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย โดยหลังจากการ ร้อยไหม สามารถทำให้รูปใบหน้าเรียวเป็นรูปทรงวีเชฟ การร้อยไหม นอกจากจะเห็นผลทันที หลังทำแล้ว ไหมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งจะทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้นในทันที ขณะที่ไหมละลาย อยู่ใต้ผิวหนัง จะทำให้เกิดการกระตุ้น สร้างเส้นเลือดใหม่ ทำให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น
              ทำให้ผิวเต่งตึงยกกระชับมากขึ้น และได้ผลต่อเนื่องนาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงแม้ว่าการร้อยไหมจะมีผลดี และเห็นผลได้รวดเร็วก็ตาม สาวๆและ หนุ่มๆทั้งหลาย จะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะคะว่าจะร้อยไหมที่ไหนดี และการร้อยไหมควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะถ้าหากเกิดข้อผิดอาจจะทำให้เกิดการติดชื้อ หรือให้ไหมที่ไม่มีคุณภาพแล้วล่ะก็จากหน้าเรียวสวยก็จะพังเอาได้เหมือนกันนะคะ
               


                ปรึกษาฟรี
                ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
                สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







                รู้ไหม! ไหมละลาย กี่วันถึงละลาย เราต้องเลือกไหมละลายแบบไหนดี

                ถ้าพูดถึงเรื่องไหมที่ให้ในการผ่าตัดแล้ว หลายๆคนคงทราบกันดีว่ามีไหมอยู่ 2 ชนิด ที่ทางการแพทย์ใช้กัน นั่นคือไหมละลาย กับ ไหมไม่ละลาย แต่เอ๊ะ!!! หลายๆคนก็คงจะแอบสงสัยอยู่ใช่ไหมคะว่าไหมละลายกับไหมไม่ละลายมันแตกต่างกันอย่างไร และ ไหมละลาย กี่วันถึงละลาย ? จริงๆแล้วคุณสมบัติของไหมก็ตามชื่อที่เรียกกันเลยค่ะ

                ไหมละลายมีอยู่ 2 ชนิด ที่ทางการแพทย์ใช้ในการทำศัลยกรรม

                ไหมละลาย คือ ไหมที่สามารถละลายได้ในร่างกายของมนุษย์ แต่ไม่สามารถละลายได้ภายนอกของร่างกายค่ะ
                ไหมที่ไม่ละลาย คือ ไหมที่ไม่สามารถละเองไปเองได้ทั้งภายในและภายนอกของร่างกาย ต้องให้แพทย์ตัดออกหลังได้รับการผ่าตัดเท่านั้นค่ะ ดังนั้นแพทย์จึงจำเป็นต้องเลือกใช้ไหมให้ถูกต้องและเหมาะสมกับแต่ละการผ่าตัด
                 

                วันนี้มาทำความรู้จักไหมละลายกันดีกว่าค่ะว่าลักษณะของไหมละลายเป็นยังไงบ้าง ?

                ไหมละลายอยู่ได้กี่วันถึงละลาย

                รูปแบบของไหมละลายมีทั้งไหมละลาย (Absorbable Sutures) ที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติและสังเคราะห์ขึ้นมา ที่ทำมาจากธรรมชาติก็เช่น Catgut อันนี้จะทำมาจากคอลลาเจน ในชั้น Submucosa ของลำไส้แกะหรือวัว ที่มันละลายได้เพราะอาศัยกลไกธรรมชาติของร่างกายเรา ในการกระตุ้นให้เกิดการอักเสบรอบไหม จากนั้นมันก็จะเริ่มยุ่ยและแตก จนขาดออกภายใน 4-5 วัน ซึ่งจะสลายหมดไปภายใน 2 สัปดาห์ 

                ระยะเวลาการละลายของไหมละลายทั้ง 2 ชนิด

                1. Plain catgut ละลายได้เร็วใน 5-10 วัน ใช้เย็บกล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่อที่ไม่ลึกมาก ไม่ต้องใช้แรงในการดึงรั้งมาก เช่น แผลฝีเย็บจากการคลอด เย็บชั้นไขมันใต้ผิวหนัง หรือแผลที่ไม่ลึกมาก เป็นต้น
                2. Chromic catgut จะละลายได้ช้ากว่า คือราว 15-20 วัน ไม่ค่อยระคายเคือง ใช้ในการเย็บกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อ ที่ต้องใช้ระยะเวลานานเพื่อที่จะทำให้แผลติด เช่นกล้ามเนื้อผนังหน้าท้อง เนื้อเยื่อผังผืด เอ็นมัดใหญ่ๆ เป็นต้น
                 

                นอกจากนี้ก็มีไหมละลาย ชนิดที่เป็นเส้นใยสังเคราะห์เช่น ทำจาก Polyglycolic acid (Dexon), หรือ Polyglycan (Vicryl) เป็นต้น


                ซึ่งในปัจจุบันไหมละลาย ก็ได้ถูกนำมาใช้ในการผ่าตัดเพื่อการทำศัลยกรรมด้วยเช่นกัน การผ่าตัดทำศัลยกรรมที่นิยมใช้ไหมละลายในการเย็บแผลได้แก่ การทำศัลยกรรมปากกระจับ การทำจมูก การผ่าตัดในช่องปาก เช่น การตัดกราม การผ่าตัดขากรรไกร เป็นต้น โดยแต่ละการผ่าตัดแพทย์จะเลือกใช้ไหมละลายที่แตกต่างกันเพื่อให้รองรับกับการผ่าตัดในอวัยวะของแต่ละส่วน ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัด V-Line ซึ่งเป็นการผ่าตัดโดยการเปิดแผลในปาก ดังนั้นคนที่ได้รับการผ่าตัดก็จะมีไหมละลายในปาก ซึ่งไหมนี้จะอยู่ได้ประมาณ 1 – 2 เดือน โดยอาจจะมีปมของ ไหมละลายโผล่ ออกมากวนใจเล็กน้อย แต่ไหมก็จะค่อยๆหลุดออกไปเองค่ะ

                 

                บางคนสงสัยว่า ไหมละลายโดนน้ำได้หรือไม่ ? โดยส่วนมากการใช้ไหมละลายในการผ่าตัดทำศัลยกรรมจะเป็นแผลที่อยู่ในช่องปากดังนั้นไหมละลายจึงสามารถโดนน้ำได้ค่ะ

                 


                  ปรึกษาฟรี
                  ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
                  สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี