Category: news

5 จุดทำศัลยกรรมอะไรหน้าเปลี่ยน พร้อมเคสรีวิวคนไข้จริงที่ทำแล้วเปลี่ยนจริง

” ถ้าอยากรู้ว่าทำ ศัลยกรรมอะไรหน้าเปลี่ยน บทความนี้จะช่วยให้คุณแก้ปัญหาและคลายข้อสงสัยนั้นได้ พร้อมทั้งมีเคสรีวิวจริงของคนไข้ที่ทำศัลยกรรมแล้วใบหน้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างกับคนละคน “

ปัจจุบันการศัลยกรรมใบหน้าได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะวัฒนธรรมการทำศัลยกรรมที่หลั่งไหลเข้ามาจากประเทศเกาหลี แต่เป็นที่สังเกตว่าการศัลยกรรมในบางกรณีที่ผู้ศัลยกรรมทำศัลยกรรมในทุกองค์ประกอบ ทั้งการทำดวงตาสองชั้น การทำจมูกทรงหยดน้ำ หรือการทำศัลยกรรมริมฝีปากเรียวเล็กเลียนแบบดารานักแสดงคนโปรด

ถึงผลการศัลยกรรมแยกเฉพาะแต่ละองค์ประกอบจะออกมาสวยงามไร้ที่ติ แต่เมื่อรวมกันแล้วใบหน้ากลับไม่ได้ดูสวยงามขึ้น ในทางตรงข้ามอาจจะมองดูแล้วขาดๆเกินๆ นั่นก็เป็นเพราะว่า องค์ประกอบบนใบหน้าไม่สมดุลกันกับโครงหน้านั่นเอง

การทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าไม่อาจทำเฉพาะองค์ประกอบบนใบหน้าอย่าง ตา จมูก เพียงอย่างเดียวได้ แต่จำเป็นจะต้องทำควบคู่ไปกับการทำศัลยกรรมโครงหน้า อันได้แก่ โหนก กราม และคาง รวมเป็นสามจุดศัลยกรรมหลักที่ทำให้หน้าเปลี่ยน

จุดยอดนิยมหลักๆ ที่ทำศัลยกรรมแล้วใบหน้าเปลี่ยน

  • โหนกแก้ม
  • กราม+คาง (วีไลน์)
  • กราม
  • จมูก
  • ตา

ศัลยกรรมอะไรหน้าเปลี่ยน ทำจุดไหนดี

1. ส่วนของโครงหน้า

การทำศัลยกรรมโครงหน้า จะพิจารณาโครงหน้า 3 จุด ซึ่งประกอบไปด้วย ลดโหนกแก้ม ตัดกราม และ เลื่อนคาง

ศัลยกรรมปรับโครงหน้า3จุด ทีทำศัลยกรรมหน้าเปลี่ยน

1.1 ศัลยกรรมตัดโหนก ยุบโหนกแก้ม เป็นการ ลดโหนกแก้ม ที่สูงหรือยื่นออกมามากเกินไป ทั้งนี้การศัลยกรรมโหนกแก้มมีหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น การกรอโหนกแก้ม หรือการฉีดเพื่อสลายไขมันเฉพาะจุด

แต่วิธีที่เป็นที่นิยมที่สูงสุดในเกาหลีและเรากำลังจะพูดถึงกันคือ การตัดโหนกแก้มหรือการทุบโหนกแก้มโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการผ่าตัดเปิดปากแผลหลังแก้มบริเวณใกล้ใบหูหลังจากนั้นแพทย์จะใช้เครื่องมือกรอกระดูกด้านหน้า และ ใช้เครื่องมือตัดกระดูกบริเวณด้านข้างออก

หลังจากนั้นก็จะทำการเลื่อนและเชื่อมต่อกระดูกเข้าหากันบริเวณแก้มลูกส้ม แล้วเย็บปิดแผลบริเวณไรผมซ่อนรอยแผลเป็น เทคนิคนี้เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะของคุแพทย์ชาวเกาหลีใต้ที่ทาง Surgery Review ของเราได้ทำการคัดสรรมาแล้วซึ่งจะแตกต่างจากแพทย์ชาวไทยค่ะ การศัลยกรรมตัดโหนกเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เห็นได้ชัดว่าโครงหน้าเปลี่ยนไป

เนื่องจากโหนกสูงที่ยื่นออกมาทำให้ใบหน้าดูมีอายุเกินจริง เมื่อโหนกแก้มเล็กลงจะส่งเสริมดวงตา และจมูก รวมถึงทำให้โครงหน้าโดยรวมโดดเด่นขึ้น ทั้งยังส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงอีกด้วยค่ะ

ตัดกรามไม่ได้ทำให้หน้าเรียว

1.2 ศัลยกรรมตัดกราม เป็นการ เหลากราม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการตัดกระดูกมุมกรามที่ยื่นออกมา และหนามากเกินไปออก นอกจากกระดูกแล้วแพทย์จำเป็นจะต้องตัดกล้ามเนื้อสำหรับการเคี้ยวที่พอกหนาบริเวณมุมของกรามออกด้วย การศัลยกรรมกรามมีด้วยกันสองวิธี ได้แก่ การเปิดปากแผลภายในช่องปาก และการเปิดปากแผลภายนอกช่องปาก การเหลากรามเป็นการศัลยกรรมอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโครงหน้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับใบหน้าช่วงล่างซึ่งสามารถปรับให้ดูเรียวเล็กลง ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูเรียวและอ่อนโยนขึ้น

1.3 ศัลยกรรมวีไลน์ คือการพิจารณาทั้งส่วนกรามและคาง การทำวีไลน์ คือการศัลยกรรมผ่าตัดแก้ไขขากรรไกรล่าง (Angle of mandible) และเลื่อนกระดูกคางรูปตัว T
(T-Genioplasty) ไปพร้อมๆกัน ซึ่งแตกต่างกับการตัดกรามทั่วไป เนื่องจากการผ่าตัดกรามทั่วไปไม่ได้ผ่าตัดแก้ไขบริเวณคาง

แต่แท้ที่จริงโครงหน้าของเรา คางเป็นอีกส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้ว่าดารานักแสดงสาวหลายคนทำศัลยกรรมโดยเฉพาะส่วนคางให้เรียวเล็กเป็นรูปตัว V

หรือถ้าบางท่านชื่นชอบรูปคางที่มีความโค้งมนเป็นธรรมชาติก็สามารถเลือกศัลยกรรมเป็นรูปตัว U หรือที่เรียกกันว่ายู-ไลน์ก็ทำได้เช่นกัน เพื่อให้ได้คางที่เรียวเล็กลงมาตามลำดับสอดรับกับช่วงกรามและโหนกแก้มและได้สัดส่วนขับให้ส่วนนูนของหน้าผากโดดเด่นขึ้น

 

 

ตัวอย่างเคสศัลยกรรมโครงหน้าแล้วหน้าเปลี่ยน


เคสศัลยกรรมโครงหน้า คางยื่น

จุดที่ทำศัลยกรรม

ปัญหาของเคสนี้ :

  • คางยื่น

จุดที่ทำศัลยกรรม :

  • ทำวีไลน์ ตัดกรามและเลื่อนคาง


จุดศัลยกรรมเลื่อนคางและวีไลน์

ปัญหาของเคสนี้ :

  • คางยื่น
  • ปลายจมูกทู่ ไม่มีดั้ง

จุดที่ทำศัลยกรรม :

  • เลื่อนขากรรไกร
  • ทำวีไลน์
  • ศัลยกรรมจมูกกระดูกซี่โครง


ศัลยกรรมอะไรแล้วหน้าเปลี่ยน

ปัญหาของเคสนี้ :

  • โหนกแก้มสูง
  • คางยื่น

จุดที่ทำศัลยกรรม :

  • ลดโหนกแก้ม
  • เลื่อนขากรรไกร + ตัดกราม + เลื่อนคาง


ศัลยกรรมวีไลน์ให้คางหายเบี้ยว

ปัญหาของเคสนี้ :

  • โหนกแก้มไม่เท่ากัน
  • คางเบี้ยว

จุดที่ทำศัลยกรรม :

  • ทุบโหนกแก้ม
  • ทำวีไลน์


ศัลยกรรมปรับโหนกแก้มสูง แล้วหน้าดูอ่อนลง

ปัญหาของเคส

  • โหนกแก้มสูง
  • คางยื่น

จุดที่ทำศัลยกรรม :

  • ลดโหนกแก้ม
  • ทำวีไลน์

 

2. ส่วนของดวงตา

การศัลยกรรมตา ดวงตาเป็นจุดโฟกัสขณะสนทนา อีกทั้งยังเป็นจุดที่แสดงความรู้สึก หรือความต้องการของเราได้อย่างชัดเจนที่สุด ดังนั้นการทำศัลยกรรมตาจึงเป็นอีกหนึ่งการศัลยกรรมที่จึงก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าได้อย่างเด่นชัดที่สุด  การศัลยกรรมตาเป็นการศัลยกรรมที่ละเอียดอ่อน

เนื่องจากบริเวณตาเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทและแต่ละเคสมีปัญหาและความยุ่งยากในการแก้ไขแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น การแก้ไขหนังตาตก การทำตาสองชั้น การเปิดหางตา การแก้ปัญหาตาง่วง

ทั้งนี้ทาง Surgery Review ของเราได้ร่วมงานกับศัลยแพทย์ตามือหนึ่งอย่างคุณหมอ อันแทจู การันตีด้วยฝีมือและประสบการณ์การดูแลการผ่าตัดมากว่า 20 ปี โดยเฉพาะเทคนิคการผ่าตัดกล้ามเนื้อตา หรือเบิ่งกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด (Non – Incision Ptosis)

ตัวอย่างเคสศัลยกรรมโครงหน้าแล้วหน้าเปลี่ยน


ทำเอนโดไทน์แก้ชั้นตาสองชั้น
ปัญหาของเคสนี้ :

  • หนังตาบนเหี่ยวย่น

จุดที่ทำศัลยกรรม :

  • เอนโดไทน์ + ปรับกล้ามเนื้อแบบไม่กรีด


แก้ถุงใต้ตาย้อย

ปัญหาของเคสนี้ :

  • โหนกแก้มสูง
  • คางยื่น
  • กรามกว้าง
  • ฐานจมูกใหญ่
  • ถุงใต้ตาย้อย

จุดที่ทำศัลยกรรม :

  • ยุบโหนก
  • เลื่อนกระดูกคาง
  • ตัดกราม ดูดไขมันหน้า
  • ลดฐานจมูก
  • เอนโดไทน์ จัดเรียงไขมันใต้ตา


ปรับกล้ามเนื้อตาแก้ดวงตาเศร้า

ปัญหาของเคสนี้ : 

  • โหนกแก้มสูง
  • คางยื่น
  • ดวงตาเศร้า

จุดที่ทำศัลยกรรม :

  • ยุบโหนกแก้ม
  • ทำวีไลน์
  • ปรับกล้ามเนื้อตา


ศัลยกรรมตาสองชั้นหลบใน

ปัญหาของเคสนี้ :

  • ตาสองชั้นหลบใน
  • มีถุงใต้ตา
  • หัวตาและหางตาเล็ก

จุดที่ทำศัลยกรรม :

  • กรีดตาสองชั้น
  • ทำดอลลี่อาย
  • จัดเรียงไขมันใต้ตา
  • เปิดหัวตาและหางตา


เปิดหัวตา หางตาแก้ตาปิด

ปัญหาของเคสนี้ :

  • มีถุงใต้ตา
  • หัวตาและหางตาปิด
  • หนังตาด้านบนหย่อน

จุดที่ทำศัลยกรรม :

  • ปรับกล้ามเนื้อตา
  • จัดเรียงไขมันใต้ตา
  • เปิดหัวตาและหางตา
  • เอนโดไทน์

 

3. ส่วนของจมูก

การศัลยกรรมจมูก เป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งตลอดกาล เมื่อเกิดคำถามว่า ศัลยกรรมอะไรหน้าเปลี่ยน ทั้งนี้เพราะจมูกเป็นอวัยวะที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้า และเป็นอวัยวะส่วนแรกที่คนจะมอง ในบางเคสการทำศัลยกรรมเพียงแค่จมูกอย่างเดียวสามารถทำให้ภาพรวมของใบหน้าสวยขึ้น

ดังนั้นจมูกจึงเป็นการศัลยกรรมอีกส่วนที่ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนบนใบหน้ามากที่สุด การศัลยกรรมจมูกมีให้เลือกหลายวิธีและหลายรูปทรง ยกตัวอย่างเช่น การทำศัลยกรรมโดยเทคนิคเปิดซึ่งสามารถแก้ไขที่โครงสร้างของจมูกได้ทั้งหมดโดยไม่พึ่งซิลิโคน

ทรงจมูกที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของเกาหลีเรียกกันว่าทรงบาร์บี้ไลน์ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ สันจมูกดูสโลปและปลายจมูกพุ่ง ซึ่งเป็นทรงที่มีความเป็นธรรมชาติกว่าของไทย

เสริมจมูกแบบไหน ทำให้หน้าเปลี่ยน

Q&A กล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง สาเหตุ อาการ วิธีการรักษา แก้ไขอย่างไรให้ได้ผล

เคยไหม ทั้งๆที่เรานอนเต็มอิ่ม แต่ชอบโดนคนอื่นทักบ่อยๆว่า ทำไมหน้าตาง่วงนอน ทั้งๆที่อารมณ์ดี แต่มีคนมาถามว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมดูไม่สดใส ตาปรือ ทั้งที่พยายามลืมตาเต็มที่ แต่ตาก็ไม่ได้ดูโตขึ้น ชั้นตาทั้ง 2ข้างไม่เท่ากัน ถ่ายรูปออกมาแล้วไม่มั่นใจ

ปรับกล้ามเนื้อตา คืออะไร

การที่หนังตาบนหย่อนคล้อยลงมา หรือ อาการตาปรือ เป็นผลมาจากการที่กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ่งอาจจะเป็นข้างเดียว หรือเป็นทั้ง2ข้างก็เป็นได้ เมื่อนานไปตาของเราหย่อนคล้อยมากขึ้นแล้วเราไม่รักษา อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้ อาทิ การมองเห็น เป็นต้น

บทความที่เกี่ยวกับอาการตาปรือ : Ptosis คืออะไร แก้ตาปรือ ตาง่วงนอน ได้อย่างไร

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนั้น ส่วนหนึ่งเป็นตั้งแต่กำเนิด แต่บางคนนั้นมาเป็นภายหลังเนื่องจากอายุที่มากขึ้น รวมถึงลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันผิด เช่น การขยี้ตาบ่อยๆ การเช็ดเครื่องสำอางบริเวณตาทุกวัน การใส่คอนแทคเลนส์นานๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ โดยที่เราไม่รู้ตัว

ใครบ้างที่ควรทำ

โดยปกติดวงตาของคนเรานั้นจะต้องมองเห็นลูกตาดำประมาณ 80~90% วิธีการสังเกตุง่ายๆ ว่ากล้ามเนื้อตาเราอ่อนแรงหรือไม่ คือ เมื่อเราลืมตาขึ้นแล้วคิ้วของเรายกขึ้นไปด้วย หรือเลิกหน้าผากขึ้น แปลว่าเราเข้าข่ายกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง
*** ทั้งนี้สำหรับคนที่ลองทำตามดูแล้ว ยังไม่แน่ใจว่ามีอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือไม่ ควรมาพบและปรึกษาศัลยแพทย์โดยตรง ***

3 วิธีการรักษาและแก้ไข กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือ


1. การปรับกล้ามเนื้อตา แบ่งได้เป็น 2 วิธีได้แก่

วิธีแรก คือ การปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด การปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีดนั้น เหมาะสำหรับเคสที่มีตา 2 ชั้นอยู่แล้ว และไม่ต้องการชั้นตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม เพียงแค่ต้องการปรับให้ตาดูสดใส

วิธีการรักษาและแก้ไข : ซึ่งเราจะใช้วิธีการมัดเพื่อกระชับกล้ามเนื้อตาที่อ่อนแรง วิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดรอยแผล เพราะเป็นการเย็บด้านในเปลือกตา

วิธีที่ 2 การปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด การปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีดนั้น เหมาะสำหรับเคสที่ไม่มีตา 2 ชั้น หรือ ต้องการปรับเปลี่ยนตา2ชั้นเดิม ให้หนา หรือ บางกว่าก่อน

วิธีการรักษาและแก้ไข : ซึ่งการกรีดเหมาะกับคนไข้ที่มีผิวเปลือกตาที่หนา และมีระยะห่างบริเวณตากับคิ้วพอสมควร

2. การผ่าตัดแบบกรีดบริเวณใต้ท้องคิ้ว

  • เป็นการผ่าตัดที่เหมาะสำหรับ คนที่มีตา2ชั้นอยู่แล้ว คนที่หนังตาบนย้อยลงมามาก เช่น ผู้สูงอายุ

วิธีการผ่าตัดรักษา คือ กรีดบริเวณใต้ท้องคิ้ว เพื่อดึงบริเวณที่เนื้อที่ย้อยขึ้น จำกัดผิวหนังและไขมันที่ย้อยออก และเย็บกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง ไว้บริเวณท้องคิ้ว ซึ่งวิธีการแก้ไขแบบนี้มีข้อเสียคือ อาจจะทิ้งรอยแผลไว้ได้

3. การผ่าตัดยกกระชับหน้าผาก เอนโดไทน์

  • เป็นการผ่าตัดที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำยกกระชับไปพร้อม กับการทำให้ตาดูสดใสขึ้น

วิธีการรักษาและแก้ไข : การผ่าตัดยกกระชับหน้าผาก เอนโดไทน์ คือ การผ่าตัดแบบสอดกล้อง โดยแพทย์จะกรีด รอยเล็กๆ บริเวณไรผม 3-5 รอย และใช้อุปกรณที่ชื่อว่า เอนโดไทน์ เป็นตัวเกี่ยวและยึดผิวหนัง ทำให้หน้าผากดูยกกระชับ ลดริ้วรอย และเพิ่มความกว้างบริเวณเปลือกตา เนื่องจากตาที่ย้อยลงมา ถูกดึงขึ้น ทำให้เห็นชั้นตาที่ชัดเจนมากขึ้น

** ในบางเคสอาจจะทำคู่กับการปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด หรือ การปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งควรปรึกษากับแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ก่อนทำการผ่าตัด **

[ Q&A จริง! ]  กล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง ที่คนไข้ควรทราบ ( จากคนไข้จริง )


(1.) การปรับกล้ามเนื้อตา ต่างจาก การทำตาสองชั้นอย่างไร ?

การทำตาสองชั้นจะสามารถปรับได้แค่ชั้นตาเพียงอย่างเดียว แต่ไม่สามารถแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ ยิ่งถ้าเป็นเคสที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง แล้วทำแต่ตาสองชั้น เมื่อทำแล้วถึงจะมีตาสองชั้น แต่ตาก็จะดูปรือ ไม่สวยเหมือนเดิม ซึ่งในภายหลังก็ต้องมาแก้ไขปรับกล้ามเนื้อตา

(2.) ปรับกล้ามเนื้อตาราคาเท่าไหร่ ?

  • ปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด / ไม่กรีด 4,000,000 วอน
  • การผ่าตัดแบบกรีดบริเวณใต้ท้องคิ้ว
  • การผ่าตัดยกกระชับหน้าผาก เอนโดไทน์ 8,000,000 วอน

(3.) กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตั้งแต่กำเนิดสามารถรักษาได้ไหม ?

สามารถรักษาได้ แต่อาจจะใช้เวลาผ่าตัดมากกว่าเคสที่มาเป็นภายหลัง เนื่องจากคนที่เป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตั้งแต่กำเนิดนั้น กล้ามเนื้อตาน้อยมาก ทำให้การผ่าตัดยาก เพราะแพทย์จะต้องจัดโครงสร้าง ผ่าตัดทำให้กล้ามเนื้อตา แข็งแรง และกระชับขึ้น เพื่อตาที่สดใสมากกว่าเดิม

(4.) หลังผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตาแล้ว เมื่อเราอายุมากขึ้นสามารถกลับมาเป็นอีกได้ไหม ?

ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคนไข้ หลังจากผ่าตัดตาแล้ว ควรเลิกสิ่งที่ก่อให้เกิดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เช่น การขยี้ตาบ่อยๆ การเช็ดเครื่องสำอางบริเวณตาทุกวัน การใส่คอนแทคเลนส์นานๆ การดึงเปลือกตา ก็จะทำให้ช่วยยืดเวลาการกลับมาได้

(5.) หลังจากผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตา แล้วถ้าไม่พอใจในชั้นตา สามารถผ่าตัดได้อีกทีเมื่อไหร่ ?

  • สามารถผ่าตัดใหม่ได้หลัง 6 เดือน

(6.) ปรับกล้ามเนื้อตาวางยาสลบ หรือยานอนหลับไหม ?

การปรับกล้ามเนื้อตานั้นจะใช้เป็นยาชา แทนยานอนหลับหรือยาสลบ เพราะเวลาผ่าตัด แพทย์จะบอกให้คนไข้จะต้องลืมตาหลับตา เพื่อตรวจสอบว่า กล้ามเนื้อตาสามารถใช้ได้ และออกมาสวยงาม ซึ่งคนไข้ไม่ต้องกลัวว่าจะเจ็บ ซึ่งการที่ใช้ยาชาแทนยานอนหลับ หรือยาสลบนั้นจะทำให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วกว่าอีกด้วย

(7.) ข้อปฏิบัติหลังทำปรับกล้ามเนื้อตา

  • ควรทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ และทายาในบริเวณที่ผ่าตัด
  • งดติดขนตาปลอม ต่อขนตา และแต่งตา
  • ห้ามขยี้ตา แหกตา และถูตาแรงๆ และหลีกเลี่ยงการโดนน้ำบริเวณตา อาจจะทำให้แผลติดเชื้อและอักเสบได้
  • หลังจากผ่าตัดให้นอนหมอนสูง และประคบเย็นบริเวณตา เพื่อให้หายบวมดียิ่งขึ้น
  • งดกีฬาทางน้ำ ซาวน่า และไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหม
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
  • สัปดาห์แรกตาอาจจะยังช้ำและบวมอยู่ ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด เพราะจะทำให้รอยช้ำต่างๆ หายช้าลง


    ปรึกษาฟรี
    ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
    สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







    3 คลินิกเสริมจมูก ระดับท็อปของคนไทย-เกาหลี เสริมจมูกที่ไหนดี 2020

    การทำจมูก ถือเป็นศัลยกรรมจุดแรกๆที่สาวๆส่วนใหญ่ สนใจ และนิยมทำกัน ซึ่งการทำจมูกนอกจากจะปรับรูปของจมูกให้ดูดีขึ้นแล้ว แต่ยังช่วยทำให้ใบหน้าของเราดูมีมิติ และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราสาวๆหลายคนทีเดียว หลายคนคงมีคำถามที่ว่า เสริมจมูกที่ไหนดี ราคาเท่าไหร่ ทั้งหาข้อมูลในอินเทอร์เนต กระทู้ต่างๆจนถึงสอบถามเพื่อน คนรอบตัว แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ตรงใจซักที วันนี้ Surgery Review จึงรวบรวมโรงพยาบาล และคุณหมอที่เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมจมูกมาฝากสาวๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ
     
    [ เนื้อหาเชิงลึกที่ควรอ่านก่อนทำ ] : 11 รีวิวเสริมจมูก ทำจมูกยังไง ให้จบและปังในครั้งแรก ศึกษาจากคนที่ทำซ้ำๆ ดีที่สุด
     

    สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนเลือกเสริมจมูกที่ไหนดี ให้ตอบโจทย์และปลอดภัย

     

    1. รพ หรือ คลิกนิก มีการเปิดเผยกล้องวงจรปิดขณะศัลยกรรม

    ในเกาหลี ศัลยกรรมพลาสติกคือธุรกิจที่การแข่งขันสูงมาก และมีข่าว shadow doctor อยู่เรื่อย (สลับหมอในการผ่าตัด) แน่นอนว่าราคาชาวต่างชาติไปทำ ราคาสูงกว่าราคาคนเกาหลีเองจริงๆ แม้จะราคาสูง สาวไทยก็ยินดีจ่ายเพื่อให้ได้รับบริการที่ดีที่สุด ดังนั้นก่อนตัดสินใจผ่าตัด ขอดูกล้องวงจรปิดในห้องผ่าตัดเลยค่ะ ว่าสามารถดูได้มั้ย? โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ดีและจริงใจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ให้เราค่ะ
     

    2. มีเครื่องมือที่ทันสมัยและปลอดภัย

    โรงพยาบาล / คลินิกใช้เครื่องมือมาตรฐาน ปลอดภัย ในการให้บริการคนไข้ผ่าตัด อันนี้จะเป็นมาตรฐานที่ทุกรพ. – ทุกคลินิก ต้องมีตามกระทรวงสาธารณสุขเกาหลีค่ะ
     

    3. ศึกษาข้อมูลเคส รพ หรือ คลินิก ว่าเคยมีเคสที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างผ่าตัดไหมจนถึงแก่ชีวิตมั้ย

    แน่นอนการผ่าตัดมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการผ่าตัดโดยใช้ยาสลบ ซึ่งจำเป็นต้องมีวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด การเช็คว่าโรงพยาบาลไหนเคยมีอุบัติเหตุมั้ย อาจเป็นเรื่องยาก เพราะต้องเช็คกับเวบไซต์ Naver ของเกาหลีเลย จุดสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจได้ก็คือ กล้องวงจรปิด วิสัญญีแพทย์ประจำซึ่งเราควรได้พบวิสัญญีแพทย์ก่อนผ่าตัด รวมถึงเลือกเอเจนซี่ โรงพยาบาลที่อยู่ในวงการมานาน อีกข้อหนึ่งคือ กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีจะมอบโล่และใบอนุญาตรับคนไข้ต่างชาติให้กับโรงพยาบาลที่ไม่เคยมีอุบัติเหตุระหว่างการผ่าตัด สามารถขอเช็คกับโรงพยาบาลได้เช่นกันค่ะ
     

    4. ควรเข้าไปปรึกษาหรือขอคำแนะนำต่างๆโดยตรง ก่อนตัดสินใจ

    คนไข้สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานปรึกษาศัลยกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น ตามแต่ละรพ โดยแต่ละงานที่จัดนั้น ก็มีการให้คำปรึกษาเฉพาะทางในแต่ละด้านอีกด้วย ซึ่งงานปรึกษาศัลยแพทย์เฉพาะทางจะจัดขึ้นทุกๆ 1-2 เดือน สามารถติดตามข่าวสารผ่านไลน์แอดของเราได้เลยค่ะ ( @srsurgery (มี @ ข้างหน้า )
     

    ปรึกษาศัลยกรรมกับผู้เชี่ยวชาญฟรี

     

    ทำจมูกที่ไหนดี

     

    1. Gyalumhan Plastic Surgery

    ถ้าจะทำศัลยกรรมทั้งที สาวๆบางคนก็เลือกที่ทำหลายๆไปพร้อมกัน เพื่อที่จะได้เจ็บตัวครั้งเดียว ที่ Gyalumhan Plastic Surgery เราได้รวบรวมศัลยแพทย์เฉพาะทางแต่ละด้าน อาทิ ด้านโครงหน้า ฉีดไขมัน ดูดไขมันหน้า จมูก และตา เพราะฉะนั้นที่ Gyalumhan Plastic Surgery จึงเป็นศูยน์รวมการศัลยกรรมที่ครบวงจร คนไข้จึงสามารถเลือกการศัลยกรรมได้มากกว่า การทำจมูกเพียงแค่อย่างเดียว
     

    ทำที่ Gyalumhan แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร

    คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลนั้น มักจะทำจมูก กับคุณ Dr. พร้อมกับทำโครงหน้าไปพร้อมๆกันเรียกว่า สวย จบ ครบในครั้งเดียว ทั้งนี้โรงพยาบาล Gyalumhan อาจจะไม่คุ้นหูคนไทยเท่าไหร่นัก แต่จริงๆแล้ว เป็นโรงพยาบาลที่คนไข้บอกต่อกันมาก แต่ในแง่ศัลยแพทย์แล้ว มีศัลยแพทย์ทั่วเอเชีย แวะเวียนมาที่โรงพยาบาลเพื่อมาดูงาน พร้อมศึกษาวิธีจาก Gyalumhan เสมอ
     

    ตัวอย่างเคสทำจมูก ที่ Gyalumhan Plastic Surgery

    ปรับโครงสร้างจมูก พร้อมนำฟิลเลอร์ออก และเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อ 100% พร้อมทำโครงหน้า ลดโหนกแก้ม และยกกระชับบริเวณหน้าผากด้วยเอนโดไทน์
    แก้ไขจมูกโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูก และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    เปิดบริการ :

    • จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.30 น.
    • เสาร์ ตั้งแต่เวลา 9.00-15.00 น.
    • หยุดทุกวันอาทิตย์ และ วันหยุดตามปฎิทินเกาหลี

    สถานที่ตั้ง : 21F Mijin Plaza, 25 Yeoksam-dong, Gangnam-gu, Seoul
     
     

    2. Hanabi Rhinoplasty

    ใครที่สนใจเสริมจมูกโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง Hanabi Rhinoplasty ก็เป็นตัวเลือกแรกๆที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งโรงพยาบาลนี้ ก่อตั้งโดยศัลยแพทย์ Dr. Chang Geun Uck ซึงเป็นคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ด้านการศัลยกรรมจมูก นานกว่า 15 ปี ก่อนหน้านี้คุณหมอท่านนี้เคยร่วมก่อตั้งโรงพยาบาล Shimmian Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจมูกเช่นกัน ทางเราจึงการันตีความสามารถของคุณหมอได้แน่นอนว่า ทำจมูกที่นี่แล้ว สวย ปัง ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
     

    ทำที่ Hanabi แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร

    Dr. Chang Geun Uck เป็นศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการทำจมูก โดยเฉพาะการเสริมจมูกแบบเปิด หรือ Open Rhinoplasty โดยคุณหมอจะใช้เทคนิคโดยนำกระดูกอ่อนในโพรงจมูก, กระดูกอ่อนหลังใบหู รวมถึงการใช้กระดูกอ่อนซี่โครงมาร่วมในการทำศัลยกรรม ซึ่งการทำศัลยกรรมประเภทนี้ เป็นศัลยกรรมที่เหมาะกับคนไข้ทุกเคส ไม่ว่าจะทำศัลกรรมจมูกครั้งแรก หรือเคสที่ต้องการแก้ไขจมูก เช่น ปลายจมูกสั้น ปลายจมูกเนื้อแหว่งจากการอักเสบจากการใช้ซิลิโคน ซึ่งคนไข้สามารถมาแล้วปรึกษาคุณหมอได้
     
    ซึ่งการใช้เนื้อเยื่อ ร่วมถึงกระดูกอ่อนจากตัวเราเองนั้น จะปลอดภัยมากกว่าการใช้ซิลิโคนแน่นอน รวมถึงรูปทรงจมูกของเรานั้นจะสวย เป็นธรรมชาติอีกด้วย ทั้งนี้ใครที่ต้องการจมูกที่โด่งชัดเจน คุณหมอก็สามารถทำได้โดยใช้ซิลิโคน หรือ กอร์เทกซ์ จึงสามารถปรับตามความต้องการของคนไข้ได้ทุกเคสได้ค่ะ
     

    ตัวอย่างเคสทำจมูก ที่ Hanabi Rhinoplasty

     
    1.เคสจมูกสั้น และมีฮัมพ์
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก โดยการลดฐานจมูก เหลาฮัมพ์เรียบ เสริมสันจมูก และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    2. เคสฐานจมูกกว้าง พอมีสัน จมูก
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสัน แต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    3. เคสฐานจมูกกว้าง ต้องการลดปีกจมูก ไม่มีสันจมูก
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก มัดกระดูกอ่อนปลายจมูก เสริมสันจมูก และตกแต่งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู
    4. เคสจมูกสั้น จมูกผู้ชาย
    แก้ไขโดยการเสริมสันจมูกด้วยกระดูกอ่อนบริเวณซี่โครง และตกแต่งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหู การเสริมสันจมูกด้วยกระดูกอ่อนบริเวณซี่โครงนั้นจะทำให้จมูกเป็นสันอย่างถาวร และปลอดภัย
     
    5. เคสจมูกเบี้ยว ซิลิโคนที่เสริมเลื่อน
    แก้ไขจมูกโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูก และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    6. เคสแก้ไขจมูก ฐานจมูกกว้าง
    แก้ไขจมูกโดยการปรับโครงสร้างจมูก ลดฐาน เสริมสันจมูก และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    7. เคสรูจมูกไม่เท่ากัน จากการทำศัลยกรรมหลายครั้ง
    แก้ไขจมูกโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูก และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    8. เคสรูจมูกไม่เท่ากัน จมูกเบี้ยว
    แก้ไขจมูกโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูก และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    9. เคสปลายจมูกสั้น
    แก้ไขจมูกโดยการปรับโครงสร้างจมูก ใช้กระดูกอ่อนซี่โครง และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    10. เคสจมูกมีฮัมพ์
    แก้ไขจมูกโดยการปรับโครงสร้างจมูก เหลาฮัมพ์ให้เรียบ และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    11. เคสแก้จมูก เห็นซิลิโคนชัดเหมือนจะทะลุ
    แก้ไขจมูกโดยนำซิลิโคนออก การปรับโครงสร้างจมูก เสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    12. เคสแก้จมูก
    แก้ไขจมูกโดยนำซิลิโคนเก่าออก ปรับโครงสร้างจมูก เสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    13. เคสจมูกมีฮัมพ์
    แก้ไขจมูกโดยปรับโครงสร้างจมูก ลดฐานจมูก เหลาฮัมพ์ให้เรียบ และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    14. เคสจมูกเบี้ยว และสั้น
    แก้ไขจมูกโดยการปรับโครงสร้างจมูก ลดฐานจมูก เสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    15. เคสจมูกสั้น
    แก้ไขจมูกโดยการปรับโครงสร้างจมูก ใช้กระดูกอ่อนซี่โครง และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    เปิดบริการ :

    • จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น.
    • เสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น.
    • หยุดทุกวันอาทิตย์ และ วันหยุดตามปฎิทินเกาหลี

    สถานที่ตั้ง : ชั้น9 Chunglim Building, Gangnam-daero 468, Gangnam-Gu Seoul, Republic of Korea (รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 9 สถานี Sinnonhyeon ทางออก 5)
     

    3. Dr.Ahn Tae Joo

    ใครที่ติดตาม Surgery Review อาจจะคุ้นหน้ากับคุณหมอมากประสบการณ์ Dr. Ahn Tae Joo กันเป็นอย่างดี คุณหมอ Ahn Tae Joo หนึ่งในศัลยแพทย์จาก โรงพยาบาล…. ทั้งนี้คุณหมอเชี่ยวชาญการทำจมูก มานานกว่า 15 ปี และคุณหมอท่านนี้เป็นหนึ่งในคุณหมอที่ได้รับการยอมรับจากศัลยแพทย์ทั่วโลก จากผลงานทางด้านวิชาการ ซึ่งใครที่ต้องการจมูก ที่เป็นทรงธรรมชาติ ไม่สูงเกินไป บอกเลยว่าต้องมาทำกับคุณหมอท่านนี้
     

    ทำที่ Dr. Ahn Tae Joo แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร

    โดยเทคนิคหลักในการทำจมูกคุณหมอ คือ ใช้เนื่อเยื่อ 100% จากก้นกบ และกระดูกอ่อนหลังหู ในการทำจมูกและปลายจมูก ซึ่งการทำจมูกเทคนิคนี้ รับรองว่าจะปลอดภัย และเป็นธรรมชาติกว่าการทำจมูกแบบใส่ซิลิโคนอย่างแน่นอน เรามาดูกันว่าเหมาะกับคนไข้แบบไหนบ้าง

    1. คนไข้ที่จมูกไม่สั้น และพอมีสันจมูกเดิมอยู่บ้าง
    2. คนที่ต้องการทรงจมูกธรรมชาติ ไม่สูงเกินไป
    3. คนที่ต้องการจมูกที่ถาวร และไม่ต้องการใช้ซิลิโคนในการทำจมูก

    ตัวอย่างเคสทำจมูก Dr.Ahn Tae Joo

    1. เคสฐานจมูกกว้าง มีฮัมพ์
    แก้ไขจมูกโดนการลดฐานจมูก เหลาสันจมูกหรือฮัมพ์ให้เรียบ แล้วเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู
     
    2. เคสฐานจมูกกว้าง และปลายจมูกทู่
    แก้ไขจมูกโดนการลดฐานจมูก เสริมสันจมูกด้วยซิลิโคน และเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู
     
    3. เคสแก้ไขจมูก นำซิลิโคนออก
    แก้ไขโดยนำซิลิโคนออก การปรับโครงสร้างจมูก ลดฐานจมูก เสริมสันจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ แต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    4. เคสปลายจมูกสั้น มองเห็นรูจมูกชัดเจน
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ แต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    5. เคสฐานจมูกกว้าง สันจมูกแบน
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูก แต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
    6. เคสฐานจมูกกว้าง สันจมูกแบน
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนโพรงจมูก แต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    7. เคสแก้ไขจมูก
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ แต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    8. เคสแก้ไขจมูก ปลายจมูกแดงเนื่องจากซิลิโคน
    แก้ไขโดยปรับโครงสร้างจมูก แก้ไขซิลิโคนที่ยาวเกินไป และเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู
     
    9. เคสปลายจมูกสั้น
    แก้ไขโดยการเสริมสันจมูกด้วยซิลิโคน และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    10. เคสทำจมูกครั้งแรก ต้องการปลายจมูกหยดน้ำ
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูกด้วยซิลิโคน แต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    11. เคสฐานจมูกกว้าง สันจมูกแบน
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูกด้วยซิลิโคน และแต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    12. เคสแก้ไขจมูก
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูกด้วยซิลิโคน แต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    13. เคสแก้ไขจมูก ที่มีฟิลเลอร์
    แก้ไขโดยนำฟิลเลอร์ออก ทำการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ
     
    14. เคสแก้ไขจมูก
    แก้ไขโดยการปรับโครงสร้างจมูก เสริมสันจมูกด้วยซิลิโคน แต่งปลายจมูกกระดูกอ่อนหลังหู
     
    เปิดบริการ :

    • จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา
    • เสาร์ ตั้งแต่เวลา
    • หยุดทุกวันอาทิตย์ และ วันหยุดตามปฎิทินเกาหลี

    สถานที่ตั้ง : N/A
     
    อ่านเพิ่มเติม

     

    [เปิดคลังภาพ] คัดแล้ว! 50 ตาสวย ที่เชื่อว่าใครศัลย์ตามก็ปังแน่นอน

    ปัจจุบันคนเราหันมาดูแลตัวเอง และ ใส่ใจด้านความสวยความงามกันมากขึ้น ดังนั้นการทำศัลยกรรมจุดเล็กๆแต่มีความสำคัญบนใบหน้า อย่างการทำศัลยตาสองชั้น ที่ตอนนี้ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มคุณผู้หญิง เพราะสามารถเนรมิตเปลือก ตาให้สวย สดใส กลมโต ดูดีเป็นธรรมชาติ แถมยังทำให้แต่งหน้าง่ายขึ้น หมดห่วงเรื่องอายแชโดว์หลบใน และยัง ยังเปลือยหน้าสดกันได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องง้อสติ๊กเกอร์ติดตากันอีกต่อไป
     

    นิยามของคาว่า “ ลักษณะดวงตาที่สวย “ ในแบบต่างๆ เป็นอย่างไร

    คำว่า “ตาสวย” นั้น มีปัจจัยอะไรบ้าง เพราะบางคนก็มีตาสองชั้นชัดเจน แต่ยังรู้สึกว่าตาไม่สวย ทำไมคนนี้ชั้นตาไม่ใหญ่แต่ดูตาสวย นั่นเป็นเพราะตาสวย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชั้นตา หรือ การทำมาตาสองชั้นเท่านั้น ยังมีปัจจัยหลายอย่างรอบดวงตา ที่จะทำให้ตาของแต่ละคนสวยและเหมาะสมกับส่วนอื่นๆของใบหน้า ดังนั้นดวงตาของแต่ละคนจึงต้องการความสวยที่แตกต่างกัน ลักษณะตาที่สวย ควรเป็นแบบไหนบ้าง
     

    1. ตาควรจะต้องเปิดโตให้เห็นตาดำชัดเจน ประมาณ 90%

    โดยปกติแล้วเปลือกตาบนจะปิดตาดำลงมาไม่เกิน 1-2 mm หรือ เมื่อลืมตามองแบบปกติ ควรมองเห็นตาดำประมาณ 90% หากลืมตาปกติแล้วเห็นตาดำน้อยกว่า 90% จะทำให้ตาดูปรือ ดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส เหมือนคนง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา
    วิธีการแก้ไข คือ สามารถผ่าตัดเย็บกล้ามเนื้อตา เพื่อให้ตาเปิดโตขึ้น เห็นตาดำชัดมากขึ้น
     

    2. ขอบตาล่างควรอยู่ระดับพอดีกับขอบตาดำ

    โดยปกติดวงตาที่สวยมีมีลักษณะขอบตาล่างอยู่พอดีกับขอบตาดำ หากขอบตาล่างอยู่ต่ำกว่าขอบตาดำ จะทำให้เห็นตาขาวที่อยู่ใต้ตาดำ ทำให้ตาดูลอย และตาดูแบะออก หรือหากขอบตาล่างสูงเกินไป อาจทำให้หางตาชี้ขึ้น ตาจะดูเล็กแหลม ไม่สวยงาม
    วิธีการแก้ไข คือ สามารถผ่าตัดดึงกระชับเอ็นตาล่างให้แข็งแรงขึ้น เพื่อยกขอบตาล่างให้สูงขึ้น หรือกรณีที่ขอบตาสูงเกินไปทำให้ตาดูแหลมเล็กชี้ขึ้น การเปิดหางตา (Lateral canthoplasty) จะสามารถช่วยให้หางตาตกลงมา ดูตาโตและยาวขึ้นได้
     

    3. เบ้าตาไม่ลึกหรือนูนจนเกินไป

    เปลือกตาลึกจะทำให้ตาโบ๋ ทำให้ดูโทรม ไม่สดใส และทำให้หน้าดูมีอายุ ชั้นตาเป็นหลายชั้น ถ้านูนเกินไปจะดูตาปูด เห็นชั้นตาไม่ชัด
    วิธีการแก้ไข คือ หากตาดูลึกมากเกินไป การผ่าตัดทำตาสองชั้นและเอาไขมันและเนื้อเยื่อบริเวณเปลือกตาออกจะทำให้ดูสวยงามขึ้น ส่วนเบ้าตาที่ลึกแก้ไขได้โดยการย้ายไขมันหรือเติมไขมันเข้าไปทำให้ดูตื้นขึ้นได้ (วิธินี้เป็นวิธีที่ค่อนข้างละเอียด ต้องทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเท่านั้น)
     

    4. ชั้นตาไม่ควรยาวเลยหางตามากเกินไป

    ชั้นตาที่พอดีกับหางตาจะดูสวย สดใส แต่หากชั้นตาตาเลยยาวออกไปจากหางตา ทำให้ดูมีอายุมาขึ้น
    วิธีการแก้ไข คือ การผ่าตัดทำตาสองชั้นและตัดเก็บหนังตาส่วนเกินบริเวณที่เลยจากหางตาออกไป หรือการทำ subbrow lifting คือการแก้ไขหางตาตก โดยการยกหางตาโดยซ่อนแผลไว้ที่ใต้คิ้ว เหมาะสำหรับคนที่มีชั้นตาสวยอยู่แล้ว แต่หางตกตาเลยออกไปนั่นเองจ้า
     

    5. ตาดำควรอยู่ตรงกลางตาพอดี

    สำหรับคนไข้บางคนที่มีหนังตาปิดตรงบริเวณหัวตาเยอะ (Epicanthal fold) จะทำให้ดูตาเขเข้าข้างใน
    วิธีการแก้ไข คือ การเปิดหัวตา ผ่าตัดเอาหนังตาบริเวณหัวตาที่ปิดออกไป จะทำให้เห็นตาขาวบริเวณหัวตามากขึ้น ตาตำจะอยู่ตรงกลาง และดวงตาจะดูยาวขึ้นอีกด้วย
     

    6. ระยะห่างระหว่างตาและคิ้ว ไม่ควรใกล้กันจนเกินไป

    คนไข้ที่คิ้วต่ำ หรือ ระยะห่างระหว่างคิ้วกับดวงตาใกล้กัน การทำตาสองชั้นจะมีข้อจำกัด หากทำชั้นตาที่ดูใหญ่อาจทำให้คิ้วกับตาชิดกันเกินไป ทำให้ดูตาลึก เห็นขอบเบ้าตาทำให้ดูมีอายุ ดังนั้นคนที่คิ้วต่ำต้องทำชั้นตาที่เล็กจึงเหมาะสมกว่า
    วิธีการแก้ไข คือ หากบางคนที่คิ้วต่ำมากๆ การผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยกคิ้ว สามารถช่วยให้ได้สัดส่วนตาที่สวยงามได้
     
    [ แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม ] : เจาะลึก! 9 วิธีทําตาสองชั้น แบบเกาหลี ที่ไหนดี เหมาะกับใคร ราคา + รีวิว
     

    50 สาวตาสวย ที่สามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการทาศัลยกรรมได้

     
    1. ตาเฉี่ยวเซ็กซี่ ที่สะกดคนได้ แบบอั้มภัชราภา
     

    ตาสวยเซ็กซี่แบบอั้มภัชราภา

     
    2. ตาเฉี่ยวเซ็กซี่ แบบนางพญา พลอย เฌอมาลย์
     

    ตาคมสวยแบบพลอยเฌอมาลย์

     
    3. ตาสวยแบบฟ่านปิงปิง
     

    ฟ่านปิงปิง ตาสวย

     
    4. ตากลมสดใสแบบใหม่ดาวิกา
     

    ตากลมสดใส ใหม่ ดาวิกา

     
     
    5. ตาคมเข้ม ปูไปรยา
     

    ตาคมเข้ม แบบปูไปรยา

     
    6. ตาคมที่เปลี่ยมไปด้วยพลัง พิ้งกี้ สาวิกา
     

    ตาสวยคมมีพลังแบบพิ้งกี้

     
    7. สาวตาคมที่ตาทรงพลัง ซ่าร่า เล็กจ์
     

    สาวตาคมแบบ ซ่าร่า เล็กจ์

     
    8. ตาสวยคม มีเสน่ห์ สาวคิมเบอร์รี่
     

    ตามีเสน่ห์ แบบสาวคิมเบอร์รี่

     
    9. ตาสวยแบบแบ๊วๆ ของสาวเก้า สุภัสสรา
     

    ตาแบ๊วๆ สวยแบบเก้า สุภัสสรา

     
    10. ตาสวยหวานสะดุดตา คุณมาแอฟทักษอร
     

    ตาหวาน แอฟทักษอร

     
    11. ตากลมสะกด แต้ว ณฐพร
     

    ตากลม แต้ว ณฐพร

     
    12. ตากลมโต สวยสะกด แบบสาวทับทิม อัญรินทร์
     

    ตากลมโตสวยสะกด แบบทับทิม อัญรินทร์

     
    13. ตาสวยที่ใครๆก็อยากได้ ญาญ่า อุรัสยา
     

    ดวงตาแบบญาญ่า อุรัสยา ใครก็อยากได้

     
    14. ตาสวยขี้เล่น มาร์กี้ มาราศี
     

    ตาสวยขี้เล่น มาร์กี้ มาราศี

     
    15. ตาหวานขี้อ้อน แบบนางเอกหน้าหวาน สาวนุ่น วรนุช
     

    ตาหวานขี้อ้อน แบบนุ่น วรนุช

     
    16. ตาโตสวยบาดใจ สาวใบเตย พิมพ์ชนก
     

    ตาโตสวย ใสๆ แบบใบเตย พิมพ์ชนก

     
    17. ตาคมเฉียบแบบมิว นิษฐา
     

    ตาคมเฉียบแบบมิว นิษฐา

     
    18. ตาสวยตมแบบมีมนต์สกด ของสาวมิน พีชฎา
     

    ตาสวยคมมีมนต์สะกด สาวมิน พีชฎา

     
    19. ตาสดใส ขี้เล่น มิ้น ชลิดา
     

    ตาสดใส ขี้เล่น แบบ มิ้น ชลิดา

     
    20. ตาสวยทรงพลัง บีน้ำทิพย์
     

    ตาสวยทรงพลัง บีน้ำทิพย์

     
    21. ตากลมแบ๊วเหมือนตุ๊กตา เป้ย ปานวาด
     

    ตากลมแบ๊วเหมือนตุ๊กตา

     
    22. ตาขี้เล่นเป็นประกาย แบบนางร้าย เนยโชติกา
     

    ตาสวยเป็นประกาย เนยโชติกา

     
    23. ตาคมเข้มแบบนางงาม น้ำตาล ชลิตา
     

    ตาสวยเข้ม น้ำตาล ชลิตา

     
    24. สาวตามกลม ขี้เล่น น้ำตาล พิจักขณา
     

    สาวตากลม น้ำตาล พิจักขณา

     
    25. ตาสดใสเป็นประกาย ปันปัน สุทัตตา
     

    ดวงตาสดใสแบบปันปัน สุทัตตา

     
    26. ตาขี้เล่นเป็นประกาย น้ำชา ชีรณัฐ
    27. ตาสวยสดใส โยชิ
    28. ตาสวยสดใส ปอย ตรีชฎา
    29. ตากลมสวยแบบนางพญา แบบสาวชมพู่ อารยา
    30. ตากลมสวย แบบสาวเจนนี่ เทียนโพสุวรรณ
    31. ตาคมสวยเฉียบ แบบ หญิง รฐา
    32. ตาคมเฉียบ ทรงพลัง จุ๋ย วรัทยา
    33. ตาหวานขี้อ้อน ที่ใครเห็นก็ต้องเอ็นดู ศรีริต้า เจนเซ่น
    34. สาวตากลม ขี้อ้อน แตงโมนิดา
    35. ตาสวยคมเฉี่ยว ที่สะกดทุกสายตา หยาดทิพย์ ราชปาล
    36. ตาสดใสขี้เล่น สาว พาย รินรดา
    37. ตากลมโต สดใสเป็นประกาย จั๊กจั่น อคัมย์สิริ
    38. ตาเชิดหางหงส์ แบบ มิ้น ณัฐวรา
    39. ตาสวยกลมโต แซมมี่เคาวเวลล์
    40. ตากลมสวยเข้ากับการแต่งหน้าทุกลุค ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์
    41. ตากลมโตสดใสเป็นประกาย ของสาว เดียร์น่า ฟลีโป
    42. ตากลมโตสดใสเป็นประกาย ไอซ์ อภิษฎา
    43. สดใส ลุคเกาหลี ฐิสา วริฏฐิสา
    44. ตาหวานสะดุดตา นางเอกหน้าหวาน แพนเค้ก เขมนิจ
    45. ตากลมโตสดใสเป็นประกาย เชอร์รี่ เข็มอัปสร
    46. ตากลมโต สวยพิฆาต ที่ใครๆก็อยากได้ ขวัญ อุษามณี
    47. ตาขี้อ้อนแบบน่ารักของ สาวใบเตยอาร์สยาม
    48. ตาสวยสะกด จนขึ้นแท่นดาราตาสวย สาวดารัญ เศรษฐิณิช
    49. ตาคมสวยที่สะกดทุกสายตาให้หันกลับมามอง วิว วรรณรท
    50. ตาสวย คม เฉียบ สดใส ซูซี่ สุษิรา
     
    การทำศัลยกรรมตาเป็นการทำศัลยกรรมเล็กที่ต้องใช้ความละเอียด ความระมัดระวัง และความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ จึงจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ตรงตามความต้องการ เพราะหากคุณหมอพลาดแม้แต่ 1มิลลิเมตร ก็อาจทำให้คุณได้ดวงตาที่ไม่เท่ากับกลับบ้านได้

    ศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หมอศัลยกรรมจมูกและตา Dr. Ahn Tae Joo โรงพยาบาล Gyalumhan

    dr ahn tae joo

    มาทำความรู้จักกับ Dr. Ahn Tae Joo ศัลยแพทย์หรือหมอศัลยกรรมผู้เชี่ยวชาญด้านการทำจมูกและตา  ที่มีผลงานทางผลงานบทความวิชาการที่น่าสนใจมากที่สุด

    ความเป็นมาของ Dr. Ahn Tae Joo

    Dr. Ahn Tae Joo ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมตา และ ศัลยกรรมมูก ที่มีชื่อเสียงมากในประเทศเกาหลีใต้ จากโรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดังอย่าง Gyalumhan อ่านว่า “กะรึมฮัน” โดย Dr.Ahn Tae Joo ได้มีงานเขียนวิจัย งานเขียนวิทยานิพนธ์ เชิงศัลยกรรมทางแพทย์มากมาย รวมถึงบทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือหลายแห่ง

     

     

    ผลงานทางด้านวิชาการของ Dr. Ahn Tae Joo

    • ผลงานบทความวิชาการ การศัลยกรรมแบบไม่ผ่ากรีดครั้งแรกของโลก
    • ร่วมเขียนบทความการแพทย์ ในหัวข้อศัลยกรรมแก้ไขจมูกและตาในหนังสือ Plastic Surgery ,ซึ่งศัลยแพทย์ทุกคนต้องอ่าน ถูกตีพิมพ์ทั้งในเกาหลีและอเมริกา
    • รับรางวัลศัลยแพทย์ดีเด่น จากสมาคมศัลยกรรมพลาสติกของเกาหลี
    • ได้รับเชิญบรรยายในรายการทีวี ออกอากาศทั่วประเทศเกาหลี

     

    Ahn Tae Joo ร่วมงาน Maria Hall

     

    Ahn Tae Joo กับผลงานวิชาการด้านศัลยกรรม

     
    นอกจากนี้ คุณหมอ Ahn Tae Joo ยังได้รับเกียรติเชิญให้ไปร่วมบรรยายที่ Maria Hall, Seoul St. Mary’s Hospital โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งการบรรยายในครั้งนี้มีศัลยแพทย์กว่า 600 ท่านเข้าร่วมรับฟังกาบรรยาย โดย Dr. Ahn Tae Joo ได้บรรยายในหัวข้อเรื่อง “Effective non-incisional Ptosis correction “ (การปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด) และ ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณหมอได้รับเกียรติครั้งนี้ แต่เป็นอีก 1 การประชุมที่เป็นเครื่องการันตี ผลงานทางวิชาการได้รับการยอมรับจากวงการศัลยกรรมทั่วโลก
     

    ใบรับรองหมอ Ahn Tae Joo

     

    ผลงานสัมนาศัลยกรรม Ahn Tae Joo

     
    และ วันที่ 28-30 กันยา 2561 ที่จะถึงนี้ Dr. Ahn Tae Joo ยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรในงานสัมนาที่ Chang Gung ซึ่งเป็นสัมนาศัลยกรรมพลาสติกที่ใหญ่สุดของเอเชียเลยก็ว่าได้ ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากเพราะ Chang Gung เป็นโรงพยาบาลมหาลัยแพทย์ ที่มีชื่อเสียง ถ้าเทียบกับโรงพยาบาลในบ้านเรา คงเหมือนโรงพยาบาลศิริราช ที่มีชื่อเสียงและเพรียบไปด้วยแพทย์ระดับอาจารย์แพทย์ แต่ Chang Gung จะเน้นไปในด้านการทำศัลยกรรมพลาสติก ซึ่งอาจารย์แพทย์เก่งๆ ด้านศัลยกรรมพลาสติก จะจบจากที่นั่น และหมอ Ahn Tae Joo ได้รับเชิญไปพูดเรื่องหัวข้อตา ปรับกล้ามเนื้อตา โดยมีศัลยแพทย์ทั่วเอเชีย เข้าร่วมสัมมนา เพื่อเป็นการอัพเดทความรู้กันค่ะ
     

    8 fact gyalumhan plastic surgery

     

    8 ข้อเท็จจริงที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับ Gyalumhan Plastic Surgery

    1. Gyalumhan อ่านว่า “กะรึมฮัน” แปลว่าหน้าเรียวในภาษาเกาหลี แต่ก่อนโรงพยาบาลของเราเน้นการผ่าตัดปรับโครงหน้าเรียวเป็นหลัก ก่อนจะมีศัลยกรรมประเภทอื่นๆ
    2. เรามีศัลยแพทย์เฉพาะทางไว้คอยบริการ การทำศัลยกรรมแบบครบวงจร ยกเว้นการดูดไขมันรูปร่าง การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร การผ่าตัดลูกกระเดื่อง และ การแปลงเพศ
    3. ปกติแล้วหลังผ่าตัดโครงหน้าจะมีสายเดรนเลือด 24 ชม. แต่ของโรงพยาบาลเราไม่มีสายเดรนเลย คนไข้จึงฟื้นตัวเร็ว บวมน้อย แม้จะทำศัลยกรรมใหญ่
    4. ตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการศัลยกรรมมานานกว่า 21 ปี เราไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต หรือติดเชื้อเลย และหลังผ่าตัด
    5. บรรยากาศภายในคลินิกถูกออกแบบเรียบง่ายหรูหราและมีงานศิลปะจากทั่วโลกประดับแทนรูปของคุณหมอ ให้ความรู้สึกกับคนไข้เหมือนมาชมงานศิลปะในแกลอรี่มากกว่า การมาโรงพยาบาล เพื่อให้คนไข้รู้สึกคลายความกังวล นั่นเอง
    6. เราได้รับความนิยมจาการ Word of mouth ดังนั้นเราจึงไม่ได้ทำ Marketing และไม่มีทีมการตลาดเหมือนโรงพยาบาลอื่นๆ
    7. เราให้ความสำคัญกับการปรึกษาก่อนผ่าตัดมาก เพื่อให้คนไข้อธิบายความต้องการ รวมถึงคุณหมอจะได้ชี้แจงข้อจำกัด ทางเลือกต่างๆ
    8. ศัลยแพทย์ทั่วเอเชียมาดูงานและวิธีการศัลยกรรมในห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลของเราอยู่เสมอ

    ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าหากทำศัลยกรรมตา – จมูก กับ Dr. Ahn Tae Joo , Gyalumhan คุณเลือกไม่ผิดแน่นอน


    บทความที่คุณอาจจะชอบเกี่ยวกับตาและจมูก

     

    งานปรึกษาศัลยกรรมหมอ Ahn Tae Joo

     

    บรรยากาศงานปรึกษา Gyalumhan

     

    มาดูผลงานที่โดดเด่นด้านการทำศัลยกรรมจมูกและตา โดยฝีมือหมอ Dr. Ahn Tae Joo ว่าจะเปลี่ยนได้ขนาดไหน

    รีวิวศัลยกรรม ฝีมือหมอ Ahn Tae joo

    รายการศัลยกรรม

    • ตา 2 ชั้นแบบไม่กรีด
    • ปรับกล้ามเนื้อตา
    • จมูก Open

    ทำตา2ชั้น Ahn Tae joo

    รายการศัลยกรรม

    • ตา 2 ชั้นแบบไม่กรีด
    • ปรับกล้ามเนื้อตา
    • จมูก Open

     
    แก้ไขตาโดยหมออัน

    รายการศัลยกรรม

    • สร้างชั้นตาใหม่
    • ปรับกล้ามเนื้อตา + แก้ไขตาง่วงนอน

     
    ตา2ชั้นโดยหมออัน

    รายการศัลยกรรม

    • ศัลยกรรมตา 2 ชั้น
    • เปิดหางตา
    • ปรับกล้ามเนื้อตา + แก้ไขตาง่วงนอน

     
    ปรับกล้ามเนื้อตา

    รายการศัลยกรรม

    • ศัลยกรรมตา 2 ชั้น
    • ปรับกล้ามเนื้อตา + แก้ไขตาง่วงนอน

     
    เปิดหัวตา ahn tae joo

    รายการศัลยกรรม

    • ศัลยกรรมตา 2 ชั้น
    • เปิดหัวตา
    • ปรับกล้ามเนื้อตา + แก้ไขตาง่วงนอน

     
    ศัลยกรรมตา gyalumhan

    รายการศัลยกรรม

    • ศัลยกรรมตา 2 ชั้นแบบเย็บจุด
    • เปิดหัวตา
    • ปรับกล้ามเนื้อตา + แก้ไขตาง่วงนอน

     
    ศัลยกรรมจมูกโดย หมออัน

    รายการศัลยกรรม

    • เสริมจมูก Open ครั้งแรก ปรับโครงสร้างจมูก + กระดูกอ่อนหลังหู

     
    หมอ Ahn แก้ไขจมูก

    รายการศัลยกรรม

    • แก่ไขจมูก Open + กระดูกอ่อนหลังหู

     
    ผลงานคลินิกศัลยกรรม Gyalumhan

    หน้าเปลี่ยนจนต้องทำพาสปอร์ตใหม่ ผลงานจากคลินิก Gyalumhan (กะลึมฮัน)

    รายการศัลยกรรม

    • ปรับโครงหน้า 3 จุด
    • ลดโหนกแก้ม + วีไลน์
    • ตา 2 ชั้น + ปรับกล้ามเนื้อตา
    • เสริมจมูก Open

     
    ปรับโครงหน้า by Gyalumhan

    คนไข้จากรัสเซีย ปรับโครงหน้าโดย Dr. Kim Nam Ho

    รายการศัลยกรรม

    • ปรับโครงหน้า 3 มิติ
    • ลดโหนกแก้มแก้ม 45 องศา
    • วีไลน์ (กราม+คาง)

     
    หมอศัลยกรรมเปิดหัวตา

    รายการศัลยกรรม

    • เปิดหัวตา หางตา ปรับกล้ามเนื้อตา
    • ลดขนาดฐานจมูก
    • เอนโดไทน์ยกคิ้วแบบส่องกล้อง เพื่อเบิ่งตากว้าง
    • ดูดไขมันกรอบหน้า + โบท็อกซ์

     
    ตา2ชั้น ทำจมูก by ahn tae joo

    รายการศัลยกรรม

    • ตา 2 ชั้นแบบไม่กรีด ปรับกล้ามเนื้อตา
    • ปรับโครงสร้างจมูก
    • ดูดไขมันกรอบหน้า เหนียง
    • ฉีดเติมไขมันหน้าผาก

     

    รายการศัลยกรรม

    • เสริมจมูก Open ครั้งแรก
    • ทำตา 2 ชั้นแบบไม่กรีด

     

    รายการศัลยกรรม

    • เสริมจมูกOpen + ปรับฐานจมูก
    • ตา 2 ชั้นแบบไม่กรีด

     

    รายการศัลยกรรม

    • ดูดไขมันกรอบหน้า (ดูดไขมันหน้าเรียว)
    • เสริมจมูก Open ครั้งแรก+กระดูกอ่อนหลังหู
    • ฉีดไขมันสเต็มเซลล์หน้าเด็ก

    นี่เป็นตัวอย่างเพียงบางส่วนของหมอศัลยกรรมจมูกและตา Dr. Dr.Ahn Tae Joo และ Gyalumhan เท่านั้นนะคะ


      ปรึกษาฟรี
      ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
      สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







      10 Checklist ก่อนตัดสินใจ ตัดปีกจมูก ราคา + รีวิว

      ถ้าพูดถึงการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ต้องพูดถึงเรื่องจมูกเลยค่ะ เพราะจมูกสวยก็ทำให้ใบหน้าเด่นขึ้นมาได้ แต่กว่าการจมูกสวยเชื่อเลยว่าหลายๆคนต้องแก้แล้วแก้อีก กว่าจะได้ทรงจมูกตามที่ต้องการ อย่างคนที่มีพื้นฐานดีอยู่แล้วก็สามารถตอบโจทย์ได้ด้วยการเสริมจมูกเพียงอย่างเดียว แต่ใครที่มีปีกยจมูกหนา ปีกจมูกกว้าง โดนล้อจมูกบาน ก็จำเป็นต้องมาการตัดแต่ง เก็บปีกจมูกร่วมด้วย ดังนั้นจะเรียกว่า ตัดปีกจมูก เป็นการทำศัลยกรรมอีกอย่างหนึ่งก็คงไม่ผิดค่ะ การตัดปีกจมูกนับเป็นการผ่าเพื่อตัดเอากระดูกอ่อนในบริเวณส่วนเกินออกไป เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาจมูกบานออกทางด้านข้าง จมูกหนา หรือเนื้อจมูกห้อย เพื่อให้จมูกดูเรียวและโด่งขึ้น

      แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ!!! การ ตัดปีกจมูก อาจจะฟังดูง่ายๆไม่ซับซ้อนอะไร บางคนอาจคิดว่า แค่ตัดๆแล้วก็เย็บแล้วก็จะได้ปีกจมูกที่เรียวสวย ไม่ใช่นะคะ อย่าเข้าใจผิด เพราะการตัดปีกจมูกก็มีความละเอียดอ่อนเหมือนการทำศัลยกรรมทั่วๆไปค่ะ สำหรับคนที่ไม่อยากจมูกเบี้ยว ตัดปีกจมูกแล้วพัง ควรอ่าน…

       

      ก่อนตัดสินใจ ตัดปีกจมูก

       

      10 Checklist เรื่องที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ ตัดปีกจมูก

      อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า การศัลยกรรมผ่าตัดปีกจมูกเป็นการช่วยแก้ไขปัญหารูปทรงจมูกทำให้จมูกที่มีปัญหาเข้ารูปสวยงามและสมส่วนเข้ากับใบหน้ามากขึ้น แต่ก่อนตัดสินใจลองอ่านรายละเอียดให้ครบก่อนนะคะ
       

      1. ศึกษาหาข้องมูลเกี่ยวศัลยกรรมตัดปีกจมูก


      หาทรงจมูกที่เราชอบ หลังจากนั้นหาข้อมูลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การตัดปีกจมูกจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องเลือกทำกับทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือกับทางโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานแล้วเท่านั้น
      ข้อมูลเพิ่มเติม : รวม 50 ทรงจมูก แบบต่างๆ รีวิว + รูปภาพ
       

      2. ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจตัดปีกจมูก


      ก่อนตัดสินใจตัดปีกจมูก สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกถ้าไม่อยากพลาดคือ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ ในขั้นตอนนี้แพทย์จะตรวจสอบรูปร่างลักษณะของปีกจมูกเราเพื่อกำหนดขนาด รูจมูกและรูปทรงของจมูกแบบใหม่ค่ะ อีกทั้งแพทย์จะอธิบายถึงความเหมาะสมและรายละเอียดต่างๆของรูปทรงจมูกหากมีคำถาม หรือ ข้อสงสัยใดๆ สามารถถามแพทย์ได้เลยนะคะ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างศัลยแพทย์กับคนไข้ ข้อนี้สำคัญมากๆค่ะ ( จะได้ทรงจมูกที่ชอบหรือไม่ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้เลยหากมีรูปทรงจมูกที่อยากได้แนะนำให้เอาให้คุณหมอหมอดู ) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หลังการทศัลยกรรมที่น่าพึงพอใจ และเพื่อความปลอดภัย
      ข้อมูลเพิ่มเติม : ปรึกษาศัลยกรรมเกาหลี กับ ศัลยแพทย์เฉพาะทาง
       

      3. เทคนิคที่ใช้ในการทำศัลยกรรมตัดปีกจมูก


      สำหรับเทคนิคที่ใช้ในการทำ ศัลยกรรมตัดปีกจมูก ที่คุณหมอนิยมใช้ได้แก่ 2 วิธีหลักๆ คือ

      • การเย็บ ตัดปีกจมูกด้านใน หรือ การตัดปีกจมูกแผลใน โดยไม่จำเป็นต้องตัด
      • การตัดเนื้อออกเพื่อลดความกว้างของฐานรูปทรงจมูก (วิธีนี้เหมาะกับสาวๆ ที่ปีกจมูกไม่หนามากนัก)
      • การตัดเนื้อจมูกด้านข้างออกไป และการตัดความหนาของปีกจมูก (วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีเนื้อจมูกค่อนข้างเยอะหรือเนื้อจมูกหนา

       

      วิธีการตัดปีกจมูก

       

      4. ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนตัดปีกจมูก


      ก่อนการผ่าตัดคนไข้ควรเตรียมตัวไว้ตัวไว้ตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อความพร้อมและเพื่อความปลอดภัยค่ะ ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดที่ควรปฏิบัติคือ

      • หยุดใช้ยาประเภทแอสไพริน พาวิค วิตามินเอ ยาในกลุ่มประเภทวิตามินอี
      • หลีกเลี่ยงการทานสมุนไพรต่างๆ อย่างขิง กระเทียม โสมและแปะก๊วย ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยป้องกันอาการฟกช้ำเพราะจะทำให้มีเลือดคั่งหรือทำให้เลือดหยุดไหลยาก
      • งดรับประทานอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
      • สระผมให้เรียบร้อยเพราะภายหลังจากผ่าตัดแล้ว แผลจะต้องห้ามโดนน้ำเด็ดขาด
      • ใส่เสื้อผ้าแบบที่มีกระดุมด้านหน้า ในวันผ่าตัดเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนที่แผลตอนเปลี่ยนชุด
      • ควรมีเพื่อนหรือญาติไปด้วย เนื่องจากหลังผ่าตัดแล้ว คุณอาจจะมีอาการมึนงงเพราะฤทธิ์ของยาค่ะ

       

      5. ขั้นตอนและวิธีการตัดปีกจมูก


      • แพทย์จะเริ่มทำความสะอาดตำแหน่งที่ต้องผ่าตัดให้สะอาดดีซะก่อน หลังจากนั้นจึงจะให้ยานอนหลับและฉีดยาชาในบริเวณจะผ่าตัด
      • รอให้ยาชาออกฤทธิ์ แพทย์ก็จะทำการลงมือผ่าตัด โดยตัดเอาเนื้อตรงปีกจมูกที่เป็นเนื้อส่วนเกินออกมา
      • ทำการจัดฐานปีกจมูกรวมถึงกำหนดความกว้างของรูจมูกให้กับคนไข้ใหม่
      • ขั้นตอนสุดท้ายจัดการเย็บปิดแผลทั้งหมดด้วยความประณีตเพื่อไม่ให้ทิ้งรอยแผลเป็นหลังการผ่าตัด

       

      6. ระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัด


      ขั้นตอนของการผ่าตัดใช้ระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 30 นาทีจนถึง 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นแพทย์จะให้ผู้ป่วยนอนพักเพื่อดูอาการประมาณ 1-2 ชั่วโมง จึงอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน (การผ่าตัดปีกจมูกเป็นเพียงการทำศัลยกรรมเล็กไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล)
       

      7. วิธีดูแลแผลตัดปีกจมูก


      • ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัด และประคบติดต่อกันเป็นเวลาระยะเวลา 48 ชั่วโมง
      • ห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำ ในช่วง 3 วันแรก เพราะน้ำจะทำให้แผลอับชื้น จนเกิดการอักเสบและติดเชื้อตามมา
      • นอนให้ศีรษะอยู่สูงเข้าไว้วิธีนี้ก็จะช่วยลดอาการบวมลงได้
      • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดองและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
      • ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

       

      8. นัดคนไข้ตัดไหมหลังการผ่าตัด


      หลังการผ่าตัดครบ 1 สัปดาห์แล้ว แพทย์จะนัดผู้ป่วยให้กลับมาตัดไหมและตรวจดูรูปทรงจมูกอีกครั้งค่ะ
       

      9. ตัดปีกจมูก บวมกี่วัน และใช้เวลากี่วันถึงหายดี


      • หลังการผ่าตัดแผลผ่าตัดปีกจมูกจะมีอาการบวมช้ำ หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อยๆ ลดลงพร้อมกับแผลจะเริ่มแห้งขึ้นตามลำดับภายในระยะเวลา 7 วัน
      • สามารถทายาเพื่อป้องกันรอยแผลเป็นได้หลังจากตัดไหมและแผลแห้งสนิทดีแล้ว (แต่ปกติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการเย็บแผลโดยซ่อนในบริเวณขอบปีกจมูกซึ่งเป็นการซ่อนแผลอย่างดี)
      • แผลผ่าตัดปีกจมูกจะหายดีอาจใช้ระยะเวลาอยู่ประมาณ 1-2 เดือนค่ะ

       

      10. ไปพบแพทย์ทุกครั้ง ที่แพทย์นัดตามอาการ


      หลังจากตัดไหมเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทำการนัดตามอาการ คนไข้ต้องไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อทางแพทย์จะได้ประเมินดูว่าแผลหลังการผ่าตัดเป็นอย่างไรบ้าง หากจมูกมีลักษณะเอียงหรือหากพบความผิดปกติใดๆจะได้รีบทำการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ก็อาจทำให้ไม่สามารถแก้ไขความผิดปกติของจมูกหลังการผ่าตัดให้ออกมาสวยงามตรงตามต้องการก็เป็นได้
       
      บทความแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเสริมจมูก : 11 รีวิวเสริมจมูก ทำจมูกยังไง ให้จบและปังในครั้งแรก ศึกษาจากคนที่ทำซ้ำๆ ดีที่สุด
       

      รู้ไว้ไม่พัง รวม 50 ทรงจมูก ที่คุณต้องรู้ เชื่อว่าใครศัลย์ก็ปัง

      50-ทรงจมูก-ที่คุณต้องรู้

      การเสริมจมูกดูไม่ใช่เรื่องไกลตัวกันแล้วค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ใครๆก็ทำกันไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือชาย ดังนั้นการเสริมจมูกจึงได้ชื่นว่าเป็นศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 เลยก็ว่าได้ค่ะ จมูกสำคัญยังไงทำไมถึงได้รับความนิยมมากขนาดนี้ : เพราะจมูกเป็นจุดศูนย์กลางของไปให้ที่ใครๆต่างพากันสังเกตก่อนสิ่งอื่นใดบนใบหน้านั่นเองค่ะ  ทรงจมูกสวยๆที่ฮิตที่สุด ไม่เคยตกเทรน ไม่ว่าใครทำก็สวยเป๊ะ !! (รวมทรงจมูกมากกว่า 50 แบบที่ไม่ว่าคลินิกไหนก็ต้องมีรูปไว้) ไม่ว่าจะเสริมจมูกที่ไทย หรือ ไปเสริมจมูกที่เกาหลี บอกเลยว่าควรไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

       1 สโลฟ + หยดน้ำ + ตัดปีกจมูก

      ทรงจมูก ยอดฮิต อันดับ 1 ของวงการศัลยกรรมจมูก ที่เชื่อว่าหลายๆคนจะต้องใฝ่ฝันและพยายามที่จะคว้าจมูกทรงนี้มาครองให้จงได้นั่นเพราะด้วยรูปทรง ที่มีสันสโลฟเข้ากับใบหน้าแล้ว มีเสน่ห์ให้โดดเด่นตรงปลายจมูกที่มีหยดน้ำสวยได้รูปนั้นเอง

      การที่จะมีจมูทรงนี้ได้ยังต้องมีการตกแต่งเก็บปีกจมูกเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย รับรองว่สสวยเป๊ะแบบเลอร์ค่าแน่นอนค่ะ สำหรับใครที่อยากจะได้จมูกทรงนี้ขอบอกก่อนว่า จะต้องมีเนื้อปลายจมูกที่เยอะพอสมควร เพราะถ้าเนื้อปลายจมูกบางแล้วทำอย่างไรก็ไม่เป็นหยดน้ำ

      และถ้าหากฝืนดันทุรังปลายจมูกอาจเสี่ยงต่อการทะลุได้ (แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหนทางค่ะ เพราะด้วยเทคนิคสมัยนี้แล้ว สามารถนำเอากระดูกอ่อนและไขมันหลังหูมาทำเป็นหยดน้ำได้ แถมยังกันจมูกทะลุในอีกด้วยนะจร๊ะ)สำหรับใครที่นึกภาพทรงนี้ไม่ออก ให้จินตนาการถึงทรงจมูกของดาราสาวอันดับ1 ตลอดการอย่าง สาวอั้ม พัชราภา ค่ะ แม่ยังไงก็คือแม่ สวยทุกองศาเลย พอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมหละ
       

      ตัวอย่างจมูกทรง สโลฟ + หยดน้ำ + ตัดปีกจมูก

       

      ทรงจมูก surgeryreview

       

      ทรงจมูก อั้ม

       

      ทรงจมูก

       

      pic-1-4

       

      pic-1-5

       

      pic-1-6

       
      2 สโลฟ + หยดน้ำ

      คือทรงที่จะต่างจากทรงแรกตรงที่ไม่ต้องปรับแต่งปีจมูก ให้คงความเป็นธรรมชาติของทรงจมูกเดิมเอาไว้ โดยปลายจมูกสโลฟสันไม่โด่งเกินไป แต่เน้นไปที่หยดน้ำแบบอลังการ เรียกได้ว่าใครที่ทำทรงนี้รับรองไม่ผิดหวัง

      แต่การที่จะเสริมจมูกทรงนี้ได้จะต้องมีพื้นฐานจมูกที่ดีพอสมควรนะคะ ปีกจมูกจะต้องไม่กว้างและปลายจมูกมีทรงที่สวยได้รูปพอสมควร รับรองว่าเสริมทรงนี้ไปสวยอลังการแน่ๆ

      ดังนั้นคนที่จะเสริมจมูกทรงนี้ไม่จำเป็นต้องมีสันจมูกยาว แต่สามารถใช้เทคนิคเพิ่มหยดน้ำทำให้จมูกดูยาวขึ้นได้ค่ะ  เพราะฉะนั้นคนทำจมูกทรงนี้เนื้อปลายจมูกต้องแน่น เหมาะมากๆกับคนที่เสริมจมูก ครั้งแรกค่ะ จมูกทรงนี้จะเปลี่ยนให้คุณกลายเป็นสาวน่ารักหวานๆกันเลยทีเดียว

      ตัวอย่างจมูกทรง สโลฟ + หยดน้ำ

       

      ทรงจมูก สวยๆ

       

      ทรงจมูก

       

      ทรงจมูกเกาหลี

       

      ทรงจมูก หยดน้ำ

       

      ทรงจมูก สโลฟ

       

      3  ปลายจมูกพุ่งปานกลาง

      ซึ่งถือว่าเป็นทรงนางเอกของทรงจมูกอีกทรงเลยก็ว่าได้ สำหรับทรงจมูกปลายพุ่งแบบปานกลาง เพราะการเสริมจมูกทรงนี้ได้รับความนิยมไม่น้อยกว่าทรงหยดน้ำเลย จุดเด่นของจมูกทรงนี้คือ จมูกทรงนี้จะมีลักษณะพุ่งลงตั้งแต่สันจมูกมาจนถึงปลายจมูกโดยที่ไม่มีการเชิดขึ้นของปลายจมูก

      การเสริมจมูกทรงนี้เหมาะสำหรับ คนที่ไม่มีดั้งเลยค่ะจมูกทรงนี้เพราะจะทำให้ดูมีสันจมูกที่คม ปลายจมูกดูเรียวขึ้น  แต่เอ๊ะ!!! จะบอกก่อนนะคะว่า จมูกทรงนี้ไม่เหมาะกับคนที่มีสันจมูกอยู่แล้วเพราะแทนที่สันจมูกจะดูคม จะกลายเป็นสันจมูกดูสูงเว่อร์เกินไปค่ะ
       

      ตัวอย่างจมูกทรง ปลายจมูกพุ่งปานกลาง

       

      ทรงจมูกยอดนิยม

       

      ทรงจมูกผู้หญิง

       

      ทรงจมูกที่ดี

       

      ทรงจมูก ญี่ปุ่น

       

      ทรงจมูกดารา

       

      4 เน้นสันจมูก + ปลายเชิดเล็กน้อย

      จมูกทรงนี้ ถือว่าเป็นทรงสิริมงคล เรื่องโชคลาภโหงวเฮ้งดี รับทรัพย์กันเลยทีเดียวค่ะ สำหรับใครที่อยากมีทรงจมูกรับทรัพย์แบบนี้ไม่ยาก และไม่จำเป็นต้องมีเนื้อปลายจมูกเยอะด้วย จะมีดั้งอยู่ก่อนแล้วหรือไม่มีไม่ใช่ปัญหา

      เพราะทรงนี้ เน้นความเป็นธรรมชาติที่สุด ปลายไม่เชิดไม่สูงมาก เพียงแต่เสริมให้ดูมีสันจมูกขึ้นมาเท่านั้น  การเสริมจมูกทรงนี้เป็นทรงจมูกพื้นฐานที่สามารถทำได้กับทุกเคสค่ะ ไม่ว่าใครที่เสริมจมูกทรงนี้รบรองว่าออกมาแล้วดูดีแน่นอนค่ะซิสส!! เชื่อว่าหลายคนคงถือรูปจมูกทรงนี้แล้วเอาไปให้คุณหมอดูแน่ๆ
       

      ตัวอย่างจมูกทรง เน้นสันจมูก + ปลายเชิดเล็กน้อย

       

      ทรงจมูก ดาราไทย

       

      ทรงจมูก หญิง

       

      ทรงจมูก แพนเค้ก

       

      จมูก ต่าย

       

      จมูก ใหม่

       

      จมูกนุ่น

       

      5 จมูกปลายเชิด

      จมูกทรงนี้ นิยมนำมาเป็นแบบในการเลือกทรงจมูกไม่น้อยหน้าแต่ละทรงที่ผ่านมาเลยค่ะ นั่นเป็นเพราะดาราในดวงใจของใครหลายๆคนนิยมเสริมจมูกด้วยจมูกทรงนี้นั่นเองค่ะ ลักษณะเด่นของจมูกทรงนี้คือ ปลายที่เชิดเล็กซึ่งทำออกมาแล้วทำให้หน้าโดยรวมดูเปรี้ยว แบบลงตัวสุดๆ

      เชื่อว่าคนที่หมายปองจมูกทรงนี้ไม่ได้มีแค่สาวๆเท่านั้นนะคะ แต่ทรงจมูกทรงนี้ยังได้รับความสนใจจากบรรดาหนุ่มๆอีกด้วยสำหรับใครที่อยากจะเสริมทรงนี้ คุณจะต้องมีพื้นฐานจมูกที่ดีพอสมควรเพราะการเสริมจมูกทรงนี้คุณหมอจะเน้นแค่ส่วนปลายของจมูก

      ดังนั้นคนที่เหมาะกับการทำจมูกทรงนี้ถ้าพื้นฐานเป็นคนจมูกงุ้มหรือจมูกค่อนข้างบาน รับรองว่าถ้าทำจมูกทรงนี้ออกมา ฟันธงเลยค่ะว่าหน้าเปลี่ยน เปะปัง!!!! เพราะการเสริมจมูกทรงนี้จะช่วยให้ปลายจมูกยกขึ้น  แก้ปัญหาจมูกบาน หรือปลายงุ้มลงอย่างเห็นได้ชัด ใครที่ทำทรงนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
       

      ตัวอย่างจมูกทรง จมูกปลายเชิด

       

      จมูก ขวัญ

       

      จมูกของชมพู่

       

      จมูกพลอย

       

      จมูก ญาญ่า

       

      6 ตกแต่งกระดูกสันจมูก

      เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการมีสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย จมูกทรงนี้จะเรียกได้ว่าเป็นการเสริมจมูกใหม่เลยก็ไม่ใช่ค่ะ เพราะการเสริมจมูกทรงนี้เป็น การตกแต่งกระดูกสันจมูกที่มีอยู่เดิม โดยไม่มีการใส่ซิลิโคนเข้าไปนั้นเอง

      การเสริมจมูกวิธีนี้เหมาะกับคนที่มีทรงจมูกที่ดีอยู่แล้ว แต่อาจจะมีปัญหาสันจมูกยังไม่ได้รูปเท่าที่ควร สันจมูกอาจจะมีลักษณะคด เบี้ยว หรือ นูน ไม่เรียบ โดยคุณหมอจะทำการเหล่และตกแต่งสันจมูกให้เรียบและเป็นรูปทรงที่สวยงาม นับรองว่าสวยแบบเป็นธรรมจนใครๆก็มองไม่ออกกันเลยทีเดียวค่ะ
       

      ตัวอย่างจมูกทรง ตกแต่งกระดูกสันจมูก

       

      ตกแต่งจมูก

       

      7 ตัดปีกจมูก

      ซึ่งถือเป็นการทำศัลยกรรมจมูกอีกชนิดหนึ่งค่ะ สำหรับการทำศัลยกรรมจมูกทรงนี้ ไม่มีอะไรต้องยุ่งยากค่ะ แค่ตัดปีกจมูกก็สวยเป๊ะ เหมาะกับคนที่มีมีสันจมูกสวยอยู่แล้วแต่มีปีกจมูกบานกว้างและใหญ่คล้าย ๆ กับลูกชมพู่นั่นเอง เหมาะสำหรับคนที่มีสันจมูกและปลายจมูกยาวสวยอยู่แล้ว มีปัญหาแค่ปีจมูกกว้างหรือใหญ่เท่านั้น

      โดยการตัดปีกจมูกไม่จำเป็นต้องทำหลังจากการเสริมจมูกอย่างที่หลายๆคนคิดค่ะ  เพราะถ้าหากคุณมีทรงจมูกทีาโด่ง และนางอยู่แล้ว การตัดแค่ตัดปีกจมูกเพียงอย่างเดียวก็ทำให้จมูกดูเรียวมีมิติได้แล้วค่ะ

      แต่สำหรับใครที่ผ่าการเสริมจมูกมาแล้วต้องการมาตัดปีกจมูกทีหลังเพื่อให้ได้รูปทรงจมูกที่ดูเรียวขึ้นก็ไม่ว่ากันค่ะ สำหรับคนที่อยากได้จมูกที่เป็นธรรมชาติและไม่อยากเสริมด้วยซิลิโคน ลองวิธีนี้ได้เลยค่ะ รับรองเป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้ผ่านการศัลยกรรมมาเลย
       

      ตัวอย่างจมูกทรง ตัดปีกจมูก

       

      ดาราตัดปีกจมูก

       

      ดาราฝรั่ง ตัดปีกจมูก

       

      ริต้า ตัดปีกจมูก

       

      ตัดปีกจมูก นักร้อง

       

      ตัดปีกจมูก ดารา

       

      8 หยดน้ำแบบธรรมชาติ

      สำหรับจมูกทรงนี้เหมาะมากๆกับคนที่มีรูปหน้าที่คม เฉี่ยว เพราะจมูกทรงนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นจมูกทรงท๊อปที่ทุกคลินิกศัลยกรรมต้องเจอลูกค้าเอาจมูกทรงนี้มาเป็นแบบอย่างแน่นอน ถ้าเปรียบทรงจมูกทรงนี้กับดารา เรียกได้ว่าจมูกทรงนี้คือนางเอกตัวแม่เลยก็ว่าได้

      จุดเด่นของจมูกทรงนี้คือ จะมีลักษณะพุ่งลงมาตั้งแต่สันจมูกแถมมีหยดน้ำตรงปลายจมูกอีกด้วย ถ้าใครอยากได้ทรงจมูกที่สวยงามแต่มีความเป็นธรรมชาติแนะนำทรงนางเอกทรงนี้เลยค่ะ เข้ากับทุกเบ้าหน้า ไม่ผิดหวังแน่นอน
       

      ตัวอย่างจมูกทรง หยดน้ำแบบธรรมชาติ

       

      จมูกของโตโน่

       

      ทรงจมูกหยดน้ำ สวยๆ

       

      จมูกหยดน้ำธรรมชาติ มาริโอ่

       

      จมูกหยดน้ำดาราไทย

       

      หยดน้ำธรรมชาติ

       

      หยดน้ำ แบบพิ้งกี้

       
      สำหรับทรงจมูกที่แนะนำทั้งหมดนั้น ถือว่าเป็นทรงจมูกที่ได้รับความนิยมแบบสุดๆฉุดไม่อยู่ เป็นทรงจมูกที่คนไข้เรียกร้องนำมาเป็นแบในการเสริมจมูกมากที่สุด ใครถูกอก ถูกใจทรงไหน ชอบทรงไหนเป็นพิเศษ

      อยากได้อยากเสริมทรงไหนก็อย่าลืมดูพื้นฐาน จมูกเดิมของตัวเองก่อนนะคะ ว่าเหมาะกับทรงที่อยากได้หรือไม่ เพราะหากเสริมไปแล้วไม่เหมาะกับฐานจมูกเดิม ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็อาจจะไม่น่าประทับใจอย่างที่คิดไว้ เป็นสาเหตุให้ต้องเจ็บตัวและเสียเงินเพื่อไปแก้ไขแล้วแก้ไขอีกก็ได้ 

      ดังนั้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดก่อนการผ่าตัดและเลือกทรงจมูกที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดนะคะ เพื่อจมูกที่สวยงาม ดูเลอร์ค่า ปลอดภัย แถมได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจไม่ต้องแก้ไขอีกด้วย เป็นยังไงกันบ้างคะ เลือกทรงจมูกที่เหมาะกับตัวเองได้กันหรือยัง รักทรงไหน ชอบทรงไหน เซฟรูปภาพเก็บไว้แล้วเอาไปให้คุณหมอดูได้เลยค่ะ

      บทความที่ควรอ่าน : แก้จมูกอย่างไร ให้สวยและจบ พร้อมรีวิวแก้จมูกและรายละเอียดแบบเจาะลึก!

      ก่อนทำจมูกควรรู้อะไรบ้าง ?

      1. การผ่าตัดโดยใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เท่านั้น
      2. แพทย์อาจเลือกใช้ ยาสลบ หรือ ยาชา ตามความเหมาะสมในการผ่าตัด ถ้าในกรณีที่การผ่าตัดค่อยข้างยากและใช้เวลานานแพทย์จะเลือกใช้ยาสลบแทนการใช้ยาชา
      3. เหลาซิลิโคน เพื่อให้เข้ากับรูปร่างจมูกของแต่ละคน หรือตามรูปทรงที่ที่ต้องการ
      4. หลังจากที่ยาชา หรือ ยาสลบ ออกฤทธิ์แล้วทางศัลยแพทย์ก็จะเริ่มการผ่าตัดโดยการเปิดแผลด้านในจมูกเพียงเล็กน้อยเพื่อสอดซิลิโคนเข้าไปจากนั้นปรับให้พอดี และดูความตรง ไม่เบี้ยวเอียง ก็เป็นอันเรียบร้อย
      5. หลังจากนั้นแพทย์จะใช้ไหมตัด หรือไหมละลายทำการเย็บปิดแผลก็เป็นอันเรียบร้อย

      การทำศัลยกรรมทุกประเภทมีความเสี่ยง ควรลดความเสี่ยงด้วยการศึกษาหาข้อมูล และเลือกทำศัลยกรรมกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยประสบการณ์แบบเฉพาะทาง อีกทั้งการเลือกสถานเสริมความงานหรือโรงพยาบาล ที่สะอาดปลอดภัยและได้มาตรฐานยังเป็นการช่วยลดความเสี่ยงอีกด้วยค่ะ

      สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 099-469-5923 คุณเคท
      หรือ แอดไลน์เพื่อปรึกษาศัลยแพทย์ฟรี คลิกเลย https://goo.gl/drW3hR

      5 วิธีง่ายๆ ศัลยกรรมหน้าเรียว ที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

      ศัลยกรรมหน้าเรียวกำลังเป็นกระแสยอดฮิตที่มาแรงในวงการศัลยกรรมบ้านเรา ไม่ว่าใครๆ จะเพศหญิงหรือเพศชาย ก็อยากมี ใบหน้าที่เรียวสวยได้รูปกันทั้งนั้น วันนี้เราจึงมีวิธีดีๆที่จะทำให้คุณๆ ได้มีใบหน้าที่เรียวสวยได้รูปมาฝากกันค่ะ ซึ่งมีตั้งแต่เจ็บตัวน้อยแต่ไม่ถาวร ไปจนถึงเจ็บตัวมากหน่อยแต่ผลลัพธ์ที่ได้อยู่แบบถาวรมาดูกันค่ะว่า 5 วิธีการทำให้หน้าเรียว ที่ว่ามีอะไรกันบ้าง

      1. การฉีดโบท็อกซ์

      เริ่มต้นจากวิธีได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างการฉีดสาร BOTOX ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโปรตีนที่มีความบริสุทธิ์ ไปตรงส่วนบริเวณกราม เพื่อให้สารตัวนี้เข้าไป ช่วยทำให้กร้ามเนื้อกรามฝ่อตัวเล็กลง การฉีดโบท็อกซ์ถือเป็นการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวและสวยมากขึ้น

      ผลของการฉีดโบท็อกซ์ แพทย์จะนำโบท็อกซ์มาฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณกรามเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผลที่ตามมาหลังการฉีด Botox คือ กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง ทำให้ใบหน้าเรียวขึ้นนั่นเองค่ะ

      ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์ แพทย์ใช้น้ำเกลือปลอดเชื้อในการผสมโบท็อกซ์แล้วหลังจากนั้นแพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กในการฉีดจึงทำให้รู้สึกเจ็บน้อยมาก และสามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติหลังการฉีดโดยไม่ต้องพักฟื้นในโรงพยาบาล โดยยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายหลังการฉีด 7-14 วัน และอยู่ได้นาน 4-6 เดือน

      ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์

      • โบท็อกซ์เป็นสารที่ออกฤทธิ์ชั่วคราวอยู่ประมาณ 4-6 เดือนหลังฉีดขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทั้งนี้ผู้ป่วยสามารถเลือกหรือตัดสินใจฉีดแต่ละครั้งตามความพอใจ
      • การปรับรูปหน้าด้วยการฉีดโบท็อกซ์ ราคาไม่สูงเหมือนการทำศัลยกรรมปรับรูปหน้าแบบอื่นๆ
      • เห็นผลไว และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้อ คนไข้สามารถออกไปข้างนอกหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติค่ะ

      เกร็ดความรู้ : ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมการทำหน้าเรียวด้วยการฉีดโบท็อกจึงเป็นที่นิยมมากที่สุดนั่นเองค่ะ

      จุดฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียว

      ชมพู่-ฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียว

      แพท-ฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียว

      การฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียว ยังเป็นวิธีที่แม้กระทั่งดารานักแสดงหลายๆท่านก็นิยมใช้วิธีนี้เช่นกันค่ะ เพราะเป็นวิธีที่ง่าย ไม่ต้องเจ็บตัวมาก และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานๆ อีกทั้งวิธีนี้ยังเหมาะกับคนที่มีรูปหน้าที่สวยอยู่แล้วแต่แค่อยากให้เห็นรูปหน้าที่เล็กลงและชัดเจนขึ้นเท่านั้นเองค่ะ


      2. การฉีดสลายไขมันด้วย Meso Lipolysis

      หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Meso Fat (เมโสแฟต) คือ การฉีดวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อประโยชน์ในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามต้องการ เป็นวิธีสลายไขมันแบบเฉพาะจุด โดยมีสารประกอบหลัก ๆ คือ Phosphatidylcholine (สกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดง) และวิตามินหลายชนิด วิธีนี้ถือว่ามีความปลอดภัยมาก เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ สามารถสลายออกจากร่างกายได้ดี ดังนั้นอาการแพ้จึงมีน้อยมากค่ะ

      ข้อดีของการฉีด Meso-Fat

      • ปัจจุบันนี้ ได้มีการพัฒนาตัวยาฉีดสลายไขมัน ให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้น เร็วขึ้น และมีผลข้างเคียง เรื่อง การฟกช้ำหลังฉีดน้อยลง ใช้เวลาในการทำน้อยลง ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้น
      • นอกจากนี้ Meso-fat ยังทำหน้าที่ขัดขวางการสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง อีกทั้งยังช่วยการกระตุ้นให้ไขมันสะสมถูกปล่อยออกมาทำให้หน้าเรียวขึ้น และยังเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และระบบต่อมน้ำเหลืองอีกด้วย
      • ช่วยยกกระชับผิวหนังให้เต่งตึงขึ้น ใบหน้าดูเรียบร้อยขึ้น

      ตำแหน่งที่นิยมทำการสลายไขมันด้วยวิธีเมโสแฟต

      1. ลดไขมันที่แก้มให้หน้าเรียวเล็ก
      2. ลดไขมันที่คาง (เหนียง)
      3. ลดไขมันที่ต้นขา ต้นแขน
      4. ลดไขมันที่พุง หน้าท้อง

      ขั้นตอนการฉีดสลายไขมันด้วยเมโสแฟต

      แพทย์ผสมยาและการฉีดน้ำยาสลายไขมันในบริเวณแก้มที่มีไขมันสะสมอยู่หลังจากที่ฉีดสลายไขมันเข้าที่บริเวณผิวหนังแล้วไขมันจะเริ่มหดตัว หรือเริ่มลดจำนวนเซลล์ไขมันลง ประมาณ 10-20% ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด ทำให้ขนาดแก้มในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก จะดูใหญ่กว่าที่ต้องการได้ แต่หลังจากน้ำยาทำการสลายไขมันให้เริ่มแตกตัวได้ แก้มจะค่อย ๆ ยุบตัวเรื่อย ๆ จนหน้าเรียวอย่างเห็นได้ชัดเจนค่ะ

      อาการหลังฉีดยาสลายไขมันเมโสแฟต อาจจะมีแผลขนาดเล็กมากซึ่งเป็นรอยเข็มตามบริเวณที่ฉีดเท่านั้น หลังการอาจมีรอบเขียวช้ำ อาจมีอาการบวมน้ำยาเป็นเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงหลังการฉีดและหลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ยุบลงค่ะ

      ฉีดสลายไขมันด้วย Meso Lipolysis

      ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

      แพนเค๊ก-ฉีดสลายไขมัน-ให้หน้าเรียว

      ใหม่-ฉีดสลายไขมัน-ให้หน้าเรียว

      วิธีนี้จะเห็นผลดีมากกับคนที่มีลักษณะแก้มเยอะ เนื่องจากไขมัน มีไขมันบริเวณใต้คางเยอะ ทำให้ให้กรอบหน้าไม่ชัดเจนนั่นเองค่ะ วิธีนี้สามารถทำควบคู่ไปกับการฉีดโบท็อกซ์ ได้ค่ะเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม


      3. การร้อยไหมหน้าเรียว

      ถือว่าเป็นการทำศัลยกรรมอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ไม่ต้องลงมีดผ่าตัด ไม่ต้องนอนพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อยมาก จึงทำให้เป็อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความสนใจสำหรับคนที่อยากได้หน้าเรียวสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวมาก พักฟื้นไม่นาน บวมช้ำไม่เยอะนั่นเองค่ะ แต่วิธีนี้ไม่ได้อยู่ถาวรนะคะ

      ข้อดีของการร้อยไหมที่หน้า

      • ช่วยปรับรูปหน้าเรียวสวยได้รูป อีกทั้งยังช่วยยกกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อย ทำให้หน้าเป็นรูปวีเชฟ
      • การร้อยไหมเห็นผลลัพธ์ทันที หลังทำอีกทั้งการร้อยไหมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งจะทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้นอีกด้วยค่ะ

      ชนิดของไหมที่นิยมใช้

      1. เส้นไหมเรียบ (Mono threads) เป็นเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยงหรือปุ่ม หรือเกลียว ไหมชนิดนี้นิยมนำมาใช้กับบริเวณคอ หน้าผาก และใต้ตา เส้นไหมชนิดนี้จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงแต่ไม่ได้ช่วยยกชั้นผิวหนัง

      2. เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) เป็นเส้นไหมเส้นเดียวแต่มีเงี่ยงตลอดแนวไหม เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เงี่ยงมีประโยชน์ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่หย่อนยาน คอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้มีการสร้างขึ้นใหม่รอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับบริเวณคาง ปรับรูปหน้าให้เรียว

      3. เส้นไหมเกลียว (Screw threads) เป็นเส้นไหมเส้นเดียวหรือสองเส้นเกลียวเข้าด้วยกัน เส้นไหมชนิดนี้มีประโยชน์ช่วยเพิ่มปริมาตรบริเวณผิวหนังที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่ง เส้นไหมเกลียวจะให้ผลแข็งแรงกว่าไหมเส้นเรียบ ส่วนใหญ่ไหมเกลียวเหมาะกับการยกชั้นผิวหนังที่หย่อนยานเพื่อปรับให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น

      ข้อเสียของการร้อยไหมที่หน้า

      • ขณะที่ร้อยไหมมีความเจ็บ ต้องมีการฉีดยาชา หลังการร้อยไหม จะมีอาการบวมแดง ช้ำตามแนวการสอดไหม
      • หากร้อยไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีผลข้างเคียง คลำปมไหมได้ หรือเห็นปลายไหมโผล่อย่างชัดเจน
      • การร้อยไหม มีความเสี่ยงกับการใช้ไหมที่ไม่ได้มาตรฐานมากว่าการทำศัลยกรรมหน้าเรียงด้วยวิธีอื่น

      ข้อมูลเพิ่มเติม : ร้อยไหมหน้าเรียวมีทั้งหมดกี่วิธี แตกต่างกันอย่างไร

      เกร็ดความรู้ : การทำศัลยกรรมหน้ามีความเสี่ยง แนะนำให้ทำกับสถานเสริมความงามที่ได้รับมาตรฐานเพื่อลดความเสี่ยง เละเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเองค่ะ

      ตำแหน่ง ร้อยไหมหน้าเรียว บนใบหน้า.jpg

      นุ่น-ร้อยไหมหน้าเรียว

      แอฟ-ร้อยไหมหน้าเรียว


      4. การศัลยกรรมดูดไขมันกรอบหน้า

      ถือเป็นอีก 1 วิธีที่สามารถช่วยให้ใบหน้าเล็กเรียวได้ โดยแพทย์จะทำการดูดในบริเวณ เหนียง คอ แก้มด้านล่าง และขอบกราม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและการสะสมของไขมันของแต่ละบุคคลซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้ มองเห็นรูปกรอบหน้า คาง และ ลำคอได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูผอมลง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

      เพราะหลังจากที่ทำการดูดไขมันบริเวณใบหน้าแล้ว ผิวหนังบริเวณที่ดูดไขมันออกไป จะมีความเรียบและกระชับขึ้น การทำศัลยกรรมหน้าเรียว ด้วยวิธีถือเป็น วิธีศัลยกรรมหน้าเรียว แบบถาวร อีกวิธีหนึ่งที่เจ็บตัวน้อยแต่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว และไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาอีก ถ้าหากน้ำหนักตัวไม่ได้เพิ่มขึ้นมากๆ การทำศัลยกรรมหน้าเรียวด้วยวิธีนี้มีระยะเวลาในการพักฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้หลังจากดูดไขมันประมาณ 5-7 วันค่ะ

      แนะนำอ่านเพิ่มเติม : หน้าเรียวโดยไม่ต้องผ่าตัดกระดูก ดูดไขมันหน้า เหนียง แก้ม ใต้คาง 

      ข้อดีของการดูดไขมันกรอบหน้า

      • สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวร เพราะไขมันที่ดูดออกไป จะไม่กลับมาอีก
      • ทำให้เห็นกรอบหน้าที่ชัดเจน และ หลังจากดูดไขมัน ใบหน้าจะยกกระชับขึ้นและใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงอีกด้วย

      ขั้นตอนการดูดไขมันกรอบหน้า

      1. ใช้คลื่นแสงที่เหมาะสม เป็นตัวนำพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงซึ่งทำให้เกิดความร้อน เข้าไปทำละลายให้ไขมันกลายเป็นของเหลว ทำให้สามารถดูดไขมันออกได้อย่างง่ายดาย ทำหลังการารดูดไขมัน มีอาการบวม ช้ำน้อยมาก
      2. ใช้เข็มทู่ ขนาดประมาณ 1 มม – 1.5 มม ดูดไขมันเหลว ใต้ผิวหน้าบริเวณที่กำหนดออกมา
      3. ระยะเวลาในการผ่าตัด ใช้ระยะเวลาการผ่าตัดประมาณ 1-2 ชม. โดยประมาณ

      ผลลัพธ์ที่ได้หลังการผ่าตัด

      • มีแผลเล็กขนาด 1.5 มม. ในบริเวณที่ทำการเปิดแผลเพื่อดูดไขมัน โดยแผลจะสามารถจางหายไปเอง
      • จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน 1 – 3 เดือนหลังการดูดไขมันกรอบหน้า (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
      • การดูดไขมันกรอบหน้าถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง
      • ทำให้ผิวเรียบยิ่งขึ้น
      • ช่วยยกกระชับใบหน้า ยกกระชับรูปแก้ม ปรับให้ผิวหนังตึง ไม่หย่อนคล้อย

      การดูแลหลังทำดูดไขมันหน้าเรียว

      • ห้ามแผลโดนน้ำ เป็นระยะเวลา 24 ชม. หลังการดูดไขมัน
      • งดออกกำลังกายหนักๆในช่วง 1 – 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
      • หลังการผ่าตัดอาการบวมในช่วง 2 – 4 สัปดาห์ (หลังจากนั้นจะค่อยๆยุบบวมลงเรื่อยๆ)

      การศัลยกรรมดูดไขมันกรอบหน้า

      ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

      ดูดไขมันกรอบหน้า-หน้าเรียว


      5. การทำศัลยกรรมตัดกระดูก ลดโหนก+วีไลน์ ( V-Line )

      การทำ ศัลยกรรมหน้าเรียว ด้วยวิธีนี้ ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่แต่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรที่สุด โดยการผ่าตัดทำศัลยกรรมนี้ได้รับความนิยมมากที่ประเทศเกาหลี เพราะเป็นการผ่าตัดที่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

      ลองสังเกตดูดีๆสิคะว่า สาวๆเกาหลีส่วนมากมีโครงหน้าที่เรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติกันแทบจะทุกคน การผ่าตัดลดโหนกแก้ม คือ การผ่าตัดเพื่อ ลดโหนกแก้ม สำหรับคนที่มีโหนกแก้มใหญ่ โดยมองจากทางด้านหน้า และด้านข้าง จะเห็นกระดูกโหนกแก้มชัดเจน โดยสามารถแบ่งลักษณะของโหนกแก้มออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

      1. ส่วนที่หนึ่ง คือ ส่วน body และ arch เป็นส่วนที่เพิ่มความนูนของใบหน้าทำให้หน้าเกิดมิติ

      2. ส่วนที่สอง คือ เป็นส่วนที่เพิ่มความนูนของใบหน้าทำให้หน้าเกิดมิติ ซึ่งคนแถบๆเอเชียนั้นจะมีส่วนนี้มากกว่าคนแถวๆยุโรป (ส่วนคนยุโรปมักจะชอบเสริมโหนกแก้มในส่วนนี้)

      3. ส่วนที่สาม คือ ส่วนด้านข้าง (arch) คือส่วนกำหนดความกว้างของใบหน้า

      การผ่าตัดลดโหนกแก้มด้วยเทคนิคเกาหลี

      การผ่าตัดลดโหนกแก้มด้วยเทคนิคเกาหลีเป็นการผ่าตัดภายในช่องปากร่วมกับการเปิดแผลบริเวณไรผมข้างกกหู  ทั่วไปการศัลยกรรมจะทำการตัดกระดูกโหนกแก้มให้สั้นลงและเกลาความหนาให้บางลง

      นอกจากจะเกลาหรือตัดกระดูกให้บางลงเพื่อลดความกว้างของกระดูกด้านข้างแล้ว ยังทำการดันกระดูกโหนกแก้มเข้าด้านในประมาณ 45องศา เพื่อเพิ่มมิติในด้านหน้าอีกด้วยทำให้รูปหน้าคุณจะสวย สมบูรณ์แบบทุกมุมมอง หลังการตัดไหมไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็นนะคะ เพราะรอยแผลดังกล่าวแทบมองไม่เห็นเลย

      การตัดกราม + เลื่อนคาง (วีไลน์) สำหรับบางคนอาจจะพอคุ้นหูกับคำว่า วีไลน์หน้าเรียว  กันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยได้ยินหรือยังไม่คุ้นหูกับการทำศัลยกรรมวีไลน์ แล้วสงสัยว่าการทำวีไลน์หน้าเรียวคืออะไร? การทำวีไลน์หน้าเรียว คือ การปรับโครงหน้าส่วนล่างทำให้ใบหน้าเรียวดูเล็กลง เพื่อให้มีใบหน้าที่ได้สัดส่วนมากขึ้น การทำวีไลน์ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดสำหรับคนที่มี กระดูกกรามหนา กรามกว้าง หรือใหญ่ รวมถึงคนที่มีคางสั้น คางป้าน คางบุ๋มตรงกลาง

      ขั้นตอนการทำวีไลน์หน้าเรียว

      1. เป็นการทำศัลยกรรมโดยการตัดกระดูกกรามที่เป็นส่วนเกินออกไป และตะไบกระดูกกรามให้เรียบเนียน

      2. เลื่อนคาง โดยการตัดกระดูกคางเป็นรูปตัว T แล้วเอากระดูกส่วนกลางออก หลังจากนั้นเลื่อนกระดูกทั้ง 2 ข้างมาชิดทำให้คางดูเรียวเล็กลง อีกทั้งสามารถยืดคางให้ยาวขึ้นด้วยการต่อคางโดยใช้กระดูกของตนเอง ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เวลามองจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการเสริมคางด้วยซิลิโคนหลังจากนั้น แพทย์จะทำการยึดกระดูกด้วยสกรู ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำจากไทเทเนี่ยมมีความปลอดภัย

      สามารถอยู่กับเราได้ไปตลอดชีวิตโดยไม่ต้องเอาออกค่ะ แต่ถ้าใครที่อยากเอาออกก็สามารถเอาออกได้หลังจากการผ่าตัดไปแล้ว 6 เดือนค่ะโดยวัสดุชนิดนี้สามารถเข้าเครื่องเอ็กซ์เรย์ และเครื่องสแกนที่สนามบินได้สบายไม่ต้องกังวลค่ะ

      การทำศัลยกรรมวีไลน์นี้เป็นวิธีนี้จะทำให้เรามีใบหน้าที่เรียวสวย ดูเป็นธรรมชาติ อาการบวม หลังการผ่าตัดคนไข้อาจมีอาการบวมช้ำมากภายใน 3-7 วันหลังการผ่าตัด และจะค่อยๆลดบวมลงเรื่องๆ อาจหายช้าหรือเร็วต่างกัน ขึ้นกับการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดและสภาพร่างกายเดิมของแต่ละคน โดยเฉลี่ยประมาณ 2-4 สัปดาห์ และ กระดูกจะเริ่มเข้าที่ 3-6 เดือนหลังการผ่าตัด

      การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดวีไลน์

      • ประคบเย็นในช่วง 2 – 3 วันแรก เพื่อให้เลือดภายในหยุดไหล
      • เริ่มประคบอุ่นในช่วงวันที่ 3 – 4 วัน เพื่อช่วยลดอาการบวม
      • ระยะเวลา 1 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดให้รัดหน้าตลอดเวลา เพื่อป้องกันอาการ ตัดโหนกแก้ม แก้มห้อยหลังการผ่าตัด
      • รักษาความสะอาดในช่องปาก เพื่อลดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย
      • งดการเคี้ยวอาการที่มีลักษณะแข็ง หรืออาหารที่มีลักษณะเหนียว ให้ทานอาหารอ่อนๆในช่วง 1 – 3 เดือนแรกของการผ่าตัด
      • งดการออกกำลังกายหนักในช่วง 1 – 2 เดือนหลังการผ่าตัด

       
      พลอย-วีไลน์หน้าเรียว
      เจนนี่-วีไลน์หน้าเรียว
      ผ่าตัดลดโหนกแก้มด้วยเทคนิคเกาหลี
      ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล


      สนใจสอบถามข้อเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมหน้าเรียว นัดคิวปรึกษากับคุณศัลยแพทย์เฉพาะทางเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

      @line-sr สอบถามข้อการทำศัลยกรรมหน้าเรียว


        ปรึกษาฟรี
        ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
        สอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี







        เคล็ดลับความสวยที่ทำแล้วปัง ทำแล้วรวย ฤกษ์ศัลยกรรม 2561

        ฤกษ์ศัลยกรรม 2561

        บางคนเชื่อว่าเรื่องความสวยต้องมาพร้อมกับความรวย นอกจะทำศัลยกรรมเพื่อปรับโหวเฮ้งแล้ว ก่อนการทำศัลยกรรมบางคนยังต้องดูฤดษ์งามยามดีกันอีกด้วย ว่าทำช่วงไหนถึงจะสวย รวย และ ปัง!!! วันนี้เรามีฤกษ์ศัลยกรรมเสริมความงามและความรู้เพิ่มเติมทางด้าน โหวงเฮ้ง ของแต่ละเพศ  มาฝากกันค่ะ ใครที่มีแพลนทำศัลยกรรมไว้ไม่ควรพลาดนะคะ ฤกษ์มงคล ศัลยกรรม โดยรวมตามเพศสภาพที่ต่างกัน และเพื่อจุดประสงค์ต่างๆ ดังต่อไปนี้ ช่วงเดือนมกราคม เมษายน 2561

        ผู้ชาย ศัลยกรรมที่ทำแล้วจะเด่นเรื่องเสน่ห์และความมั่นคงทางด้านการทำงาน อีกทั้งยังช่วยเรื่องของความสำเร็จในการเข้าหาผู้ใหญ่เป็นอย่างดี


        1. เดือนมกราคม 2561 • วันที่ 16 มกราคม 2561 • ศัลยกรรมที่เสริมเรื่องดวงด้านต่างๆ แนะนำ ทำจมูก และคาง ดวงจะเสริมให้เกิดความมั่นใจ
        2. เดือนกุมภาพันธ์ 2561 • วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 • ศัลยกรรมที่เสริมเรื่อง เสน่ห์การเข้าหาลูกค้าและผู้ใหญ่ แนะนำทำ ตา 2 ชั้น หรือ Botox ยกหางตา
        3. เดือนมีนาคม 2561 • วันที่ 3 มีนาคม 2561 • ศัลยกรรมที่เสริมเรื่อง รับทรัพย์ รับธุรกิจจากคนอุปถัมภ์ แนะนำ เหลาคาง หรือทำหน้าวี
        4. เดือนมีนาคม 2561 • วันที่ 3 มีนาคม 2561 • ศัลยกรรมที่เสริมเรื่อง รับทรัพย์ รับธุรกิจจากคนอุปถัมภ์ แนะนำ เหลาคาง หรือทำหน้าวี
        5. เดือนเมษายน 2561 • วันที่ 20 เมษายน 2561 • ศัลยกรรมที่เสริมเรื่อง มีโชคทางความงามและเงินแบบฟลุ๊กๆ แนะนำ ให้ทำหน้าอกแบบ Fitness หรือ sixpack

         
        ฤกษ์ศัลยกรรม-ผู้ชาย-ปี2561

        ผู้หญิง แนะนำให้เสริมความงามของธาตุหยินในร่างกายที่ดี ที่เหมาะกับสตรี อันส่งผลให้เกิดความงามที่ฉลาดล้ำ


        1. เดือนมกราคม 2561 • วันที่ 4 มกราคม 2561 • ศัลยกรรมที่เสริมเรื่อง ความมั่นใจและช่วยให้มีพลังความรักที่มั่นคง แนะนำ ทำจมูก แบบใช้กระดูกตนเองมาทำ อาจจะซี่โครง หรือหลังหู
        2. เดือนกุมภาพันธ์ 2561 • วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 • ศัลยกรรมที่เสริมเรื่อง การงานได้อย่างดี และรับทรัพย์ แนะนำ ปาก
        3. เดือนมีนาคม 2561 • วันที่ 9 มีนาคม 2561 • ศัลยกรรมเสริมเรื่อง มั่นคง และความมั่นใจด้านการทำงานและต่างประเทศ 
        4.  เดือนเมษายน 2561 • วันที่ 24 เมษายน 2561 • ศัลยกรรมที่เสริมเรื่อง ความเมตตาล้วนๆ และการเข้าหาผู้ใหญ่ แนะนำ แก้ม คาง

         
        ฤกษ์ศัลยกรรม-ผู้หญิง-ปี2561

        เกย์ และ สาวประเภทสอง เสริมทั้งด้านความงาม และการอยู่รอดอย่างดีและได้การยอมรับ


        1.  เดือนมกราคม 2561 • วันที่ 5 มกราคม 2561 • เสริมเรื่อง ทรัพย์และเงินเข้ามาอย่างคล่อง แนะนำ จมูก หรือตาสองชั้น
        2.  เดือนกุมภาพันธ์ 2561 • วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 • เสริมเรื่อง แก้ของเดิมและเกิดของใหม่ๆ ที่ดีมาก แนะนำ ปาก และตา
        3.  เดือนมีนาคม 2561 • วันที่ 19 มีนาคม 2561 • เสริมเรื่อง การเจรจา และความมั่นคง แนะนำ ปาก
        4.  เดือนเมษายน 2561 • วันที่ 23 เมษายน 2561 • เสริมเรื่อง วาจา และการมองเห็นโอกาสต่างๆ ได้อย่างดี แนะนำ ฉีดปาก หรือทำตา

         
        ฤกษ์ศัลยกรรม-สาวประเภทสอง-2561
        ตามฤกษ์การทำศัลยกรรมจะเห็นได้ว่าจะมีการเสริมให้เด่นและแตกต่างกันออกไปในแต่ละเพศ และมีรายละเอียดที่แตกต่างในเชิงลึกในแต่ละเพศ บุคคล อวัยวะที่ทำ จุดประสงค์และผลลัพธ์ที่ต้องการทำ ดังนั้นจึงจะเห็นว่าก่อนการทำศัลยกรรมมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไปเช็คดวง ดูฤกษ์การทำศัลกรรมกัน เพื่อความมั่นใจ และเป็นการเสริมดวงให้กับตัวเองไปในตัว

        5 วิธีป้องกันอาการนอยด์หลังศัลยกรรม

        หลังจากการผ่าตัดทำศัลยกรรมโครงหน้าแล้ว เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเกิดความรู้สึกกังวลกันใช่มั้ยคะ เมื่อไหร่หน้าจะยุบบวม หน้าไม่เท่ากันหรือป่าว รู้สีกนอยด์ไปหมดวันนี้เรามี  “5 วิธีป้องกันอาการนอยด์หลังศัลยกรรมมาฝากกันค่ะ ก่อนที่จะเกิดอาการวิตกจริตกันไปซะก่อน

        ” ศัลยกรรมปรับโครงหน้ามา 3 เดือนแล้วแต่โหนกยังไม่ยุบ ดูแล้วทำไมหน้าไม่เท่ากันซะที รู้สึกคิดผิด เกิดอาการนอยด์ไม่น่าไปทำศัลยกรรมเลย ผิดหวังไม่อยากมีชีวิตอยู่ “

        เคยได้เห็นประโยคเหล่านี้ มาจากคนไข้ที่ผ่าตัดจากที่อื่นแล้วมาปรึกษากับเราเพื่อจะแก้ไข บางเคสหลังจากที่ได้ดูรูปแล้ว สิ่งแรกที่เราสามารถทำได้นั่น คือ  บอกให้รอเวลาเพื่อให้หน้าเข้าที่อย่างน้อย 6-12 เดือน ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะคะว่า การที่หน้าทั้งสองข้างยังไม่เท่ากันเกิดจากการตัดกระดูกของแต่ละข้างออกไปไม่เท่ากัน การบาดเจ็บจากดึงรั้งในระหว่างการผ่าตัด ทั้ง 2 ข้างอาจไม่เท่ากัน ดังนั้นอาการบวมช้ำหลังการผ่าตัดของใบหน้าทั้ง 2 ข้างจึงไม่เท่ากันในช่วงแรก เรามาดูวิธีป้องกันการเกิดอาการนอยด์หลังการบวมช้ำกันค่ะ

        วิธีป้องกันการเกิดอาการนอยด์หลังการบวมช้ำ

         

        ความเข้าใจไม่ตรงกัน ระหว่างหมอกับคนไข้

        [otw_shortcode_button size=”large” icon_position=”left” shape=”radius” color_class=”otw-black”]1. ความเข้าใจไม่ตรงกัน ระหว่างหมอกับคนไข้[/otw_shortcode_button]

        ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับการปรึกษไม่น้อยไปกว่าการผ่าตัดเลย โดยส่วนมากแล้ว
        คนไข้จำเป็นจะต้องปรึกษาอย่างละเอียดก่อนการเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อยหนึ่งวัน กรณีที่ทำในประเทศเกาหลี


        คนไข้ไม่เข้าใจความเสี่ยง หลังการทำศัลยกรรม

        [otw_shortcode_button size=”large” icon_position=”left” shape=”radius” color_class=”otw-black”]2. คนไข้ไม่เข้าใจความเสี่ยง หลังการทำศัลยกรรม[/otw_shortcode_button]

        (ทั้งๆที่อธิบายแล้ว อธิบายอีก) ขึ้นชื่อว่าการผ่าตัดแล้ว ย่อมมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อหลังการผ่าตัด
        อาการการบวมช้ำต่างๆ และ ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่เป็นอย่างหวัง (ต้องดูจากพื้นฐานของร่างกายเป็นองค์ประกอบ)


        คนไข้คาดหวังว่า หลังศัลยกรรมจะต้องสวยทันที

        [otw_shortcode_button size=”large” icon_position=”left” shape=”radius” color_class=”otw-black”]3. คนไข้คาดหวังว่า หลังศัลยกรรมจะต้องสวยทันที[/otw_shortcode_button]

        ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่เลย ก่อนการทำศัลยกรรมคนไข้ต้องมีจิตใจทีเข้มแข็ง
        เพราะจะต้องผ่านระยะการบวมช้ำ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึง 6 เดือน


        ความคาดหวัง เรื่องความสวยมากเกินไป

        [otw_shortcode_button size=”large” icon_position=”left” shape=”radius” color_class=”otw-black”]4. ความคาดหวัง เรื่องความสวยมากเกินไป[/otw_shortcode_button]

        เช่น ทำไมทำออกมาไม่เหมือนอั้ม ไม่เหมือนแต้ว ไม่เหมือนดาราเกาหลีคนนั้นคนนี้
        (ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะเหมือนกันทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์) การที่นำรูปไปปรึกษาคุณหมอ
        เป็นเพียงแนวทางสไตล์ที่ชอบเท่านั้นซึ่งก็ต้องพิจารณาจากพื้นฐานเดิมด้วยว่าสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ไกลแค่ไหน


         

        คำพูดของคนรอบข้างนั้นบางครั้งก็สำคัญ

        [otw_shortcode_button size=”large” icon_position=”left” shape=”radius” color_class=”otw-black”]5. คำพูดของคนรอบข้างนั้นบางครั้งก็สำคัญ[/otw_shortcode_button]

        เช่น คนรอบข้างทัก “ทำไมศัลย์แล้วไม่สวย”  หน้าเดิมดูดีกว่า ชอบแบบเดิมมากกว่า อย่าลืมว่าความชอบของคนเราไม่เหมือนกันนะคะ
        ถ้าความชอบเหมือนกันจะมีศัลยกรรมไว้ทำไม?? นอกจากความชอบที่ไม่เหมือนกันล้วคนเหล่านี้นอกจากจะไม่เข้าใจอาการหลังศัลยกรรม
        หรืออาจจะยังมีทัศนคติลบ พูดจาให้เราไม่สบายใจ สิ่งที่ควรทำคือยิ้มกลับไป แล้วทำใจให้นิ่งค่ะ อย่าเพิ่งกังวลรอระยะเวลาให้อาการบวมช้ำหายสนิทซะก่อน


        สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเตรียมตัวและทำความเข้าใจถึงความต้องการ ความเสี่ยง รวมถึงอาการต่างๆที่เกิดขึ้นหลังศัลยกรรม เพื่อเตรียมพร้อมจิตใจให้เข้มเเข็ง ในระหว่างการพักฟื้นหลังการทำศัลยกรรม คนไข้เองจะได้ไม่นอยด์ รวมถึงคนรอบข้างเองก็จะต้องเป็นกำลังใจให้คนไข้และเข้าใจอาการที่เกิดขึ้นหลังศัลยกรรมด้วยเช่นกัน