ขั้นตอนเดินทางไปศัลยกรรมที่เกาหลี | Surgery Review

ขั้นตอนเดินทางไปศัลยกรรมที่เกาหลี


1. การพูดคุยสอบถาม

เตรียมความพร้อมตัวเองก่อนไปเกาหลี  สามารถส่งรูปถ่ายหรือเข้ามาปรึกษาที่ Office ของเรา เพื่อบันทึกภาพและประวัติศัลยกรรม รวมถึงความต้องการ แล้วส่งปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเกาหลี เพื่อให้ได้คำตอบและแนวทางการศัลยกรรมที่ปลอดภัยและตรงตามความต้องการที่สุด

image001

1. ความปลอดภัยด้านทรัพย์สินควรเก็บทรัพย์สินมีค่าติดตัวไว้ตลอด รวมถึงพาสปอร์ตด้วย ที่ควรพกพาติดตัวไว้และไม่ควรเอาทรัพย์สินมีค่าไว้ในกระเป๋าที่จะโหลดตอนขึ้นเครื่อง

2. หากมีโรคประจำตัวควรพกยาไปด้วย

3. เช็คสภาพอาการก่อนการเดินทางเพื่อจะได้เตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง

4. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมและที่พักเช่น หาข้อมูลเกี่ยวสถาที่ห้องพัก ราคาระบบอินเตอร์เน็ตและเส้นทางการเดินทาง

5. เวลาของเกาหลีเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 2 ชั่วโมง

6. ภาษาที่ใช้คือภาษาเกาหลี เนื่องจากภาษาอังกฤษไม่ค่อยนิยมใช้มากนักที่เกาหลี


2. การทำพาสปอร์ท

หนังสือเดินทางธรรมดา เอกสารการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของบุคคลบรรลุนิติภาวะ

image002

– บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังทีอายุการใช้งาน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับจริง ( หากใช้เป็นบัตรข้าราชการให้นำสำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย )

– หากมีแก้ไขหรือ เปลี่ยน ชื่อสกุล หรือ วันเดือนปีเกิด ฯลฯ ที่ไม่ตรงกับบัตรประชาชนให้นำหลักฐานการแก้ไขที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้วย

– ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ท 1,000 บาท

ขั้นตอนการยื่นขอหนังสือเดินทางใหม่

รับบัตรคิว ยื่นบัตรประชาชนที่มีเลข 13 หลัก (หากไม่มีเลข 13หลักต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดง) พร้อมเอกสารหลักฐานอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ทะเบียนสมรส ฯลฯ มาแสดงเพื่อตรวจสอบข้อมูล

– ข้อมูลชีวภาพ ( วัดส่วนสูง เก็บลายพิมพ์นิ้วมือนิ้วชี้ซ้ายและนิ้วชี้ขวา ด้วยเครื่องแสกนเนอร์ และถ่ายรูปใบหน้า )

– แจ้งความประสงค์หากต้องการขอรับเล่มทางไปรษณีย์

ชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ( และค่าส่งไปรษณีย์ 40 บาทหากประสงค์ให้จัดส่งทางไปรษณีย์ ) รับใบเสร็จรับเงิน และรับใบนัดรับเล่ม ท่านจะได้รับหนังสือเดินทางดังนี้

หากยื่นที่สำนักงานสาขาในกรุงเทพฯ ( ปิ่นเกล้าและบางนา )ผู้ร้องจะได้รับเล่มภายใน 2 วันทำการไม่นับวันที่ยื่นคำร้อง แต่ถ้ารับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานสาขาในต่างจังหวัด และ ขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์ จะได้รับหนังสือเดินทางภายใน 5 วันทำการ ( โดยประมาณ )

เพื่อให้ผู้ถือหนังสือเดินทางมีความคุ้นเคยในการใช้หนังสือเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ และ ระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ ในกรณีที่จำเป็นสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนหรือให้จัดส่งไปรษณีย์ (EMS)

อ้างอิงจาก  http://www.consular.go.th/


3. การยื่นขอวีซ่า

image004

เวลา 90 วัน ซึ่งท่านจะต้องมี

  • ตั๋วเครื่องบินไป – กลับ
  • ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
  • ใบยืนยันการจองที่พัก
  • แผนการท่องเที่ยว
  • ที่อยู่หรือหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่สามารถติดต่อได้ในเกาหลี
    ทั้งนี้เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่ตรวจคนเข้าเมืองในวันที่มาถึง

4. บินสู่เกาหลี

image005

การไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีควรเตรียมอะไรบ้าง

ติดต่อโรงพยาบาลศัลยกรรม ที่เหมาะสมก่อน เวลาเลือกโรงพยาบาลต้องพิจารณาจาก คุณภาพของโรงพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาล และอุปกรณ์ของโรงพยาบาล
เป็นต้น
ก่อนไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี ควรนัดหมายวันละเวลากับทางโรงพยาบาลล่วงหน้าก่อนก่อนบินไปศัลยกรรมที่เกาหลี จำเป็นต้องสำรองที่พักไว้ให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้มีที่พักที่สามารถพักผ่อนหลังการผ่าตัดศัลยกรรม


5.ล่ามติดตาม

image007

ล่ามที่เกาหลีมีหลายระดับ ทั้งล่ามอาชีพและล่ามพาร์ทไทม์ที่เป็นนักศึกษา  เราควรเลือกล่ามที่มีความเชี่ยวชาญหรือความชำนาญด้านศัลยกรรมและควรเลือกเอเจนซี่ที่มีการให้บริการในส่วนของล่ามด้วย เพราะถ้าพบปัญหาภายหลังการผ่าตัด จะได้มีเอเจนซี่ที่เป็นหลักประกันและเชื่อถือได้ไว้คอยดูแล
ล่ามไม่เพียงแต่มีหน้าที่ติดต่อสอบถามทางโรงพยาบาลที่เราอยากทราบรายละเอียดเท่านั้น แต่ยังสามารถให้บริการด้านต่างๆของพวกเราในการที่เดินทางไปเกาหลีเช่น นัดหมายกับโรงพยาบาล ให้คำปรึกษา ติดตามเป็นเพื่อนตลอดการผ่าตัด ดูแลหลังการผ่าตัด ช็อปปิ้ง ส่งขึ้นเครื่องกลับ ติดตามผลหลังการผ่าตัดจนกระทั่งเสร็จทุกขั้นตอน


6. การเข้าพักโรงแรม

image009

โรงแรม 4 ดาว

image008

โรงแรม 5 ดาว

โรงแรมต่ำกว่า 3 ดาวไม่แนะนำให้พัก เพราะเป็นเกสท์เฮ้าส์หรือโมเทล ความสะอาดต่ำ

เวลาเช็คอินและเช็คเอาท์ของโรงแรม : เช็คอินเวลาหลัง 14:00 น. เช็คเอาท์เวลา 12:00 น.


7.การเข้าพักโรงแรม

image010

มาตรฐาน 6 ข้อในการเลือกโรงพยาบาลศัลยกรรม

1. ศึกษาข้อมูลด้านคุณภาพของโรงพยาบาล ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานด้านอนามัยของโรงพยาบาลศัลยกรรม

2. ศึกษาข้อมูลด้านเทคโนโลยีและความสามารถของผู้เชี่ยวชาญ ( สิ่งสำคัญ )  ตรวจสอบว่าศัลแพทย์มี “ใบรับรองคุณวุฒิ” และ “ใบประกอบวิชาชีพแพทย์” หรือไม่ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านใด ไม่ควรหลงหน้ามืดตามัวไปกับความที่เป็นแพทย์ต่างประเทศ และ ไม่งมงายกับคำว่า “อาจารย์” “ศาสตราจารย์” จนเกินไป

3. ศึกษาข้อมูลของอุปกรณ์ในการผ่าตัด อุปกรณ์อำนวยความสะดวกของโรงพยาบาล  อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดต้องถูกทำความสะอาดด้วยวิธีการแบบลามินาร์ตามมาตรฐานทุกครั้ง วัสดุทางการแพทย์ที่ใช้มีหนังสือใบรับรอง ได้รับการการันตีคุณภาพอุปกรณ์ของแท้

4. ดูตัวอย่ากรณีศึกษาของการศัลยกรรมพลาสติก  โรงพยาบาลมีมาตรฐานเป็นไปตามเกณฑ์ ศัลยแพทย์มีประสบการณ์โดยทั่วไปมักจะมีผลงานที่ค่อนข้างโดดเด่น และ มีชื่อเสียง

5. ศึกษาด้านคุณภาพและการบริการของโรงพยาบาล  สถาบันการศัลยกรรมเพื่อความสวยงามที่ได้มาตรฐาน จะต้องมีระบบการจัดการที่เป็นไปในแนวทางที่รอบครอบมีขบวนการควบคุม และ ใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ

6. ศึกษาราคา  โรงพยาบาลศัลยกรรมที่เป็นไปตามเกณฑ์ จะมีสำนักงานการกำกับสินค้าคอยตรวจสอบราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างชัดเจน โอกาสน้อยมากที่คลีนิกหรือโรงพยาบาลจะยอมลดราคาให้แก่ท่าน ควรตรวจสอบราคาให้ชัดเจนก่อน


8.นัดหมายแพทย์

image012

มาตรฐานในการเลือกศัลยเพทย์

1. มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ  กระทรวงสาธารณสุขของประเทศได้ระบุบุคคล ผู้ที่จะมาทำการผ่าตัดศัลยกรรมไว้ว่า จะต้องมีประสบการณ์เฉพาะทางมาแล้วอย่างน้อย 6 ปีขึ้นไป จะต้องผ่านการศึกษาและอบรมเฉพาะทางศัลยกรรมเพื่อความสวยงามมาอย่างน้อย 1ปีขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ฝีมือในการผ่าตัดศัลยกรรมในทางปฏิบัติมีได้อย่างเพียงพอ

2. มีความรับผิดชอบ  ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดรักษาที่ดีมีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพและผู้บริโภค จะตอบคำถามบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง บอกผู้บริโภคทั้งในสิ่งที่จะอาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด รวมถึงชี้แจงความเสี่ยงต่างๆในการผ่าตัดด้วย

3. ทัศนคติทางสุนทรียะด้านความงามที่ใกล้เคียงกัน  พิจรณา   ถึงฝีมือศัลยแพทย์ที่ทำออกมาให้ตรงกับใจคุณนั้น ควรที่จะเลือกแพทย์ที่เสนอรูปแบบและวิธีศัลยกรรมที่ใกล้เคียงกับตัวคุณที่สุด

4. มีการสื่อสารที่ดี  แพทย์บางคนมีความสามารถแต่ขาดการสื่อสารที่ดี ถึงแม้จะมีฝีมือที่ดี และ ความคิดที่ยอดเยี่ยม แต่หากขาดการสื่อสารกับคนไข้ ก็อาจจะทำให้ก่อนและหลังของรูปแบบการผ่าตัดศัลยกรรมนั้นได้รับผลข้างเคียงที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างคนไข้กับแพทย์ จนทำให้เกิเป็นประเด็นการฟ้องร้องได้

5. มีความเห็นและตัวอย่างที่ชัดเจน  สังเกตุจากแพทย์ควรมีความอดทนในการรับฟังคำเรียกร้องหรือความต้องการต่างๆของคนไข้หรือไม่ จากนั้นจึงวิเคาะห์และอธิบายรูปแบบการผ่าตัดให้คนไข้อย่างละเอียด รูปแบบการผ่าตัดที่ดีควรที่จะมีพื้นฐานตามคำเรียกร้องของคุณ


9.เตรียมการผ่าตัด

image014

ข้อควรรู้ก่อนผ่าตัด

1. สองสัปดาห์ก่อนการผ่าตัด ห้ามรับประทานยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เพราะ อาจจะทำให้เกล็ดเลือดแข็งตัวช้าลง

2. สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรแจ้งโรคประจำตัวอของตนเองให้แพทย์ได้ทราบก่อน เพื่อความปลอดภัยสำหรับคุณ

3. ตรวจสุขภาพ ก่อนผ่าตัดศัลยกรรม

4. ระหว่าการเข้ารับการผ่าตัด ห้ามแต่งหน้าหรือสวมเครื่องประดับ

5. หลีกเลี่ยงการผ่าตัดช่วงมีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการเสียเลือดมาก หรือมีอาการบวมที่ค่อนข้างมาก

6. ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดที่ค่อนข้างมีอายุ จะต้องได้รับการตรวจวัดความดันเลือดและการตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้าก่อน

7. หากพบว่ามีการตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก จะต้องเลื่อนการผ่าตัดออกไป

8. ระหว่างการผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัด เพศชายจะเสียเลือดมากกว่าเพศหญิง ดังนั้นอาการบวมของแผลจึงค่อนข้างนานกว่า


10.การดูแลหลังการผ่าตัด

image015

การศัลยกรรม 4 ประเภทที่ต้องดูแลรักษาหลังการผ่าตัด  หลังการผ่าตัดศัลยกรรมในแต่ละจุด จะมีข้อระวังที่แตกต่างกันออกไป ข้อควรระวังหลังการผ่าตัดที่สำคัญได้แก่

การดูแลรักษาหลังการผ่าตัดทำตาสองชั้น

1. รักษารอยแผลให้มีความสะอาดอยู่เสมอเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ เวลาล้างหน้าต้องระวังอย่าให้แผลเปียก ถ้าหากปลาแผลมีเลือดติด หรือมีเลือดซึมออกมา ให้ใช้น้ำเกลือ หรือเอทิลแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดแทน

2. หลังการผ่าตัดภายใน 48 ชั่วโมง ให้ประคบเย็นเพื่อทำให้เลือดแข็งตัว และลดอาการเลือดคั่งหรือห้อเลือด เมื่ออาการบวมลดลงก็ให้ประคบด้วยความร้อน (แต่อุณหภูมิจะต้องไม่สูงเกินไป) และ หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ต้องระวังไม่ให้แผลถูกชนหรือถูกกระแทก หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ

3. ให้นอนหมอนสูง และหลีกเลี่ยงการใช้ดวงตามากเกินไป


การดูแลรักษาหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

1. หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องนอนตะแคง และจะต้องถูกจำกัดบริเวณช่วงแขนบนเป็นเวลา 10-14 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนตัวของสิริโคน หลังการผ่าตัด 48 ชั่วโมงจะมีการตรวจสอบปากแผลและตำแหน่งซิลิโครน หากพบว่าตำแหน่งซิลิโคนมีการเคลื่อนที่หรือตำแหน่งเต้านมทั้งสองข้างไม่เท่ากันก็จะทำการผ่าตัดแก้ไข

2. หลังการผ่าตัดต้องใช้คำปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์

3. ต้องสวมใส่เสื้อชั้นในตามรูปทรง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนรูปร่างของสิริโครน และ หยุดออกกำลังกายที่หนักหรือใช้แรงมากเกินไป 1 เดือน

4. หลังจากหนึ่งเดือนหลังการผ่าตัดให้ออกกำลังกายที่เกี่ยวกับบริเวณหน้าอก ช่วงแขน อย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป เพื่อลดอาการกล้ามเนื่อลีบ และ ลดอาการเกิดก้อนแข็งที่เต้านม


การดูแลรักษาหลังการผ่าตัดดูดไขมัน

1. หลังการผ่าตัดให้รีบใส่ผ้ารัด หรือ ใช้ผ้ายืดพันบริเวณที่ดูดไขมันทันที เพื่อลดอาการห้อเลือดหลังการผ่าตัด ส่วใส่อย่างน้อย 3-6 เดือน 

2. อาจมีการ บวม เลือดคั่ง รอยฟกช้ำหรือ เจ็บในช่วงแรกๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ อากรเหล่านั้นจะค่อยๆหายไปเอง ให้รับประทานยาแก้บวมในหนึ่งสัปดาห์ และ พักผ่อนนอนยกขาสูง

3. หลังการผ่าตัดอาจรู้สึกว่าผิวหมองคล้ำ เป็นเรื่องปกติ หลังจากการผ่าตัด 3-6 เดือนจะค่อยๆดีขึ้น

4. อาจมีบริเวณผิวไม่เรียบเนียน สามารถนวดบริเวณนั้นบ่อยๆ จะทำให้ผิวค่อยๆกลับมาเรียบเนียนเป็นปกติ อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 6เดือน

การดูแลรักษาหลังการผ่าตัดเสริมจมูก

1. แผลหลังการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงสิ่งสกปรกต่างๆภายใน 3-5 วันแรก รอจนกว่าปากแผลจะสมานเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และตัดไหมออกในวันที่ 6-7 หลังการผ่าตัด

2. หลังการผ่าตัดควรนอนในท่าที่ศรีษะสูงกว่าปลายเท้าเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดี ภายใน 48 ชั่วโมง หลังการผ่าตัด ให้ประคบเย็นบริเวณรอบๆ หลังจากการผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง แผลจะเริ่มบวม และบวมขึ้นเรื่อย แต่เมื่อผ่านไป 48 ชั่วโมง อาการบวมก้จะหยุดลงและ เมื่อผ่านไปประมาณ 72 ชั่วโมง อาการบวมก็จะค่อยๆลดลง โดยทั่วไปใช้เวลา 3-4 สัปดาห์จมูกจึงจะเข้ารูปเหมือนปกติ

 

กรอกแบบสอบถาม รับส่วนลดพิเศษ
แบบฟอร์มสอบถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมไทย - เกาหลี